อาชีพชาวนาไทย ไม่มีศักดิ์ศรี มีแต่ศักดิ์ขาว-ดำ (สีไว้ทุกข์)
ตกอยู่ใน วงจรอุบาทว์ (โง่->จน->เจ็บ)
โง่ เพราะ จน
จน เพราะ โง่
เจ็บกาย ไปหาหมอยา ก็ไม่มีเงิน เพราะ โง่+จน
เจ็บใจ โดนโกง ไปหาหมอความ ก็เงินไม่มี เพราะ จน+โง่
ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้ กับซัง
จึงไม่มีใครอยากทำนา อาชีพชาวนาจึงถึงกาลวิสัญญี
เมื่อไม่มีชาวนา ก็ไม่มีข้าว ไม่มีข้าวก็ไม่มีกิน
ไม่มีข้าวกิน เงินก็ไม่มีความหมาย
เพราะเงิน กินต่างข้าวไม่ได้
ครั้นจะไปซื้อข้าวต่างชาติเขากิน ก็กินไม่อิ่ม
เพราะทั่วโลกก็เกิด วิกฤตการ ขาดแคลนข้าว ข้าวจึงเป็นสินค้าควบคุมพิเศษ
รัฐบาลไทย จึงต้องตรากฎหมาย ให้ ชาวนาไทย เป็นข้าราชการ
สังกัดกระทรวงชาวนาไทย
มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มีปลัดกระทรวง
มีผู้อำนวยการโรงนาไทย
มี 4 M's (Man ,Money ,Material และ Management)
ผู้ที่จะเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงชาวนาไทย ต้องสอบแข่งขันเพื่อรับการบรรจุแต่งตั้ง
สอบทฤษฎี+ปฏิบัติ (ไถนา หว่านข้าว เกี่ยวข้าว ฯลฯ) สอบสัมภาษณ์ ผ่านการประเมินทางจิตวิทยา ผ่านการตรวจร่างกาย
ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพชาวนาไทยต้องมี ใบประกอบวิชาชีพ
ข้าราชการกระทรวงชาวนาไทย มีขั้น มีเงินเดือน +โบนัส+เดินทางดูงานต่างประเทศ
มีสิทธิได้รับเครื่องราชฯ
มีสิทธิอันพึงมีพึงได้ ที่ข้าราชการ พึงควรได้รับ
อาชีพชาวนาจึงมีศักดิ์มีศรี (เปลี่ยนจาก จอขาวดำมาเป็นจอสี)
อาชีพชาวนาไทย จึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เทียบเท่ากับ อาชีพหมอ
เพราะข้าราชการกระทรวงชาวนาไทยมีหน้าที่รักษาชีวิตคนในชาติมิให้ตาย อดตายอยาก
ถ้ามีปัญหาสมองไหลเกิดขึ้นในกระทรวงชาวนาไทยซึ่งปัญหาดังกล่าว เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับกระทรวงอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่นกระทรวงสามานย์ เอ้ย กระทรวงสาธารฯ ซึ่งประสบภาวะปัญหา สมองไหล..
กระทรวงสาธารฯ แก้ปัญหานี้โดย จัดตั้งโครงการ ผลิตแพทย์เพิ่ม เพื่อชาวชนบท
กระทรวงชาวนาไทยก็สามารถเลียนแบบนโยบาย จากกระทรวงสาธารฯ โดยการผลิตชาวนาเพิ่ม เพื่อชาวชนบท
โดยการให้ทุนการศึกษาเล่าเรียน ..แต่มีข้อแม้ที่ว่า..หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว นักศึกษาจะต้องทำงานใช้ทุนที่กระทรวงชาวนาไทย 20-30 ปี
แต่ถ้านักศึกษาจบออกมาแล้วยังไม่อยากใช้ทุน..จะขอใช้เงินแทน การใช้ทุน.. ปัญหานี้ก็แก้ไขได้ไม่ยาก
ก็แค่..ก่อนสมัคร..ให้นักศึกษากรีดเลือดสาบาน ...ว่า..เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะออกมาทำงานรับใช้ชาติบ้านเมือง ณ กระทรวงชาวนาไทย โดยมิเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
เพียงเท่านี้ก็จะสามารถแก้ปัญหา สมองไหล ได้ในระดับหนึ่ง...
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็น ยูโทเปีย (Utopia) ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจริงในอีกประมาณ 2,000-3,000 ปีข้างหน้า
สวัสดีคะ คุณกวิน
ดิฉันแวะมาเชิญร่วมเขียนบันทึก AAR การใช้งาน GotoKnow.org คะ
หากพอมีเวลา เขียนบันทึกเพื่อร่วมกิจกรรมนี้สักนิดนะค่ะ ^_^
ไว้ทิงนองนอยคุยเรื่อง ยูโทเปีย บ้างดีกว่าค่ะ ขอบคุณคุณกวินมากค่ะ หนู ช๊อบ ชอบ
สวัสดีครับคุณกวิน
ถ้าถึงเร็ว ๆ ก็ดีครับ ยูโทเปีย...
โชคดีครับผม
ทักษิณ กับ แขก ซาอุ กำลังจะเปิดบริษัท ปลูกข้าวขายแขก จำกัด ให้ชาวนา เป็นพนักงานเอกชน เงินเดือน มากกว่า ข้าราชการสองเท่า เกิดปัญหาสมองไหล ชาวไทย มองเห็นข้าวเหลืองอร่ามเต็มนา แต่ ไม่มีข้าวกิน เพราะข้าวต้องปลูกส่ง ซาอุ หากจะซื้อข้าวกิน ต้องซื้อตามราคาตลาดโลก เช็คราคาทุกวันได้ที่ ตลาดสิงค์โปร์
สวัสดีค่ะคุณกวิน
ขอบคุณครับคนไม่มีราก....
อิอิ.....
ดีครับ กระทรวง ชาวนา
แล้วก็ กระทรวง คนโกงกิน
กระทรวง พันธมิตรฯ
กระทรวง g2k
กระทรวง คนไม่มีแผ่นดิน
กระทรวง ............
สวัสดีครับ น้องกวิน
สวัสดีครับพี่ โย่ง...ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณกวิน
อ่านแล้วเจ็บจิ๊ดๆ ที่หัวใจ
ถ้าเป็นจริงคงสุดบรรยาย
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณกวิน