สศช. ไม่กล้าปรับเพิ่มเป้าหมายเศรษฐกิจปีนี้ แม้ไตรมาสแรกขยายตัวสูงถึง 6% รับหวั่นการเมืองฉุดความเชื่อมั่นส่งผลต่ออัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ ยกบทเรียนการชุมนุมประท้วงปี 2549 กดจีดีพีชะลอตัว แนะรัฐบริหารความเสี่ยงและลดผลกระทบราคาน้ำมันจากภาคขนส่ง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยดัชนีร่วงเกือบ 19 จุด ทิ้งหุ้นพลังงานและกังวลชุมนุมประท้วง
ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงว่า สศช.ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้เท่าเดิมที่ 4.5-5.5% แม้เศรษฐกิจไตรมาสแรกจะขยายตัวได้ถึง 6% เพราะเศรษฐกิจมีความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่นที่เกิดจากสถานการณ์การเมือง และหากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจมีโอกาสถึง 80% ที่จะขยายตัวสูงกว่า 5% แต่บทเรียนในอดีตมีให้เห็นว่าความเชื่อมั่นที่เกิดจากสถานการณ์การเมือง มีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากปลายปี 2549 ที่มีการชุมนุมประท้วงมีผลให้จีดีพีที่เคยขยายตัวได้ดีกลับชะลอตัวลง โดยขยายตัวได้ต่ำสุด 4.1%
"ตอนนี้กลัวว่าสถานการณ์เศรษฐกิจ ไม่ใช่ปัจจัยที่เกี่ยวโดยตรงกับมาตรการเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องความเชื่อมั่นเพราะดัชนีความเชื่อมั่นเดือนเมษายนลดลง ถ้าความเชื่อมั่นยังเป็นปัจจัยเสี่ยงอยู่ จีดีพีปีนี้ก็คงโตแค่ 4.5-5.5% จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายลง แม้โอกาสที่จีดีพีจะโตสูงกว่า 5% มีถึง 80% ก็ตาม" ดร.อำพนกล่าว
ส่วนอีกปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ คืออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ส่งผลกระทบให้ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการรับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลต้องบริหารความเสี่ยง และลดผลกระทบความเสี่ยงราคาน้ำมันต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดการกับระบบขนส่งซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ
ขณะที่ภาวะการซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยลงมาแตะระดับต่ำสุดที่ 851.66 จุด ก่อนมาปิดที่ 856.80 จุด ลดลง 18.79 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1,900 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 788 ล้านบาท สวนนักลงทุนทั่วไปซื้อสุทธิ 2,600 ล้านบาท
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า สาเหตุที่หุ้นปรับลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกรงว่ารัฐบาลจะสามารถรับมือกับราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นได้หรือไม่ ส่วนการชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยอมรับอาจมีส่วนด้วย ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง ความน่าเชื่อถือก็จะกลับมา
นายอภิสิทธิ์ ลิมป์ธำรงกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า หุ้นปรับตัวลดลงแรง จากแรงขายลดความเสี่ยงหุ้นกลุ่ม ปตท. หลังการหารือระหว่างกระทรวงพลังงานกับผู้ประกอบการโรงกลั่นในเครือ ปตท. ได้ข้อสรุปว่า โรงกลั่นตกลงจะลดค่าการกลั่นดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่นไม่เกิน 1 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากทางการเมืองในประเทศ
คม ชัด ลึก 27 พ.ค. 2551