คงเคยได้ยินหลายคนพูดว่าโชคดีที่เป็นมะเร็ง หรือโรคร้ายแรงต่างๆ เพราะเขาเหล่านั้นได้เห็นธรรมะในความทุกข์นั้น จึงพูดได้ว่าเพราะมีทุกข์จึงเห็นธรรม ฉันมีความทุกข์ใจคิดวุ่นวายปวดหัวอยู่เป็นวัน ด้วยความที่เป็นลูกแม่ชี ก็พอมีความรู้เรื่องธรรมะอยู่บ้างจึงพิจารณาว่า เรื่องนี้จบไปแล้วตั้งแต่กลางวัน แต่เรายังครุ่นคิดเศร้าหมอง เสียใจ อยู่ตลอดเวลา ทำไมจึงเป็นอย่างนี้ แล้วเฝ้ามองตนเองว่าจิตใจของเราจะเศร้าไปถึงไหน เมื่อตามดูอย่างนี้ จิตกลับนิ่งเงียบไม่เกิดอะไรขึ้นเลยไม่รู้ไม่ชี้เอาซะเลย พอคิดเรื่องความทุกข์นี้เมื่อไร ก็พยายามท่องพุทโธ ให้ใจสงบ เรื่องไม่ให้คิดให้นึกถึงนั้นมันยากจริงๆ นึกถึงคำที่พระท่านว่ายึดมั่นถือมั่นคงเป็นเช่นนี้เอง จิตใจของเรานั้นต้องฝึก ใครรู้บ้าง ที่ท่านมหาสิริกันตสิริว่าฝึกจิตพิชิตทุกข์นั้นดีมากๆ ฉันเป็นเด็กอนุบาบในทางพุทธศาสนา เริ่มฝึกจิตให้อยู่กับตัว จิตชอบออกไปเที่ยวที่โน้น ที่นั่น มักไม่อยู่กับตัว จิตเรานั้นสังเกตให้ดีมันก็เอาตัวรอด นึกถึงเวลาที่เราตกใจซิ มันหายไปเลยนะ ที่เรียกว่าใจหายไงละ มันไม่ค่อยสนใจร่างกายนี้สักเท่าไรละมั้ง ต้องระวังฝึกให้ดี เมื่อมันออกจากร่างนี้แล้วจะได้ไปที่ดีๆ
ฉันถามน้าซึ่งเป็นเพื่อนของแม่ ว่าที่ฉันดูใจตัวเองว่าจะทุกข์จะเศร้าขนาดไหนนั้น เห็นใจมันนิ่งๆ มันเป็นอย่างนั้นเอง หรือฉันคิดไปเอง น้าบอกว่ามันนิ่งจริง แล้วตัวนึกคิดความคิดละมันมาจากไหน น้าบอกว่ามันมากับสังขาร หลายคนคงเข้าใจว่าสังขารคือร่างกายซึ่งฉันก็คิดเช่นนั้น น้องสาวขยายความให้เข้าใจว่า สังขารนั้นคือความนึกคิดปรุงแต่งเพราะเขารู้ว่าฉันไม่รู้แน่ๆ ก็ไม่รู้จริงๆ อย่างที่บอกกำลังเริ่มฝึก สังขารมีหลายความหมาย ร่างกาย ความนึกคิดปรุงแต่ง ก็ใช่ ยังมีอีกมากที่ต้องศึกษา ฉันยังคงกลุ้มใจกับเรื่องของตัวเองจึงถามน้าว่าจะทำอย่างไร น้าบอกว่าเราต้องน้อมใจแล้วแผ่เมตตาให้ ฉันก็ทำตามยังนึกถึงที่น้าเคยเล่าว่าไปนั่งสมาธิในป่า ฝนตกน้ำท่วม พอฝนหายมดเดินขบวนขึ้นมาบนตัวของน้าทั้งตัวรุมกัดกันยกใหญ่ (นึกตามแล้วอดขนผองสยองเกล้าไม่ได้) มดตัวโตสีดำๆ ฉันนึกออกเพราะเคยเดินป่าแล้วเจอ กัดเจ็ยมาก น้าก็แผ่เมตตาให้ มดไม่ไป น้าก็เลยน้อมใจแล้วนีกว่าคน สัตว์ก็มีความทุกข์กันทั้งนั้น ต่างคนต่างอยู่อย่าได้เบียดเบียนกันเลย น่าอัศจรรย์มากมดทั้งหลายพร้อมใจกันเดินจากไป น้าบอกว่าเราจะแผ่เมตตาแต่ปากไม่ได้ ต้องน้อมใจของเราไปด้วย ฉันละจำได้ขึ้นใจเลย
น้ายังสอนว่าเราจะทำอะไรให้พิจารณาให้รอบครอบผลที่จะเกิดขึ้น จะได้ผิดพลาดน้อย เขาเรียกวิตกวิจารณ์ ฉันยังบ่นกับน้าต่อไปอีกว่าฉันมองๆดูแล้วในวันหนึ่งๆมีทุกข์มากกว่ามีสุข(ความที่กำลังเครียดแต่ฉันไม่ได้มองโลกในแง่ลบ ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ) น้าบอกว่าใช่ ความสุขก็คือความทุกข์นั้นจางลง เห็นไหมละฉันคิดพิจารณาถูกนะ ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรที่เราว่ากำลังมีความสุขนั้นคุณลองคิดพิจารณาดูดีๆซิ เป็นแบบที่ฉันว่าหรือเปล่า เมื่อจิดใจสงบจะเกิดปัญญา พยายามทำจิตใจให้สงบดีกว่า หวังว่าทุกคนคงเคยฝึกจิตกันนะ ถ้าไม่เคยต้องเริ่มจากอ่านหนังสือธรรมะนะ