คนเราในโลกทุกวันนี้เก่งเน๊อะ...!  

เพราะแค่ทำงานหาเงินก็ปวดหัวกันแย่อยู่แล้ว แถมยังต้องมาเสพข่าว ฟังสื่อที่นำเสนอแต่เรื่องแย่ ๆ เรื่องเลวของใครต่อใคร เรื่องร้ายของสังคม จึงไม่รู้ว่าชีวิตญาติโยมนั้นอยู่กันได้อย่างไร…

เพราะแค่เราเข้าฟังเขาเล่าข่าวโน้นข่าวนี้ให้ฟัง ไม่มีทีวีดู ก็ปวดหัวแทบแย่


แต่คนทั่วไปต้องดูทีวีทั้งวัน ทั้งคืน ไม่ปวดหัวกันบ้างเหรอ
แค่โฆษณาที่ยั่วกิเลสให้ซื้อของนี่ก็ชวนปวดหัวแล้ว
ยังเจอหนังชิงรักหักสวาทเข้าไปอีก ชีช้ำหนัก
หรือถ้าเจอหนังแอคชั่นแบบเลือดท่วมจอ ก็จะพากันนอนไม่หลับ เพราะภาพติดตาตรึงใจ
แถมด้วยทุกวันนี้ โปรโมชั่นใหม่ ๆ อ่านข่าวให้ฟังทุกเช้า ฟังง่าย ฟังสบาย แต่ข่าวนั้นฟังแล้วซุปเปอร์จะหดหู่ใจทั้งนั้นเลย

ขนาดคนที่มาเล่าให้ฟัง เขาเล่าไม่เก่ง บางครั้งเรายังอินไปกับเขาเลย แล้วในทีวีมีแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้น โอ้โห...เล่ากันทีนี่ฟังแล้ว "เคลิ้ม" เคลิ้มแบบเศร้า ๆ...!

กินข้าวไป ฟังข่าวคนทะเลาะกันไป คนด่าไปกัน ข้าวไม่น่าจะอร่อยเน๊อะ
คนนั้นฆ่ากันโหดเหี้ยมอย่างนี้ คนนั้นตีกันโหดร้ายอย่างนั้น กับข้าวที่อร่อยคงลดความหอมหวานลง
นักการเมืองก็ทะเลาะกันทุกวัน สาดโน่น จ้องแต่หาข้อเสีย ช่องว่างจะทำลายล้างกัน แล้วใช้สื่อมาทำลายความรู้สึกคนให้แย่ ๆ ลงไป อันนี้เป็นอาหารมื้อค่ำที่สุดรันทด  

งานก็เหนื่อยแทบแย่ แถมต้องมาเจอข่าวแบบหนัก ๆ “หนักจิต” เข้าไปอีก ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะหาความสุขเจอกันได้อย่างไร

วัน ๆ หนึ่งมีแต่คนจะยัดเหยียดความเลว ความชั่วของคนอื่นมาให้เรารู้ เราฟัง
ชีวิตนี้เราก็เลยได้เสพแต่ความเลวความชั่ว
เรานี่ก็เลยตกเป็นเครื่องมือส่งต่อความชั่วไปโดยปริยาย...

ดีนะที่ครูบาอาจารย์เขียนข้อปฏิบัติไว้ไม่ให้เราดูทีวี ไม่งั้นเราต้องเสพแต่เรื่องปวดหัว ๆ นี่ทุกวัน ทุกเวลา
ชีวิตปีกว่า ๆ นี่ไม่ได้เสพข่าวเลว ๆ ร้าย ๆ มาอย่างน้อยก็สี่ห้าร้อยข่าวนะ ถ้านับกันวันละข่าว
ชีวิตนี้ดีกว่าเยอะนะ ถ้าไม่ได้รู้เรื่องราวเลว ๆ ร้าย ๆ ตั้งสี่ห้าร้อยข่าวแน่ะ...