ท่องเที่ยว
เยาวชนไทย 78 คน แบ่งเป็นสามกลุ่ม

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลา 6 ชม ถึงสนามบินนานาชาติคันไซ โดยเครื่องของ Japan Air Line ขับโดยกับตันอิโต้ ออกเที่ยงคืน ถึงเวลา 6 โมงเช้ากว่าๆ แล้วขึ้นรถบัสอีกเกือบสองชั่วโมง ถึง JICA โอซาก้า



สนามบินอยู่กลางทะเล กลางทะเลจริงๆ เป็นเกาะเลย ได้ข่าวว่าเอาขยะถมเอา กับตันอิโต้ก็โชว์เหนือ ดิ่งลงแลนด์ดิ้งมุมแคบ ล้อเครื่องแตะพื้นห่างจากน้ำไม่กี่ร้อยเมตร เล่นเอาหูอื้อเละเทะ กว่าจะหายเป็นชั่วโมง

คำพูดแรกที่ออกจากปากผมหลังออกจากเครื่องคือ "ถึงญี่ปุ่นแล้วเฟ้ย" และ "หนาวชิหายเลย" ขนาดใส่สูทอยู่ยังหนาว อากาศประมาณ 15 องศาได้

พอมาถึงก็เจอคนญี่ปุ่น คนแรก(ไม่นับแอร์) คือนายด่านศุลกากร เป็นคุณลุงหน้าตาเหมือนญี่ปุ่นมาก แกเอาพาสปอร์ตกับบอร์ดดิ้งพาสผมไปพลิกๆ ดูแล้วก็พยักหน้าให้ผ่าน

ออกมาก็มีพนักงานสาว แต่ไม่ค่อยจะสวยชาวญี่ปุ่นมารับ ถือธงเล็กๆ เขียนว่า JICA แบบในการ์ตูนเลย แน่นอนว่าพูดอังกฤษไม่ค่อยจะได้ พูดไทยได้สองคำคือ ซาหวัดดีค่า กับ รถบัส แค่นั้นก็พอ พาไปที่รถจนได้

จากสนามบินไปไจก้า นั่นรถนานพอดู ต้องข้ามสะพานยาวๆ มาที่แผ่นดินใหญ่ แล้วแล่นตัดผ่านเมืองโอซาก้า ประมาณจากรังสิตไปบางนา


มาถึงไจก้า รถพาขึ้นเขา เมืองนี้มีแต่ภูเขา เมืองสร้างกระแซะๆแถวช่องเขา กับที่ว่างฝั่งทะเล
ไจก้าโอซาก้าอยู่เกือบยอดเขา รถพาวนขึ้นไปตั้งนานอากาศหนาวไปอีกนิด 12 องศาได้ แล้วยังมีลมด้วย
อาคารไจก้าโอซาก้าใหญ่เบ้อเร่อ มีเก้าชั้น ชั้นล่างๆ เป็นห้องอาหาร ห้องสมุด ห้องประชุม ชั้นสามขึ้นไปเป็นห้องพัก ข้างในมีชาวผิวขาว ผิวดำ ผิวแดง ผิวเหลือง ผิวเนียน เดินกันเต็มไปหมด มีห้องสนุกเกอร์ ปิงปอง คาราโอเกะ ดิสโก้ แล้วมีบารเบียร์แบบหยอดเหรียญด้วย ที่เด็ดมากคือห้องทาทามิแบบญี่ปุ่น มีไว้นั่งเล่นนอนเล่น เยาวชนไทยหลายคนโดนปัญหานอนบนเครื่องไม่หลับ พอมาถึงห้องที่ว่านี่ก็กลิ้งไปกลิ้งมากันเป็นกองๆ



ปฐมนิเทศ มาถึงเช็คอินเข้าห้อง ห้องโคตรหรูดีกว่าโรงแรมชั้นหนึ่ง มีน้ำร้อนน้ำเย็น มีแอร์มีฮีตเตอร์


วิวที่มองจากห้องสวยงามมาก อยู่ท่ามกลางขุนเขาและแมกไม้ มีเสียงนกร้อง(อีกา สาบานได้ว่าอีกาญี่ปุ่นร้องไม่เหมือนของไทย) จักจั่นเรไร ผสานกับเสียงไผ่ ประกอบกับอากาศที่เย็นเจี๊ยบทำให้น่านอนอย่างยิ่ง แต่ใครจะไปนอนละ เวลานอนมีอีกมากในเมืองไทย

ปฐมนิเทศ เช็คอินแล้วจะไปไหนก็ไป วันนี้เห็นว่ามาเหนื่อยๆยังไม่มีพิธีเปิด

โอซาก้านั้นเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากโตเกียว จะว่าไปก็เหมือนเชียงใหม่
เป้าหมายแรกคือโดทอนบุรี กาดสวนแก้วแห่งโอซาก้า

จากศูนย์ JICA นั่งรถเมล์ที่วิ่งประจำจากศูนย์ไปสถานีรถไฟ คนขับเป็นคุณลุงหน้าตาเหมือนประธานบริษัทอะไรสักอย่าง ใส่สูทผูกไทเสียด้วย นั่งไม่นาน15 นาทีก็ถึงสถานีอิบารากิ

เดินทางด้วยรถไฟ JR จากสถานีอิบารากิ มาต่อรถใต้ดินที่สถานีโอซาก้า ไปลงสถานีนัมบะ เดินต่ออีกนิดก็ถึงโดทอนบุรี

 

โดทอนบุรี ย่านการค้าของโอซาก้า ร้านรวงที่นี้แต่งหน้าร้านกันแบบบ้าพลังสุดๆ

โรงละครคาบูกิ คาบูกิโจ คุณลุงคุณป้าใส่ชุดกิโมโนมาดูกันเต็มไปหมด มีสาววัยรุ่นใส่ชุดนักเรียนมาดูด้วยละเออ

ร้านในย่านโดทอนบุรี

ร้านขายของในย่านโดทอนบุรีมีหลักๆ สี่อย่าง คื

ร้านอาหาร

ร้านขายเสื้อผ้า ของประดับตัวและประดับบ้าน

ร้านเกม หมายรวมถึงปาจิงโกะ เกมตู้ เกมหยอดเหรียญ

และสุดท้ายคือบาร์ คลับ และเซ็กชอปปุ

ร้านอาหารในย่านนี้จะขายอาหารญี่ปุ่นแนวดั้งเดมแต่ตกแต่งอย่างสวยงามร้านขายอาหารตะวันตกเช่น ร้านขนมปัง ร้านแฮมเบอร์เกอร์ หาไม่มีเลย มีแต่ร้านพวกยากิโทริ โอโคโนมิยากิ ราเมง ทาโกะยากิ ซูชิโดยเฉพาะร้านสุกี้ปูมีหลายร้าน เข้าใจว่าเป็นการรักษาคอนเซ็ปตของย่านนี้ด้วย

ร้านนี้ใช้ระบบหยอดเหรียญ จะกินอะไรก็ดูรูปแล้วหยอด จะมีตั๋วไหลออกมา เราก็ฉีกหางตั๋วไว้ แล้วเอาตั๋วยื่นให้คนทำ เอาหางตั๋ววางไว้ที่โต๊ะให้เห็นง่ายๆ คนทำก็จะทำแล้วยกมาให้ที่โต๊ะ

ร้านทาโกะยากิ

ร้านขายปู ปูเป็นปู

โรงหนัง หนังที่เข้าโรงคือหนังเกาหลี และเดธโนตภาคสอง ยุทธการใต้สมุทร

ราเมงที่ญี่ปุ่น เป็นอาหารมื้อที่สองที่กินที่ญี่ปุ่น และเป็นมื้อแรกที่หากินเอง ราคา 600 เยน

(มื้อเช้ากินบนเครื่อง มื้อกลางวันกินที่ศูนย์ไจก้า-ฟรี) เป็นชาชูราเมง ซื้อโดยการหยอดตู้ ผมก็ตกใจว่า 600 เยน แพงชิหาย บะหมี่ชามเดียวนี่นะแต่มาคิดว่าที่นี่มันญี่ปุ่นนี่หวา ค่าข้าว JICA ก็ออกให้ ไหนๆก็ไหนๆ (Where Where is Where Where) ก็กิน ไม่งั้นไม่มีแรงเดินต่อ

หมายเหตุ ในภาพกินไปหลายคำแล้ว ค่อยนึกได้ว่าต้องถ่าย ผมกินแล้วซดน้ำหมดจนเห็นก้นชาม เขียวอักษร"เล้ง"(มังกร) เหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่นหลายๆ เรื่องที่บอกว่า ถ้าราเมงอร่อยจริง คนกินจะต้องซดจนเห็นก้นชาม

ร้านราเมงที่ว่า

ยังมีต่อจ้า