เพื่อนในที่ทำงานและเพื่อนบ้าน สำคัญสุด ๆ ในชีวิตเรา ถ้าเพื่อนในที่ทำงานและเพื่อนบ้าน "รักเรา" เราจะอยู่อย่างปลอดภัยตลอดชีวิต

       เมื่อผมเริ่มชีวิตการทำงานใหม่ ๆ หลังจากจบปริญญาตรี ครั้งหนึ่งผมได้เล่าให้คุณแม่ฟังเกี่ยวกับนิสัยของเพื่อนคนหนึ่งว่า เป็นคนไม่มีน้ำใจ เห็นแก่ตัวมาก(หรือเรียกว่า นินทาเพื่อนนั่นแหละครับ)  เท่านั้นแหละ...เป็นเรื่อง....ถูกคุณแม่สอนเสียยกใหญ่

       แล้วลูกล่ะ...ดีนักหรือ   ลูกไม่มีข้อเสียหรือ....มองเฉพาะข้อดีของเขาก็ได้นี่ลูก.............แม่ถามให้ผมคิดและเริ่มสอน

       ลูกจำไว้น่ะ ...เพื่อนร่วมหมวดวิชาหรือเพื่อนที่ทำงาน สำคัญมาก   บางครั้งสำคัญกว่าญาติพี่น้องเสียอีก เพราะเขาอยู่ใกล้เรา(ญาติพี่น้องอยู่ไกลเรา)....ถ้าลูกเป็นลม ล้มพับลง ณ ที่ทำงาน หรือเกิดปัญหาใด ๆ ในชีวิต เกิดอุบัติเหตุใด ๆ  ในที่ทำงาน  คนที่จะช่วยลูกคนแรกคือ เพื่อนร่วมงานที่นั่งโต๊ะติดกัน เขาคือคนสำคัญในชีวิตเรา  ให้มองเขาในทางที่ดี เลือกคบในสิ่งที่ดี  เอื้ออาทรต่อเขา และดีต่อเขาตลอดเวลา  แล้วลูกจะปลอดภัย  เมื่ออยู่ในที่ทำงาน.....แม่สอนเสียยืดยาว

       นอกจากเพื่อนที่ทำงานแล้ว...เพื่อนบ้านน่ะลูก สำคัญสุด ๆ ในชีวิตเรา ถ้าเพื่อนบ้านทั้ง 4 ทิศ รักเราหมด  บ้านของลูกและครอบครัวลูก จะปลอดภัยที่สุด ปลอดภัยตลอดชีวิต จนถึงรุ่นลูก ๆ ของลูกเอง.....แต่ถ้าเพื่อนบ้านเกลียด แม้เราจะมีบ้านใหญ่โต มีระบบป้องกันแน่นหนา  จงรู้เถอะว่า บ้านเราหาปลอดภัยไม่

       วิธีการที่จะทำให้คนรอบข้างรักเรา คือ มองเขาในทางที่ดี  ดีต่อเขา  เอื้ออาทรต่อเขา  ไม่พยายามมองสิ่งที่เป็นลบในตัวเขา   ถ้าใครมาเล่าสิ่งที่เป็นลบของเพื่อนเรา  หรือของเพื่อนบ้าน  หากหลีกเลี่ยงได้...อย่าฟังเลย จะดีที่สุด...โดนแม่เทศนาเสียแล้วเรา

       คำสอนของแม่ ป. 4  ดังกล่าวข้างต้นนี้ ช่วยให้ผม เลิกนินทาเพื่อน เลิกนิสัยพูดถึงเพื่อนในเชิงลบ  มองแต่สิ่งดีดีของเพื่อน  ทำดีต่อเพื่อนในที่ทำงาน  เอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมงานและเพื่อนบ้าน...แน่นอน ผมเห็นแก่ตัว คือ ต้องการให้ตนเองปลอดภัย ทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน  เพื่อให้เพื่อนในที่ทำงานและเพื่อนบ้าน เป็นเกราะคุ้มกันภัยที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตเรา....หากท่านต้องการทดสอบว่าที่ผมพูดจริงหรือไม่  ท่านลองไปนินทาเพื่อนผมให้ผมฟังดูซิครับ...ผมจะบอกท่านว่า เออน่ะ...คนเราคงไม่ดีไปทุกอย่างหรอก คุณไม่ต้องมาเล่าผมหรอก  ผมดูเพื่อนผมออกน่ะ และผมก็ไม่อยากฟังสิ่งที่เป็นลบของเพื่อนผม(สิ่งที่คุณกำลังจะเล่าให้ผมฟัง มันคงจะไม่ใช่  Best Practices  แน่ ๆ แต่เป็น Bad Practices ซึ่งไม่รู้ว่าจะเก็บไปทำไม)...แต่..ถ้าคุณไปชมเพื่อนผมในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผมอยากฟังน่ะ  เพราะมันอาจเป็น Best Practices ที่ผมอาจเลี่ยนแบบได้บ้าง ในอนาคต