ทำบุญเห็นผลชาติหน้า เสนอหน้าเห็นผลชาตินี้ ทำไม่ดีเห็นลอยหน้าลอยตาเฉย.....เป็นเหตุการณ์ หรือว่า คติพจน์ของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ที่หลุดออกมาจากความน้อยเนื้อต่ำใจ น้อยใจ หรือสะใจ.... ก็ไม่แน่
ความไม่สมหวัง จึงเกิดอาการ.... องุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน
โพทนาว่า สิ่งที่ตนทำดีมานั้น ทำไมไม่เห็นผลตามที่ต้องการสักที
หน้าที่การงานเกิดอาการ... งอมืองอเท้า เช้าชามเย็นชาม ปฏิเสธงานไปทุกเรื่อง จะทำงานตามที่เคยๆ....แบบนมมัธยมใส่เสื้อประถม หรือ แบบที่ วินมอเตอร์ไซค์ ชมเชยกันว่า....สมองห..ม..า ปัญญาค..ว..า..ย
ปฏิบัติตนไม่สมภาคภูมิ แต่มีความต้องการให้ผู้อื่น กล่าวยกย่องชมเชย
มีความต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ แต่ไม่เคยก่อร่างสร้างความดี
กินแรงเพื่อนๆ ร่วมอาชีพ เสมอ.....
อูยยยย เหนื่อยยย
สวัสดีค่ะ
>>>ทำบุญเห็นผลชาติหน้า เสนอหน้าเห็นผลชาตินี้ ทำไม่ดีเห็นลอยหน้าลอยตาเฉย <<<
* ครูอ้อยขา...ปล่อยฉันไป ๆ ( เพลงใครร้องจำไม่ได้แล้วค่ะ )อ่านเรือเยวสุดท้ายของ ประชาคม ลุนาชัย...แล้วได้คำตอบลอยหน้าลอยตาไม่เฉยค่ะ
*อิอิ
สวัสดีครับครูอ้อย
อ่านแล้วได้ข้อคิดดีมากครับ ในประเด็นที่ว่า
ปฏิบัติตนไม่สมภาคภูมิ แต่มีความต้องการให้ผู้อื่น กล่าวยกย่องชมเชย
มีความต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ แต่ไม่เคยก่อร่างสร้างความดี
ถือเป็นธรรมะเล่มน้อย ได้เลยครับ
เปิดเทอมแล้ว คงได้รบรากับเด็กอย่างสนุกสนานนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณครูอ้อยครับ...
"ทำบุญเห็นผลชาติหน้า เสนอหน้าเห็นผลชาตินี้ ทำไม่ดีลอยหน้าลอยตาเฉยเลย.... " แม้จะเป็นคำกล่าวในกลุ่มที่น้อยอกน้อยใจในวาสนา ทำงานมาก ทำงานดี ทำงานเป็นระบบ ก็ไม่ดี ไม่เด่น ไม่ดัง เสียที... ครับตามหลักธรรมของพระพุทธองค์เกี่ยวกับการทำบุญคือ..อานิสงฆ์ครับ..อานิสงฆ์ของการทำบุญ คือในภพนี้ จะทำให้มีความสุขใจ เบิกบานขณะที่ได้ทำบุญนั้น ในภพหน้าก็จะได้รับอานิสงฆ์ คือ ได้อายุ วรรณะ สุขะ และพละ ตามขนาดของบุญที่ได้กระทำในภพ ชาตินี้ครับ
ส่วนการเสนอหน้า(จะประจบ หรือไม่ประจบ)ก็เป็นสิ่งที่ควรทำบางบ้างโอกาสเพราะว่าปรัชญาจีนกล่าวไว้ว่า ฝึกฝนมาหลายปี เพื่อจะทำหน้าที่เจรจาในครั้งเดียวครับ(ส่วนใหญ่จะเป็นนักการทูตครับ) เหตุผลเพราะว่า การทำงานที่ดี ต้องมีการรายงานผลการทำงานด้วยครับ เลือกช่วงเวลาเหมาะ ๆแล้วคุยให้เจ้านายฟังบ้างก็จะรักษาความสัมพันธ์ลูกน้อง เจ้านายที่ดีได้ครับ..
ส่วนการทำไม่ดี แล้วลอยหน้าลอยตา..เฉยเลยนี้ในทางพุทธศาสนา ไม่ยกย่องครับ ไม่เป็นอุเบกขา เพราะว่าขาด อิทธิบาทสี่ ไม่มุ่งทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ มุ่งแต่สร้างความเดือดร้อน และเสียหายแก่ผู้อื่น เพราะฉะนั้นจงเป็นอะไรที่ไม่ส่งเสริมครับ
แล้วจะมารวมกันเป็น อุทาหรณ์สอนใจ หรือเป็นสุภาษิตก็ไมได้ เป็นได้แค่ กลอนที่ไม่สมบูรณ์ครับ "ทำบุญเห็นผลชาติหน้า ..ถูกต้องครับ เป็นเรื่องที่เข้าใจถูกแล้วครับแต่ไม่ควรน้อยใจ เพราะอานิสงฆ์ชาตินี้ก็มีอยู่ครับ เสนอหน้าเห็นผลชาตินี้ ก็ไม่ถูกเสมอไปครับ เพราะหลายคนที่ไม่เสนอหน้าก็ได้ดีครับ..ไม่ยกตัวอย่างครับ ส่วนทำไม่ดีลอยหน้าลอยตาเฉยเลยนี้ ก็เพราะเรามักไปเห็นเขาตอนไม่ดีครับ ตอนเขาดีก็น่าจะมีครับ ไม่ขอยกตัวอย่างอีกครับ สรุปว่าอย่างไรเสีย คำกล่าวที่กล่าวข้างต้นนั้นไม่ประกอบด้วยกลอน ไม่เป็นอุทาหรณ์สอนใจ ไม่เป็นสุภาษิต ใช่ในสังคมไม่ได้ครับ....(กรรมมีครับตามสนองเองแหละ)
มีความต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ แต่ไม่เคยก่อร่างสร้างความดีคนเรานั้น ต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ครับ เพราะเป็น โลกธรรม 8 ที่มนุษย์ยังหลงติดอยู่ครับ ไม่เกี่ยกับการทำความดีครับ ในโลกธรรม 8 มี ลาภ ก็จะเสื่อมลาภ มียศ วันหนึ่งก็เสี่อมยศ มีสรรเสริญวันหนึ่งก็มีนินทา(วันนี้เขาก็โดนนินทาแล้ว) มีสุข วันหนึ่งก็มีทุกข์ครับ ไม่มีใครได้อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจะไม่ได้สิ่งที่ตรงข้ามอีกอย่างหนึ่งหรอกครับ...
แต่ความดี คนชั่ว ก็ทำความดีได้ครับ ไม่ได้สงวนไว้สำหรับคนดีอย่างเดียว เด็กก็ทำได้ เด็กไม่รู้เดียงสาก็ทำได้ คนแก่ใกล้ตายก็ทำได้ครับ เพราะฉะนั้นความดีหาซื้อไม่ได้ มีปัญญาให้หาทำเอาเองครับ......ทำดี แล้วมีความสุขครับคุณครู