|
... สำนักข่าว BBC รายงานข่าวมหาอำนาจแห่งการขาดอาหารว่า คงจะอยู่ในเอเชียและอาฟริกา ประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางด้านนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นอินเดียนี่เอง ท่านอาจารย์แดเนียล ทูล (Daniel Toole) ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟเขตเอเชียใต้ เดลลี อินเดียให้สัมภาษณ์สำนักข่าว BBC ว่า สถิติเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีที่ขาดอาหารในเขตเอเชียใต้ทุกวันนี้ก็สูงไม่เบาดังตาราง ...
... สถิตินี้ไม่ได้รวมพม่า ซึ่งอยู่นอกเขตเอเชียใต้ ทว่า... นิตยสารแนชชั่น จีโอกราฟฟิค รายงานเร็วๆ นี้ว่า เด็กพม่าน่าจะขาดอาหารประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศ ... ภาพ: แสดงอาหารจานเดียวแบบง่ายๆ ของชาวอินเดีย ประกอบด้วยข้าวราดแกงถั่ว (ดาล) หอมแดง พริก ซึ่งคนอินเดียจะกัดกินพร้อมข้าวเลย ไม่ได้นำไปปรุงในแกงตั้งแต่ต้นแบบแกงไทย เวลากินใช้มือเปิบ กินแบบนี้ไม่ต้องกลัวหมูแพง (ภาพที่วัดไทยลุมพินี มีนาคม 2550)
... นอกจากนั้นสถิติเด็กแรกเกิดน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ในเขตเอเชียใต้ก็สูงเช่นกันดังตาราง
... อาจารย์ทูลกล่าวว่า เด็กแรกเกิดที่ขาดอาหารทั่วโลกอยู่ในอินเดียประมาณ 40% ซึ่งถ้าอาหารแพงขึ้นจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กยากจนในอินเดียมากกว่า 1.5 ล้านคน ประชากรโลกประมาณ 6.6 พันล้านคน อยู่ในอินเดีย 1.1 ล้านคน นั่นคือ คนในโลก 6 คนจะเป็นคนอินเดียที่อยู่ในอินเดีย 1 คน (ไม่นับคนอินเดียที่อยู่นอกอินเดีย) ... ท่านอาจารย์ยุทธศักดิ์ ศุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ผู้ดำเนินการโครงการ "ครัวไทย สู่ครัวโลก" กล่าวว่า เมื่อปีก่อน (2550) สถาบันอาหารทำวิจัยพบว่า อีก 10 ปีข้างหน้า ราคาอาหารจะเพิ่มขึ้น 20-50 เท่า เช่น หมูเนื้อแดงจะแพงกว่านี้ 20 เท่า หรือกิโลกรัมละ 1,600 บาท ฯลฯ ... สภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบ ทำให้ผลผลิตอาหารลดลงทั่วโลกดังตาราง
... ปรากฏการณ์นี้มีทฤษฎีมารองรับคือ พืชมีกระบวนการทางเคมี (metabolism / เมทาโบลิสซึม) 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
... กระบวนการทางเคมีทั้ง 2 อย่างข้างต้นนั้น... เป็นกระบวนการที่อาจจะกล่าวได้ว่า ทำงานในทิศทางตรงกันข้ามกัน การสังเคราะห์แสงเป็นการสร้างอาหารให้กับชาวโลก ส่วนการหายใจของพืชจะเทียบกับการทำลายอาหารของชาวโลกก็ว่าได้ ... ข่าวร้ายคือ กระบวนการหายใจของพืชมีความเร็วแปรตามอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม ถ้าสิ่งแวดล้อมร้อนขึ้น การหายใจของพืชซึ่งคล้ายกับการเผาผลาญอาหารของสัตว์จะเพิ่มขึ้น การหายใจที่เพิ่มขึ้นจะทำให้พืชสูญเสียกำลังงานสะสมในรูปแป้งและน้ำตาลมากขึ้น ทำให้ผลผลิตลดลง ส่งผลให้อาหารของชาวโลกลดลงไปด้วย ... เรียนเสนอพวกเราที่พอจะมีที่มีทางทำสวนครัว รีบปลูกต้นไม้ที่กินได้ไว้ล่วงหน้าเลย ใครมีที่พอจะทำไร่ ทำนา หรือทำสวนได้ก็ควรปลูกต้นหมากรากไม้ที่กินได้ โดยเฉพาะไม้ผลไว้บ้าง เพราะต่อไปมีแนวโน้มว่า ราคาอาหารจะเพิ่มขึ้นตามที่สถาบันอาหารวิจัยไว้จริงๆ ถึงตรงนี้... ขอให้ไทยเราเป็นแหล่งผลิตอาหารโลกได้มากขึ้นในระยะยาว เพื่อให้คนไทยมีอาหารพอกิน และส่งออกได้ตามสมควรครับ ... เรียนเสนอ...
ที่มา
|


คุณหมอครับ เป็นไปได้ครับ ๑๐ ปี หมูราคากิโลกรัมละ พันกว่าบาท เป็นไปได้แน่ๆ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ ผมยกตัวอย่างประเทศพม่า เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา เงินพม่าแพงกว่าเงินไทยสองเท่า แล้วค่อยๆลดลงๆ เรื่อยมา จนถูกกว่าเงินไทย เหลือหนึ่งร้อยจ๊าดแลกเงินไทยได้สามบาท สมัยนั้นสินค้าในพม่า ยกตัวอย่าง เหล้าขาวขวดละ ๒ จ๊าด วัวตัวละ ๑๕๐-๓๐๐ จ๊าด เนื้อหมูเนื้อวัวกิโลละ ๒-๓ จ๊าด พวกผักต่างๆซื้อ ๕๐ สตางค์ หาบกลับบ้านได้เลย และเมื่อ ๕-๖ ปีที่ผ่านมา หมูขึ้นเป็นกิโลละ ๕๕๐ จ๊าด ปัจจุบันปี ๕๑ เนื้อหมูกิโลละ ๑,๓๐๐ -๑,๕๐๐ จ๊าด เช่นกัน ที่แม่ฮ่องสอน เมื่อ ๕-๖ ปีที่ผ่านมา เนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อเก้ง หมูป่า ราคากิโลกรัมละ ๔๕-๖๐ บาท ปัจจุบัน หมูกิโลละ ๑๑๐ บาท ปลานำปายกิโลละ ๒๐๐ บาท เนื้อเก้งกิโลละ ๓๐๐ บาท หมูป่า กิโลละ ๒๐๐ บาท อีกประมาณ ๑๐ ปีของเหล่านี้จะขึ้นเป็นหลักพัน ต้องพึ่งพาตนเอง ปลูกพืชไว้กินเอง ผมปลูกรอบบ้านเลยครับ อย่าเก็บสะสมเงินอย่าฝันหวานอยู่บนกองเงิน ให้เก็บเป็นข้าวของแทน เช่น ที่ดิน ทอง เงินแท้ ให้ฝันหวานอยู่บนกองทอง รัฐบาลต้องจัดการ ราคาสินค้าที่ขายให้คนในประเทศของเราต้องเป็นราคาหนึ่ง ราคาส่งออกก็เป็นอีกราคาหนึ่ง อย่าปล่อยให้ราคาสินค้าไหลขึ้นตามใจชอบเช่นปัจจุบัน ผมว่าอนาคตพวกลูกหลานลำบากแน่ครับคุณหมอ ขอบคุณคุณหมอครับ ที่ให้ทั้งความรู้และข้อคิดที่ดี อาจารย์เก แม่ฮ่องสอน
ขอขอบพระคุณอาจารย์เก...
ท่านพระธัมมานันทะ อัครมหาบัณฑิต > พระพม่าที่เข้ามาสอนบาลีมูลกัจจายน์ หรือบาลีใหญ่ในไทย
ทว่า...