ที่จังหวัดหนองคาย หมอล้ามาเล่าสู่กันฟังในเรื่อง เหตุการณ์ที่หนองคายเป็นอย่างไร ความก้าวหน้าของหนองคายได้เริ่มแล้ว อาจเป็นขั้นหนึ่งในเบื้องต้น
ทำไมถึงอยากมาทำโครงการนี้
ที่หนองคายมีผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพ หลายรอบ เมื่อปี 2535, 2540, 2545 และ 2550 ดูจากกราฟก็จะเห็นว่า สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ DMFT ในผู้สูงอายุ เป็นการบ่งชี้ว่า เราจะต้องทำอะไรแล้ว ที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุมีการสูญเสียฟัน

เมื่อดูร้อยละของผู้สูงอายุที่มีฟันครบ 20 ซี่ ปี 2550 ที่หนองคาย เหลือแค่ 55% จากที่สูงมาตลอด (60 กว่าๆ) มีการลดมาก โดยเฉพาะ Full Denture ที่หนองคาย ทำไปแล้วหลายพันคน ทำเองก็ไม่หมด ถ้าพูดถึงคนที่มีฟันคู่สบน้อยกว่า 4 คู่ ประมาณ 15,000 คน ก็เป็นสิ่งที่คิดว่า จะเป็นภารกิจที่สำคัญที่เราจะต้องมารณรงค์เรื่องของการส่งเสริมป้องกัน ไม่ให้เกิดการสูญเสียฟัน
ในเรื่องของพฤติกรรม มาเปรียบเทียบกันก็จะเห็นว่า พฤติกรรมการไม่แปรงฟันก่อนนอน และการไม่ถอดฟันเทียมก่อนนอน เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสภาวะในช่องปาก
ปี 2548 มีการประกวดผู้สูงวัยฟันดี 80 ปี หนองคายหาไม่เจอ ปี 2549 ได้ไปเจอคุณยายคนนี้ ส่งไปประกวดก็ได้ 1 ใน 10 คือ ในช่องปาก เป็นแรงบันดาลใจว่า ผู้สูงวัยฟันดีก็มี และได้ไปเห็นผู้สูงวัยฟันดีวัย 90 กว่า จากชัยภูมิ ได้ที่ 1 ฟันบริสุทธิ์มาก ไม่มีอุด หรืออะไรเลย เขาดูแลดีตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ก็เป็นแนงบันดาลใจ ที่จะส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีภาพอย่างนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ยิ้มแย้มแจ่มใส

เมื่อวานเขาบวก 9 บวก 11 เราก็บอกว่าผู้สูงอายุของเรา 85 เป็นอายุขัยเฉลี่ย ยิ้มแย้มแจ่มใส มีเพื่อน ไปมาหาสู่กัน เที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง ประมาณนี้ มีการเคลื่อนไหวทุกวัน กินอาหารได้อร่อย ผมคิดว่า หนองคายจะมีผู้สูงวัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี การเจ็บป่วยก็อนุญาติให้เป็น แต่ต้องไม่มีภาระที่ต้องไปหาหมอ

จากปี 2549 อยากจะทำ แต่ยังไม่มีช่องทางที่จะทำ
แรงบันดาลใจ
ในปี 2550 ก็ได้รับการประสานจากหมออ้อ ศูนย์อนามัยที่ 6 ก็ปิ๊งทันที กระโดดใส่เลยก็ว่าได้ จนได้เข้ามาเมื่อ 11 ธค. ก็ได้กรอบแนวคิดที่จะไปทำงานส่งเสริมป้องกันสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ แล้วจึงไปทำ เพราะในวันที่ 11 ธค. ก็ได้แรงบันดาลใจเป็นครั้งที่ 3

ค้นหาสิ่งดีดี หาทีมงาน
-
กลับไปก็คิดว่าจะทำยังไง ก็ไปหาทีม ค้นหาสิ่งที่ดีดี พื้นที่ที่มีสิ่งดีดี และเล็งไปศรีวิไล เพราะว่าที่นี่มีชมรมผู้สูงอายุดีเด่นระดับเขต ก็เล็งไปที่นี่ OK ก็ประสานกับผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพ เพราะว่าสนิทกัน เพราะว่า ผมทำ KM ในแม่และเด็ก และก็คุยกับทันตแพทย์ ว่าจะเอาโครงการลง 1 ที่
-
และก็เล็งไปที่อำเภอบึงกาฬ เพราะว่าเป็นที่ตั้งของประธานสภาผู้สูงอายุ และเล็งไปที่โพนพิสัย เป็นที่ที่ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็งเช่นเดียวกัน ได้ รพ.เอกชนมาร่วมภารกิจ แต่ว่าไปทำใน PCU ของรัฐบาล แต่มีผู้จัดการเป็นทันตแพทย์จากเอกชน ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง
-
เล็งไปที่สังคม ซึ่งมีทันตแพทย์ 2 คน แต่ประชากรเขาน้อย ก็อยากให้น้องเขามาช่วยเรื่องงานส่งเสริมมากขึ้น ก็เป็นการเริ่มต้นโดยค้นหาทีม ... ก็มีพื้นที่อื่นๆ พอเราค่อยๆ กระจายข่าว เขาก็สนใจ ซึ่งเราจะเริ่มที่ 4 รพ. นี้ก่อน ซึ่งจะเป็น รพ.ของรัฐ 3 แห่ง และเอกชนที่อยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพ อีก 1 แห่ง เพราะพื้นที่ที่เราทำ เราไปทำในชุมชนอยู่แล้ว ซึ่งเราเอาผู้สูงอายุเป็นแกนกลางในการพัฒนา ก็ไม่มีปัญหาว่า ใครจะเป็นผู้จัดการ จะเป็นเอกชน หรือภาครัฐก็ได้
เมื่อได้พื้นที่ ก็มา defend งบประมาณ เพราะว่าตั้งเป้าไว้ 7,000 คน พอไปคำนวณตัวเลขก็ไม่ได้ จาก 7,000 ก็เลยเหลือ 600 เพราะว่าต้องใช้ PP area based ... สุดท้ายเราก็ผ่านไปด้วยดี ในเรื่องการ defend งบประมาณ และจะทำใน 4 รพ.นำร่อง นี้ ... หลังจากนั้นเราก็ทำโครงการ และได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว
แสวงหาภาคีเครือข่าย และเพิ่มประสบการณ์ของทีม
-
เมื่อ พมจ. (สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์) มาชวนไปอบรม อผส. (อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน) อผส. 1 คน ไปดูแลผู้สูงอายุ 5 คน ที่หนองคายก็อบรมไป 3 รุ่นแล้วในปี 2551 ในปี 2550 มี 2 รุ่น ก็จะครอบคลุมไป 5-6 อำเภอแล้ว อผส. กับ อสม. แทบไม่ต่างกัน คนที่มาส่วนใหญ่ พอถามว่า ใครเป็น อสม. มั่ง ก็ยกมือเกือบหมดเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็น อสม. ที่จะไปต่อยอด เหมือน อสมช. ทีไปทำเรื่องวัดความดัน ตรวจเบาหวานได้ หรือว่าตรวจมะเร็งเต้านมได้ ก็จะเป็น อสมช. ด้านผู้สูงอายุ
-
หลังจากนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้กับทั้ง 4 ทีม ก็เลยส่งทั้ง 4 ทีม ไปร่วมการประชุม ที่ทางภาคอีสานจัด คือ ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง สุขภาพ และสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เพื่อไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากจังหวัดอื่นๆ เช่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ที่เขาทำ ที่จะนำมาจัดบริการที่หนองคายต่อไป
-
และมีการประสานกับ อบจ. อีกรอบ ในเรื่องการทำยุทธศาสตร์ผู้สูงอายุของจังหวัด มีการประกวดชมรมผู้สูงอายุระดับจังหวัดด้วย ก็จะใส่เกณฑ์ด้านสุขภาพช่องปากเข้าไปในเกณฑ์ประกวดผู้สูงอายุนั้นด้วย ก็เป็นการประสานกับ อบจ. ช่วยกันประกวด และช่วยกันทำกิจกรรม
ก่อนมานี้ เรามีการประชุม ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุทั้งจังหวัด เฉพาะในส่วนของ รพ. และ สสอ. เพื่อมาคุยกันในเรื่องที่เราจะทำในปี 2551 เกี่ยวกับเรื่องผู้สูงอายุทั้งหมด ผมก็ได้เอาประเด็นในเรื่องของการพัฒนาสุขภาพช่องปากในชุดสิทธิประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุ เรื่องนี้เข้าไปด้วย
นี่เป็นที่มา และก็มีหลายแห่งที่อยากทำเพิ่มเติม แต่ว่าตอนนี้ก็อาจต้องไปปรับงบประมาณอีกสักหน่อย แต่ว่าหลักๆ ก็คือ 4 พื้นที่ ... นี่ก็คือความเป็นมาที่เกิดจากแรงบันดาลใจ และการเตรียมตัวในระดับจังหวัดครับ
ร่วมกำหนดเป้าหมาย ... ยืดหยุ่น
พอเราจะลงพื้นที่ทำ “โครงการส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากกลุ่มผู้สูงอายุ ตามชุดสิทธิประโยชน์ ภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ปี 2551 จ.หนองคาย” … ก็ได้คุยกับน้อง ก่อนทำงานเราต้องมาตกลงเป้าหมายร่วมกัน ว่า คืออะไร ให้ทั้ง 3-4 ทีม ร่วมกำหนด ตอนแรกผมก็กำหนดเอง แต่มันคงไม่ใช่ เพราะว่าสิ่งที่ดีที่สุด ก็คือ ต้องร่วมกันกำหนด จึงได้เป้าหมายร่วมกัน 2 ประเด็น แบบง่ายๆ ก็คือ
-
ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชน
-
ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากที่ดี
เป้าหมายนี้จะสำเร็จได้ก็ต้องมีกิจกรรม เราจึงได้กำหนดตัวชี้วัด ของเป้าหมายทั้งสอง
ตัวชี้วัดเป้าหมายที่ 1 ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชน
คือ ร้อยละของชมรมผู้สูงอายุเป้าหมายมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ... นี่เป็นเบื้องต้น แต่ความจริงจะเป็นไปได้ไหมนั้น คงต้องไปทำกันก่อน ปีหน้าจึงจะมารายงานว่า ได้หรือไม่
ตัวชี้วัดเป้าหมายที่ 2 ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากที่ดี ... คงจะวัดในเชิงของพฤติกรรมการส่งเสริมป้องกันทางด้านสุขภาพช่องปาก คือ ร้อยละผู้สูงอายุได้รับบริการ
- ตรวจคัดกรองด้านทันตสุขภาพได้รับคำแนะนำ 100%
- การใช้ฟลูออไรด์ 50%
- การขูดหินน้ำลาย 50%
แต่ว่าตัวชี้วัดนี้ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนอีกทีหนึ่ง ให้เหมาะสม ตามศักยภาพ เพราะว่ากระบวนการนี้ เราทำใน 4 ทีมก็จริง แต่ว่า ภาคีเครือข่ายเราไม่ใช่แค่สาธารณสุข ก็จะมีชมรมผู้สูงอายุอีก ที่เป็นชมรมที่เราจะทำงานกับเขา ก็จะเป็นการร่วมคิดร่วมทำ เช่นเดียวกัน ภายใต้กรอบของสาธารณสุข ที่เราได้กำหนด และเราก็ต้องไปกำหนดกรอบเป้าหมายร่วมกันอีก ในแต่ละพื้นที่จึงจะมีเป้าหมายย่อยลงไปอีก ว่าทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่ละชมรม ซึ่งแต่ละชมรม ผมก็มองว่า ไม่ใช่เฉพาะแต่ผู้สูงอายุ แต่จะมีผู้นำชุมชน อสม. อบต. อผส. กสค. และอีกมากมาย
หนองคายมีกระบวนที่สำคัญ 2 กระบวนการ ก็คือ เป็นเรื่องของชมรม กับเรื่องของการจัดบริการส่งเสริม ซึ่งเป็นเรื่องของสุขภาพช่องปาก และการพัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุ มีการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแบบมีส่วนร่วม กระบวนการที่เราใช้ก็คือ เน้นเรื่องของ KM ซึ่งมีหลายกระบวนการ แต่คงไม่ใช่ 100% แต่อาจจะใช้เครื่องมือหนึ่งของ KM มาช่วยให้กระบวนการพัฒนานี้ไปด้วยกันได้ และมีการพัฒนา

ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ทีมพี่เลี้ยง ระดับจังหวัด อำเภอ หรือ รพ. และทีมผู้ปฏิบัติ ซึ่งต้องไป acting ที่ผู้สูงอายุ เทียบกับมีหัวใจอยู่ 2 ดวง ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
Concept เราไม่เน้นแก้ลบ เหมือนกับที่ผมบอกว่า ผู้สูงอายุของเรามี 81-82 ปีแล้ว มีฟันอยู่ ที่ผมเจอ 31 ซี่ ผมอยากสร้างตรงนั้น แต่ไม่ได้บอกว่า จะต้องไปขูดหินปูน หรือแก้ฟันผุ แต่ไปสร้างผู้สูงอายุให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น นี่เป็นคำถามที่หนึ่งของเรา
อีกคำถามก็คือ ฟัน ความยั่งยืน
ส่วนคำถามเรื่อง การมีส่วนร่วม ก็จะเป็นคำถามหลักๆ ในพื้นที่
ต่อไปเราทำงานต้องตอบคำถามให้ได้ 3 ข้อ คือ พัฒนา ยั่งยืน และความร่วมมือ (การมีส่วนร่วม)
ตัวอย่างที่เราได้ทำ KM ในแม่และเด็ก ที่เราเอามาประยุกต์ใช้ ที่สังคม เพราะว่าจะมีทีม KM ของผมอยู่ มีพี่เลี้ยงอยู่ที่จะช่วยเหลือตรงนี้ได้ ก็คือ
- ... เข้าไปในชมรมก็จะไปหาคนดีคนเก่ง จะไปหาผู้สูงอายุที่มีฟันดี และเอามาร่วมกระบวนการ + ไปหาแกนนำสำคัญในชุมชน ที่จะสามารถดูแลผู้สูงอายุได้ดี หรือว่า ทำงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุได้ดี มาร่วมเป็นแกน
- มากำหนดเป้าหมายร่วมกัน
- ออกแบบวิธีการสู่เป้าหมาย และปฏิบัติ
- มีการติดตามประเมิน ทบทวน
- ... จะเห็นว่า กระบวนการของเราจะไม่หยุดอยู่กับที่ จะวนไปเช่นนี้เรื่อยๆ ปีหน้าเราก็มาทบทวนใหม่ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ในปี 2551 และจะทำอะไรในปี 2552 เพิ่มเติม ก็จะเป็นวงเช่นนี้ไม่มีสิ้นสุด เป็น Continuous หรือ CQI สำหรับคนที่อยู่ รพ. คงจะคุ้น
ผมพยายามที่จะปลูกฝังที่หนองคาย ถึงกระบวนทัศน์เก่า และใหม่ ไม่ได้บอกว่า เก่าไม่ดี แต่คิดว่า ใหม่ นี้จะเป็นทางออกที่สวยงาม อาจจะกว่าด้วย เพราะว่าเราไม่เน้นแก้ลบ เราเน้นสร้างบวก อันนี้ก็คิดว่า ในการลงพื้นที่กับชมรมผู้สูงอายุ เราจะไปร่วมกำหนดหัวข้อที่เราทำงานกับเขา ไม่ใช่เรากำหนด และร่วมกันค้นฝัน ออกแบบกิจกรรม ปฏิบัติร่วมกัน และทบทวน และวนมาใหม่ ปี 2552 ก็กำหนดใหม่ว่า ปี 2551 สำเร็จ หรือไม่สำเร็จแล้ว ปี 2552 เราจะทำอะไรต่อ เป็นการปรับกระบวนทัศน์ใหม่
กิจกรรมที่จังหวัดจะสนับสนุนก็จะมี
- บูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพและการพัฒนาชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยการมีส่วนร่วมชุมชน
- การพัฒนาศักยภาพทีมแกนนำ รพ./ระบบข้อมูล-รายงาน
- จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- งบประมาณสนับสนุนกิจกรรม
- สนับสนุนการให้บริการสุขภาพ
- การพัฒนาชมรม ชมรมละ 10,000 บ. ... เพราะว่าอยากให้ไปทำให้เกิดกิจกรรมตรงนั้นให้ได้ ให้เกิดชมรมต้นแบบให้ได้ - งบบริการ จัดสรรให้ตามกรอบ เช่น ขูดหินปูน หรือ วาร์นิช แต่ไปทอนลงนิดหน่อย เพื่อความเหมาะสม
มีการพัฒนาศักยภาพ ที่ขาดไม่ได้ คือ กิจกรรม ลปรร. คือ ในพื้นที่เอง ก็ต้องมีกิจกรรม ลปรร. กับผู้สูงอายุ จังหวัดก็ต้องเอา 4 ทีมนี้มาแลกเปลี่ยนกัน
และเพื่อให้น้องๆ ได้ดำเนินการแบบ สบาย สบาย เราจะตัดงบประมาณไปให้เลย เป็นเปอร์เซนต์ (70%) ไม่ต้องดูผลงาน และอีก 30% จะให้ตอนปลายปี เมื่อเอาผลงานมาส่ง ส่วนชมรม เอาหลักฐานมาเบิกได้เลย ... นี่เป็นคร่าวๆ ที่หนองคาย
แถมอีกนิดหนึ่ง ใน สสจ. ผมรับโครงการรวมพลังสร้างสุขภาพเพื่อพ่อ ระยะที่ 2 เราทำเรื่อง “ลดหวาน มัน เค็ม + ขยับ = สุขภาพดี” เอาโครงการไปลงที่ชมรมผู้สูงอายุโพนพิสัย ทำ 4 กลุ่มอายุ มี เด็กก่อนวัยเรียน ที่อำเภอท่าบ่อ วัยทำงานหรือเยาวชน ลงอำเภอเมือง ผู้สูงอายุ ลงอำเภอโพนพิสัย ซึ่งเป็นที่ที่เราได้ทำโครงการสิทธิประโยชน์ด้วย เมื่อโครงการอนุมัติ เราก็จะไปทำเรื่อง “ลดหวาน มัน เค็ม + ขยับ = สุขภาพดี” ในชมรมผู้สูงอายุอำเภอโพนพิสัย เป็นงบที่เราขอ สปสช.
สิ่งที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นสำหรับจังหวัด ในระดับพื้นที่มีประมาณ 4 ข้อ แต่ว่าระยะแรกอาจเป็นข้อ 1 ข้อ 2
- แกนนำ รพ. มีการทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ
- แกนนำ รพ. ร่วมกับชมรมผู้สูงอายุผลักดันให้เกิดนโยบายส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระดับพื้นที่
- แกนนำ รพ. มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับชมรมผู้สูงอายุ
- มีรูปแบบการดำเนินการพัฒนาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุโดยชุมชนมีส่วนร่วมที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
ผมจะบอกน้องๆ อยู่ว่า ไม่ใช่ว่า ทำแล้วจะสำเร็จทุกเรื่องนะครับ จะบอกว่า การขยับจาก 1 ไปทีละก้าว ถือว่า OK แล้ว สำหรับผมในการทำงานระดับพื้นที่ โดยเฉพาะงานใหม่ที่เคยทำมาก่อน ไม่ใช่บอกว่า ปีนี้ต้องได้ 100% ทุกเรื่อง ที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็คือ พฤติกรรมการทำงานของทีมน้องๆ ในทีม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงานเป็นทีม อย่าไปทำคนเดียว หาเครือข่าย หาพันธมิตร เพื่อนสนิทเยอะๆ ถ้ามีเครือข่าย 1 คนก็ถือว่า OK แล้ว
อันที่สองก็คือ เรื่องของจะต้องไปผลักดันให้เกิดนโยบายชุมชน สุขภาพผู้สูงอายุในระดับพื้นที่ได้ ไม่เฉพาะใน อบต. หรือเทศบาลที่เราไป contact ถ้าเป็นไปได้จะดีมาก
อันที่สามก็คือ เขาสามารถที่จะจัดเวที ลปรร. ในระดับพื้นที่ได้ โดยดึงเอาศักยภาพของคนในชุมชนเข้ามาร่วมกัน เพราะแต่เดิมเรามัวแต่คิดว่า เราจะต้องไปอบรมเขา ไปสอนเขา ไปให้เขาทำโน่นทำนี่ แต่ความจริงเราไม่ได้ไปค้นหาศักยภาพของเขาเลย เราต้องเอาตรงนั้นออกมาให้ได้
สุดท้ายก็คือ คิดว่า จะได้รูปแบบของการดำเนินการพัฒนาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ โดยชุมชนมีส่วนร่วม
คำถามที่ว่า จะต่อเนื่อง หรือยั่งยืนอย่างไรนั้น ขั้น 2 ก็คือ จะต้องถอดบทเรียน สรุป และมาเล่าต่อ ... อนาคตจะทำอะไรต่อ ผมก็ยังบอกไม่ได้ แต่ว่าต้องทำปีนี้ให้เสร็จ ให้ดีที่สุดเสียก่อน ให้มันดีที่สุดเสียก่อน แล้วถอดบทเรียนออกมา ปัจจัยอะไรที่มีผล หรือว่ามีผลทั้งในแง่ลบ บวก ต้องถอดออกมาก่อน แล้วถึงจะได้กิจกรรมที่เราจะต่อยอดในปีหน้า
แต่ว่า สิ่งที่สัญญาได้เลยว่า พื้นที่จะต้องมีการทำต่อ ... ต่อแบบไหนยังบอกไม่ได้ เพราะว่างบประมาณ PP Area Based ปีหน้าอาจจะมีการเปลี่ยนชื่ออีกก็ได้ ผมทำเกี่ยวกับงบประมาณมา 3-4 ปี แล้วที่ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาวิชาการ ก็ contact กับกลุ่มประกันมาตลอด ก็พบว่า ชื่องบฯ เปลี่ยนตลอด ไม่นิ่ง อนิจจัง ก็บอกไม่ได้ว่า จะทำอย่างไร แต่อย่างน้อยก็จะมีการทำต่อเนื่อง
ก็จะเข้าไปประสานกับ พมจ. และฝ่ายส่งเสริมเองที่เขาดูแลผู้สูงอายุ ก็จะต้องบูรณาการเข้าไปกับเขา ก็ถ้าเป็นไปได้ ถ้ามีรูปแบบที่ชัดเจน ก็จะขยายพื้นที่ต่อ ทั้งอำเภอ 4 อำเภอนี้ จะขยายให้เต็มพื้นที่ทั้ง 4 อำเภอ และเผื่อไปอำเภออื่นด้วย
ไม่ได้หวังว่าจะเกิด Best Practice แต่เราหวังว่าจะเกิด Good Practice คือ พอเพียงในระดับหนองคาย อันนี้คงเป็นอันสุดท้ายที่ว่า การทำงานของเราต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงครับ ถ้าเราทำงานกับผู้สูงอายุ เราก็จะต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เช่นเดียวกัน
อย่างเมื่อวานนี้ วิทยากรมา บอกว่า ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของผู้สูงอายุ เราก็จะทำงานกับเขาได้ดีมากขึ้น ตรงประเด็น และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ว่า ถ้าเราเป็นตัวหลักในการทำงาน เราก็จะไปช่วยคนอื่นประสบความสำเร็จ อันนี้เราต้องถอดตัวเองออก ให้เป็นแบบกลางๆ เอาผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลาง อันนี้ก็เป็นภาพที่หนองคายน่าจะเกิด
หมออ้อยขมวดท้ายไว้ว่า ... ชอบ concept ของหมอล้ามาก เพราะว่าทำงานเกี่ยวกับ KM มาเยอะ ก็จะพูดว่า เน้นสิ่งดีดี ทำสิ่งดีดีเพิ่มขึ้น เหมือนกับเวลาที่เราคุยกัน แลกเปลี่ยนกันแบบ KM เราจะพูดถึงแต่สิ่งดีดี มันเหมือนกับสร้างกำลังใจเรา และที่หนองคายเน้นการทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ร่วมกัน เน้นศักยภาพของพื้นที่ค่อนข้างมาก และมีการตั้งเป้าหมายร่วมกัน พร้อมกับมีการตั้งตัวชี้วัดในการติดตามงาน และอีกอย่างที่ชอบมาก คือ ค่อยๆ ทำไปทีละ step เพราะว่าอะไรก็ไม่ได้สร้างสำเร็จในวันเดียว เรามีเวลาอีกเยอะ ... เพราะว่าอนาคตเราก็จะเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี และเรียนรู้ไม่รู้จบละค่ะ

รวมเรื่อง 20 จว. 120 หน่วยงานนำร่อง
ดีมากครับ