ประสบการณ์งานชุมชน
เทศบาลตำบลปะทิว มีประชากรหลากหลายอาชีพ มีทั้งผู้ทำกิจการค้าขายในอาคารร้านต่างๆ แม่ค้าในตลาดสด ข้าราชการ เมื่อเจ็บป่วยส่วนใหญ่มีค่านิยมเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน คลินิก หรือซื้อยากินเอง เนื่องจากสะดวกทันใจพูดจาไพเราะ ไม่ต้องรอคิวนานจะได้มาทำกิจการค้าได้รวดเร็ว ดังนั้นทำให้ประชาชนในเขตนี้ไม่นิยมเข้ารับบริการจากโรงพยาบาลอำเภอมาช้านานแล้ว
การทำงานชุมชนในเขตชุมชนนี้ช่วงแรกจัดว่ามีการให้ความร่วมมือน้อย ดังเช่นโครงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ในปีแรกที่มีโครงการนี้เข้ามานั้นถึงแม้ว่าจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นอย่างดี ก็ยังมีผู้เข้ารับการตรวจบางตา ฉันกับทีมงาน จึงคิดว่าเราน่าจะลองlistรายชื่อกลุ่มเป้าหมาย( จำนวนมากอยู่ ) แล้วลงไปพบที่บ้านทำความเข้าใจ ทำความรู้จักกับพวกเขา
เราเริ่มด้วยการทำตัวเป็นธรรมชาติที่สุดคือเดินซื้อของในตลาด ตามแผงทุกแผงที่มีกลุ่มเป้าหมายสร้างความสนิทสนม รับทราบปัญหาเพื่อจะได้จัดกิจกรรมให้ตรงกับปัญหาของชุมชน แล้วถือโอกาสประชาสัมพันธ์โครงการพูดคุยให้เห็นความสำคัญ บางคนก็ไปบางคนที่ไม่ไปเราก็จะเดินมาตาม สอบถามความจำเป็นและนัดหมายให้ไปตรวจจนสำเร็จ บางครั้งเราจดรายชื่อไว้10– 20 คน แล้วไปตามที่บ้านให้มาตรวจในวันรุ่งขึ้น พอเขามาตรวจแล้วเราก็ออกติดตามรายต่อไปอีก เราทำอย่างนี้อยู่หลายเดือน นับว่าเหนื่อยมากๆ เพราะเราต้องทำให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาจะได้จากการมาตรวจครั้งนี้คุ้มกับการเสียเวลาค้าขายของเขา ดังนั้นจึงต้องจัดกิจกรรมที่คิดว่าเขาต้องการ คือนอกจากจะตรวจคัดกรองโรคเบาหวานความดันอย่างเดียวแล้ว ยังตรวจหาไขมันในเลือดให้อีก รูปแบบกิจกรรมที่ทำ เริ่มจากทำแบบคัดกรองประเมินความเสี่ยง ค่าดัชนีมวลกาย รอบเอว หาค่าความดัน น้ำตาลและไขมันตามปกติ แล้วจัดกลุ่มในผู้ที่ปกติแนะนำมาตรวจทุกปี ในกลุ่มที่เสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะอ้วน ไขมันในเลือดสูง หรือว่าความดันเริ่มสูง เราจัดกิจกรรมกลุ่มFocus group โดยทีมงานจากกลุ่ม ACN ที่พยาบาลเวชปฏิบัติเป็นผู้อธิบายได้อย่างชัดเจนเพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักในปัญหาสุขภาพที่ยังมองด้วยตัวเองไม่เห็นตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเชิงสุขภาพ และมอบเอกสารผลการตรวจให้ไปทำความเข้าใจต่อที่บ้าน ในรายที่สงสัยเป็นโรคจะส่งพบแพทย์โดยได้รับบริการทันทีที่มาถึงไม่ต้องรอคิว นับว่าเราโชคดีที่เราได้รับงบสนับสนุนจากเทศบาลทำให้มีเงินทำกิจกรรมได้หลากหลาย มีค่าอาหารว่างสำหรับผู้ที่งดน้ำงดอาหารมาตรวจ กว่าจะออกมาในรูปแบบนี้ ต้องมีการนัดประชุม การออกแบบการทำงาน การประสานงาน และการลงชุมชนติดตามจนมาถึงการปฏิบัติงานจริงๆ ผลจากการที่เราออกติดตามวันละ 10– 20 คน พบว่ามีคนเข้ามาในโครงการร้อยละ90 ปัญหาของฉันคือประชาชนนอกเขต และหรืออายุไม่ถึงเกณฑ์จะต้องตรวจก็อยากจะตรวจ
หลังจากเสร็จสิ้นโครงการ เพื่อฉันเดินไปตลาดแม่ค้าบางคนเรียกบอกว่า “คุณหมอ คุณหมอ ตอนนี้ฉันลดน้ำหนักได้แล้วนะค่ะ “คุณหมอ คุณหมอ ปีหน้าจะตรวจอีกเมื่อไรอย่าลืมบอกน่ะคะ ”
เมื่อปีที่แล้วการทำงานรู้สึกสบายขึ้นมาก เพราะกระแสการสร้างสุขภาพในเขตเทศบาลตำบลปะทิวได้เกิดขึ้นแล้ว พอประชาสัมพันธ์โครงการทางเสียงตามสาย หรือให้อสม.ติดตามบอกข่าวกลุ่มเป้าหมายก็จะมาตรวจกันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การทำงานของเราสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
จากการทำงานอันนี้ทำให้ได้เรียนรู้ได้ข้อคิดอะไรๆหลายอย่าง เป็นสิ่งที่สอนและบอกก็อาจจะไม่ซึ้งและชัดแจ้งเหมือนลงมือทำเอง เป็นประสบการณ์ที่ดี ที่มีรากฐานมาจากความอดทน ความเสียสละ ความเหน็ดเหนื่อย ความตั้งใจของเราทุกคน จนชุมชนตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้เราย้อนหลังกลับไปมองสิ่งที่เราได้ทำไว้แล้ว กับผลที่เราได้รับวันนี้มันเป็นความปิติ อิ่มอยู่ในใจที่ไม่ต้องประกาศให้ใครรู้ และมันเป็นเสมือน พลังที่ซ่อนเร้นผลักดันให้เรามีพลังกายพลังใจที่จะทำสิ่งดีๆให้เกิดในชุมชนนี้ ชุมชนของเราต่อไป.
เป็นกำลังใจให้เสมอนะน้องเจี๊ยบ สู้ สู้ สู้ ....
คนเราสิ่งที่จะนำติดตัวไปในภพหน้าก็คือ ความดีนี้แหละ ทำไปเถอะค่ะ การทำความดีถึงแม้มนุษย์ไม่เห็น ( เพราะคงตาแหมด..อิ อิ ) เทวดาในสวรรค์ทั้ง 16 ชั้น รับรู้แน่นอนค่ะ
เอาดอกไม้กลางแดดมาฝาก เป็นกำลังใจนะจ๊ะ
ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ