ปราชญ์ชาวบ้าน...การเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จังหวัดอุทัยธานี
การเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยปรับเปลี่ยนค่านิยม
และกระบวนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
 โดย.....ครูติดแผ่นดินข้าวโพด...อุทัยธานี
จากการทำเวทีชุมชน...ได้ข้อสรุปมาดังนี้...ลองพิจารณา
ดูก็แล้วกันครับ.....บางทีอาจเป็นประโยชน์บ้าง

หลักคิด

1.      ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่

2.      สร้างค่านิยมในการผลิตโดยคำนึงถึงต้นทุนและกำไรเป็นตัวตั้ง

3.      กระบวนการผลิตต้องคำนึงถึงศักยภาพของคน    พื้นที่  และสภาพแวดล้อม              ( พื้นที่ไม่เหมาะสมแต่ราคาจูงใจ  ทำเกิน 200 ไร่  มือใหม่ )

หลักวิชาการ

1.      เพิ่มศักยภาพในการผลิต (สร้างความเหมาะสม)

-         ดิน

-         พันธุ์

2.      ลดต้นทุนโดยไม่กระทบต่อผลผลิตและคุณภาพ

หลักปฏิบัติ

1.    การเตรียมแปลงปลูก

ก่อนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ควรมีการบำรุงดิน  โดยการปลูกพืชตระกูลถั่วช่วงเดือนมีนาคม  -  เมษายน  และไถกลบก่อนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างน้อย 1  เดือน

การไถเตรียมแปลงก่อนปลูกข้าวโพด จะไถดิน  2  ครั้ง  ครั้งแรกควรไถด้วยผาน 3  จะกินดินได้ลึก จะทำให้ดินเก็บความชื้นได้ดีกว่าและรากจะขยายไปได้ไกลกว่า ไถครั้งที่ 2  จะไถจาน เพื่อย่อยเนื้อดินพร้อมปลูก

2.    การปลูก

-                     ในขั้นตอนของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ผ่านมาเกษตรกรจะหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด-เลี้ยงสัตว์อย่างเดียว ไม่ได้ใส่ปุ๋ยในขณะหยอดเมล็ด  ปัจจุบันเมล็ดพันธุ์มาจากบริษัทเป็นพันธุ์ที่ต้องใช้ปุ๋ยในการบำรุงต้น ตั้งแต่ระยะต้นกล้า  จึงควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16 20 0 หรือ 15 15 15  อัตรา  20 25  กก./ไร่  พร้อมกับการหยอดเมล็ดพันธุ์ เพื่อเป็นการสร้างความสมบูรณ์ทางลำต้น และเตรียมความพร้อมในการสร้างฝักต่อไป

3.    การดูแลรักษา

การทำรุ่น  (กำจัดวัชพืชพร้อมใส่ปุ๋ย)  อาจใช้เครื่องจักร หรือแรงงานคน ไม่ควรใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช หากจำเป็นควรเลือกเป็นวิธีสุดท้าย  การใช้เครื่องจักรและแรงงานคนในการทำรุ่นระหว่างแถวร่องข้าวโพด  พร้อมใส่ปุ๋ย 46 0 0  หรือ 16 16 8  หรือ 16 20 0  หรือ 16 8 8  แล้วแต่ความเหมาะสมแต่ละพื้นที่  จะทำให้ดินร่วนซุย เก็บความชื้นได้ดี ลดการสูญเสียปุ๋ย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะไม่ล้มง่าย หากใช้สารเคมีในการทำรุ่นจะส่งผลให้ดินแข็งตัวกันเป็นก้อน  ดินจะเก็บความชื้นได้น้อย ปุ๋ยจะระเหยเร็ว เพราะไม่ได้ไถกลบ ต้นงอโคนล้มง่ายเพราะไม่ได้พูนโคนต้น

-การใส่ปุ๋ยเคมีควรใส่ 3 ครั้ง (ปกติ 2 ครั้ง)

ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1  ใส่ปุ๋ยสูตร 15 15 15  หรือ 16 20 0  อัตรา  12 15  กก./ไร่

พร้อมหยอดเมล็ด

ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2  ใส่ปุ๋ยสูตร 16 20 -0   หรือ 16 16 8 หรือ 16 -20 - 0   อัตรา

 25 30   กก./ไร่  ช่วงอายุ 25 30  วัน

ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3  ใส่ปุ๋ยสูตร 46 - 0 - 0  ใส่แต่งหน้าช่วงอายุ 45 50 วัน ในอัตรา 

30  กก./ไร่  ก่อนข้าวโพดตากเกสร

จุดคอขวด

1.      การเตรียมแปลงปลูก

2.      การดูแลรักษา

 การปลูกพืชบำรุงดินก่อนปลูก

ก่อนปลูกข้าวโพดต้องมีการบำรุงดินแบบใช้ธรรมชาติช่วยในช่วงเดือนมีนาคม เมษายน  ถ้ามีฝนตกให้นำถั่วเขียว หว่านก่อน เพราะในรากของถั่วจะมีปุ๋ยอยู่ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็ไถกลบต้นถั่วเขียวให้เป็นปุ๋ยได้ ก็จะทำให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้มาก  ต้องกะระยะในการปลูกก่อนเพราะต้องไถกลบก่อน 1 เดือน ใช้เมล็ดพันธุ์ถั่ว  15 20  กก./ไร่  หว่านแล้วไถกลบบาง ๆ ก่อนปลูกข้าวโพด  70  วัน

ขั้นตอนหยอดเมล็ดพันธุ์

ปกติ

            หยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดอย่างเดียวไม่ได้ใส่ปุ๋ย

ภูมิปัญญา

            หยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดพร้อมใส่ปุ๋ยรองพื้น ควรใส่ปุ๋ยสูตร  16 20 0  หรือ 15 15 -15  ในอัตรา  20 25  กก./ไร่

            ข้อดี

1.      ข้าวโพดงอกแล้วสามารถใช้ปุ๋ยได้ทันที

2.      ทำให้ข้าวโพดโตสม่ำเสมอเท่ากันทั้งแปลง

3.      โครงสร้างของลำต้นข้าวโพดจะสมบูรณ์ตั้งแต่ยังเล็ก

ภูมิปัญญาการใส่ปุ๋ย 3 ครั้ง (ปกติ 2 ครั้ง)

ชีวภาพ

            เตรียมดิน  2 ครั้ง ด้วยการไถผาน 3   1 ครั้ง ผาน 7   อีก 1 ครั้ง พอถึงเดือนกรกฎาคม ประมาณ 15 30  กรกฎาคม  แล้วหยอดเมล็ดและรองพื้นปุ๋ยสูตร  15 15 15  รองพื้นประมาณ  12 15  กก. เมื่ออายุ 25 30 วัน ทำรุ่นและใส่ปุ๋ยด้วยการใช้รถเข็นปุ๋ยเพื่อไม่ให้ปุ๋ยเสียหาย ประมาณ  25 30 กก. และต้นข้าวโพ

ไม่ล้มง่าย พออายุ  45 50 วัน ใส่ปุ๋ย 48 0 0   แต่งหน้าอีกครั้ง ก่อนตากเกสร ทำให้ฝักพุ่งขึ้น   ฝักใหญ่   เมล็ดโต ใช้ประมาณ  30  กก. เมื่ออายุ 120 วัน ก็เก็บเกี่ยวและไถดินและต้นข้าวโพดเป็นปุ๋ยต่อไป

ทำไมต้องทำรุ่น

1.  พื้นดินทำให้ดินร่วนซุย

                        2.   ช่วยให้ข้าวโพดไม่ล้ม

                        3.    ช่วยปิดกลบปุ๋ยลดการสูญเสียปุ๋ย

            วิธีทำ

ใช้เครื่องจักรทำรุ่นระหว่างร่องข้าวโพด พร้อมใส่ปุ๋ย 46 0 0 หรือ 16 16 8 หรือ 16 20 0 หรือ 16 8 8 อย่างใดอย่างหนึ่งในอัตรา 25 30 กก./ไร่

            ความต่างระหว่างการฉีดยากำจัดวัชพืช

1.      ทำให้ดินแข็งตัวจับกันเป็นก้อน

2.      ดินจะเก็บความชื้นได้น้อย

3.      ปุ๋ยจะระเหยเร็วเพราะไม่ได้กลบปุ๋ย

ขั้นตอนการเพิ่มผลผลิต

1.  เมื่อข้าวโพดงอกแล้วประมาณ  15 20  วัน  ฉีดพ่นให้อาหารทางใบ (ฮอร์โมนปุ๋ยน้ำหมักผลไม้)  ในอัตรา 10  ซีซี  ต่อน้ำ 20  ลิตร 

            2.   เมื่อข้าวโพดงอกแล้วประมาณ 40 45 วัน ฉีดพ่นให้อาหารทางใบ (ฮอร์โมนปุ๋ยน้ำหมักผลไม้)  ในอัตรา 20 ซีซี  ต่อน้ำ 20  ลิตร 

            ข้อดี

1.      ทำให้ข้าวโพดได้ธาตุอาหารครบถ้วน

2.      ทำให้ต้นข้าวโพดไม่หักล้มง่าย

3.      ช่วยป้องกันหนอนกินไหมข้าวโพด

                       

 

โดย.....สะแกกรัง