"เพราะรักจึงยอม....ไว้ใจ" บทเพลงของอำพล ลำพูน ยังฝังใจอยู่เสมอ หากเรารักองค์กรก็ต้อง"ยอม"ครับ ยอมเจ็บ ยอมถอย ยอมฟัง ยอมแพ้ เพื่อให้องค์กรชนะครับ หากเราไม่ยอมถอย ทุกคนไม่ยอมถอย ไม่ยอมแพ้สุดท้ายผู้แพ้คือองค์กรครับ

ความรักมีหลายประเภทครับ รักได้หลายทาง รักได้แบบไม่มีขอบเขตจำกัด รักแบบศรัทธาก็เรียกว่ารักครับ รักแบบปนชิงชังก็ยังถือว่ารักครับแม้แต่รักแบบเกลียด ๆก็ยังถือว่ารักครับ "รักซ่อนลึก"ไงครับ ฮิ ฮิ

ยกเว้นรักแบบหลอก ๆผม่ไม่ถือว่าเป็นความรักครับ ฮะ ฮะ ! ผมกลัวถูกหลอกครับ เพราะผมใจง่ายครับ อ่อนไหวครับ !!

ความรักไม่มีขอบเขตจำกัดจริง ๆ ครับ รักพ่อ รักแม่ รักพี่ รักน้อง รักลูก รักหลานก็ไปอีกแบบครับ

รักเพื่อน รักผู้ร่วมงาน รักลูกน้อง(ไม่ใช่กิ๊ก) รักเจ้านาย ก็เป็นอีกแบบหนึ่งครับ

ความรักเหล่านี้ผมไม่ค่อยชำนาญหรือสันทัดเท่าใดครับ กว่าจะได้มาสักความรักหนึ่งก็เลือดตาแทบกระเด็นแน่ะ ?? โดยเฉพาะความรักแบบพระเอกนางเอกเนี่ยไม่สันทัดเอาซะเลยครับ

แต่ความรักที่ผมจะพูดวันนี้สั้น ๆครับ "ความรักองค์กร"ครับ ความรักที่เรา ๆมีต่อองค์กรก็แทบไม่ต่างจากความรักทั่วไปหรอกครับ บางคนทั้งรักทั้งหวงเลยครับ หากเราถามบุคลากรในองค์กรว่ารักองค์กรไหม เราจะได้คำตอบที่ไม่เหมือนกันหรอกครับหากไม่ลอกกันตอบนะครับ

การแสดงความรักต่อองค์กรก็มีหลายวิธีครับ บางคนก็จะอนุรักษ์แบบเก่าเอาไว้ บางคนก็จะพัฒนาให้ไปข้างหน้า บางคนก็จะประหยัดเก็บเงินเอาไว้ บางคนก็ใช้จ่ายไม่อั้นเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทั้งคู่ไม่ผิดครับ ดีหมด  "เพราะรักจึงยอม....ไว้ใจ" บทเพลงของอำพล  ลำพูน ยังฝังใจอยู่เสมอ หากเรารักองค์กรก็ต้อง"ยอม"ครับ ยอมเจ็บ ยอมถอย ยอมฟัง ยอมแพ้ เพื่อให้องค์กรชนะครับ หากเราไม่ยอมถอย ทุกคนไม่ยอมถอย ไม่ยอมแพ้สุดท้ายผู้แพ้คือองค์กรครับ

การเลือกที่จะรัก การเลือกที่จะยอมเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องทำครับ ไม่ดันทุรังไปข้างหน้าอย่างเดียวหรือยืนกระต่ายขาเดียวอยู่เสมอก็แย่ครับ

ตอนนี้บรรยากาศเริ่มดีขึ้นมาก ๆ เพราะหลายคนรู้จักความรัก รู้จักเลือกและรู้จักยอมครับ ดูอย่าง "งานผ้าป่ากายภาพ" คราวนี้ ทุกคนเป็นพระเอกในบทบาทของตัวเอง เป็นนางเอกในบทบาทของตัวเอง ผลงานจึงออกมาดีครับผม !!!