การจัดการความรู้ การค้าชายแดน

 

 

                                ถั่วเหลือง  (Soy Bean) 

 

ข้อมูลพื้นฐาน

 

­ถั่วเหลือง (Soy Bean) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Glycine max (L.) Merrill ตระกูล Leguminosae เป็นพืชล้มลุก ทุกส่วนของลำต้น ใบ ฝักมีขนอ่อนๆ คลุมอยู่ ถั่วเหลืองเมล็ดแก่จะมีลักษณะค่อนข้างกลมและแข็ง มีสีเหลือง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

ถั่วเหลืองเป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบด้วยโปรตีน 30-50% ไขมัน 13-24% และคาร์โบไฮเดรต 12-24% ประกอบอาหารได้หลายประเภท กากสามารถผลิตเป็นอาหารสัตว์ ลำต้นรวมทั้งส่วนประกอบสามารถหมักทำปุ๋ยได้ และมีราคาไม่สูง  ดังนั้น ถั่วเหลืองจึงเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของโลกและของประเทศไทย จึงมีความต้องการสูงแต่พื้นที่และปริมาณการเพาะปลูกมีแนวโน้มลดลงไปเรื่อยๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

                                ภายใต้อนุสัญญาตามข้อตกลงของประเทศไทยกับองค์การค้าโลก (WTO) ประกอบกับผลผลิตที่ได้ภายในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมทั้งเพื่อปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (ACMECS) รัฐบาลจำเป็นต้องเปิดตลาดเพื่อนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศในขณะเดียวกันก็ได้กำหนด กฎ ระเบียบ ว่าด้วยการนำเข้า เพื่อควบคุมและคุ้มครองเกษตรกรภายในประเทศ เช่น การขออนุญาตนำเข้า การกำหนดโควตาอัตราภาษี และจำกัดจำนวนผู้มีสิทธินำเข้าได้เพียง  12  ราย  คือ

-          สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว

-          สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย

-          สมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์

-          สมาคมปศุสัตว์ไทย

-          สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อเพื่อการส่งออก

-          สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย

-          บริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) จำกัด

-          บริษัท แลคตาซอย จำกัด

-          บริษัท ไทยเทพรสผลิตอาหาร จำกัด (มหาชน)

-          บริษัท แดรี่ พลัส จำกัด

-          บริษัท ไทยซิม จำกัด

-          ห้างหุ้นส่วน โคเคน

ทั้งนี้ ผู้นำเข้าทั้ง 12 ราย ดังกล่าวนี้จะต้องทำสัญญารับซื้อถั่วเหลืองจากเกษตรกรในประเทศกับกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ด้วย โดยสามารถนำเข้าได้ทุกท่าหรือที่ในราชอาณาจักร

1.   พิกัดอัตราศุลกากร

ประเทศไทยภายใต้ภาคีสมาชิกขององค์การศุลกากรโลกและภาคีอนุสัญญาระบบฮาร์โมไนซ์ขององค์การศุลกากรโลก ตลอดทั้งการนำพิกัดศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียนมาใช้ (AHTN) ได้ดำเนินการปรับปรุงและจำแนก เพื่อกำหนดประเภทพิกัดอัตราศุลกากรตามระบบพิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์ฉบับแก้ไขใหม่ ปี 2007 สำหรับการนำเข้าถั่วเหลืองตามประเภท 12.01 เฉพาะชนิดที่บริโภคได้ ตามประเภทย่อย 1201.00.90 001/KGM และชนิดอื่นๆ ตามประเภทย่อย 1201.00.90 090/KGM ไว้ดังนี้

พิกัดอัตราศุลกากร

ประเทศไทยภายใต้ภาคีสมาชิกขององค์การศุลกากรโลกและภาคีอนุสัญญาระบบฮาร์โมไนซ์ขององค์การศุลกากรโลก ตลอดทั้งการนำพิกัดศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียนมาใช้ (AHTN) ได้ดำเนินการปรับปรุงและจำแนก เพื่อกำหนดประเภทพิกัดอัตราศุลกากรตามระบบพิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์ฉบับแก้ไขใหม่ ปี 2007 สำหรับการนำเข้าถั่วเหลืองตามประเภท 12.01 เฉพาะชนิดที่บริโภคได้ ตามประเภทย่อย 1201.00.90 001/KGM และชนิดอื่นๆ ตามประเภทย่อย 1201.00.90 090/KGM ไว้ดังนี้

ประเภทพิกัด

รายการ

ทั่วไป

AISP

AFTA

WTO (เฉพาะเมืองกำเนิดกัมพูชา)

ปกติ

ลดเหลือ

ในโควต้า

นอกโควต้า

1201.00.90  001/KGM

 

1201.00.90  090/KGM

ถั่วเหลืองจะทำให้แตกหรือไม่ก็ตาม

-  เฉพาะชนิดที่บริโภคได้

- อื่นๆ

60% หรือ 3 บ./กก.

60% หรือ 3 บ./กก.

6% หรือ 0.30 บ./กก.

35% หรือ 1.75 บ./กก.

ยกเว้นอากร

 

ยกเว้นอากร

5%

 

 

5%

ยกเว้นอากร

 

 

ยกเว้นอากร

80%

 

 

80%

 

 

2. ราคา  ประเภท/ลักษณะการนำเข้า

 

ถั่วเหลืองที่นำเข้าทางด่านศุลกากรอรัญประเทศทั้งหมดเป็นชนิดเมล็ด ยังไม่อบแห้ง โดยจำแนกออกเป็น 3 เกรด และมีราคาโดยเฉลี่ย ดังนี้

 

เกรด

ราคา

ราคา CIF/กก.

หมายเหตุ

กัมพูชา

ไทย

ดี

ปานกลาง

ต่ำ

9-11

7-8

5-7

11-13

9-11

8-10

10-12

8-9

6-8

ทั้งนี้  ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการตลาดที่เกี่ยวข้อง  เช่น  ความต้องการ ปริมาณ

คู่แข่งขัน  เป็นต้น

เกรด A  หรือ เกรด ดี                     จะมีลักษณะเมล็ดใหญ่ ผิวมัน สีเหลืองเข็ม

เกรด B  หรือ เกรด ปานกลาง     จะมีลักษณะเมล็ดใหญ่ เล็กผสมกัน  ผิวมัน สีเหลืองเข็มผสมกับสีเหลืองคล้ำ     

                                                           (เหลืองปนดำขึ้นรา)

เกรด C  หรือ เกรด ต่ำ                จะมีลักษณะเมล็ดใหญ่ เล็กผสมกัน  ผิวมัน สีเหลืองคล้ำ (เหลืองปนดำขึ้นรา)  

                                                           ทั้งหมด

 

3.   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ถั่วเหลือง นอกจากจะควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวงพาณิชย์แล้ว ยังเป็นสิ่งกำกัดตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ด้วย   ดังนั้น ผู้นำเข้าต้องแจ้งการนำเข้าต่อกรมวิชาการเกษตรพร้อมยื่นใบรับรองปลอดศัตรูพืช (Phytosanitary Certificate) ประกอบทุกครั้ง

4. สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร

สิทธิประโยชน์หรือสิทธิพิเศษทางภาษีอากร หมายถึง ประโยชน์หรือสิ่งอันพึ่งมีพึ่งได้เป็นกรณีพิเศษของผู้ประกอบการหรือผู้นำเข้า-ส่งออก ในทางภาษีอากร ทั้งนี้ เมื่อได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนด เช่น การคืนอากร การชดเชยค่าภาษีอากร  การยกเว้นหรือลดหย่อนอากร  เป็นต้น

                                แต่สำหรับการนำเข้าถั่วเหลืองทางด่านศุลกากรอรัญประเทศ ผู้นำเข้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร  ด้านการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรภายใต้ภาษีอนุสัญญาระหว่างประเทศในรูปแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้

4.1   การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรเป็นการทั่วไป

เป็นการยกเว้นหรือลดอัตราอากรสำหรับผู้นำเข้าทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ตามนัยมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากร ตามควรแก่กรณีเป็นครั้งๆ ไป ซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงอัตรา 6% หรือ 0.3 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับชนิดที่บริโภคได้ตามประเภทพิกัดฯ 1201.00.90  001/KGM และอัตรา 35% หรือ 1.75 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับชนิดอื่นๆ ตามประเภทพิกัด 1201.00.90  090/KGM

4.2   การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)

เป็นการยกเว้นหรือลดอัตราอากรสำหรับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้กรอบภาษีอนุสัญญาการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) ซึ่งมีทั้งหมด 10 ประเทศ คือ LAOS , BRUNEIDARUSSALAM , PHILIPPINES , VIETNAM , CAMBODIA , MALAYSIA , SINGAPORE , INDONESIA , MYANMAR , THAILAND ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศยกเว้นหรือลดอัตราอากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (AHTN) ตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ ตามนัยมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 โดยผู้นำเข้าต้องยื่นใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Form D) ที่ออกโดยหน่วยราชการผู้มีอำนาจของประเทศสมาชิกสมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) พร้อมกับการยื่นใบขนสินค้าตามแบบที่กำหนด เว้นแต่ กรณีที่ราคา เอฟ.โอ.บี. ไม่เกิน 200 USD ให้ยื่นเอกสารรับรองถิ่นกำเนิดจากผู้ส่งออกแทน Form D ซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงอัตรา 5% สำหรับชนิดที่บริโภคได้ตามประเภทพิกัดฯ 1201.00.90 001/KGM และสำหรับชนิดอื่นๆ ตามประเภทพิกัดฯ 1201.00.90 090/KGM

4.3   การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรภายใต้มาตรการกระชับการรวมกลุ่มอาเซียน

เป็นการยกเว้นหรือลดอัตราอากรสำหรับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศสมาชิกใหม่อาเซียน ภายใต้กรอบตามข้อผูกพันตามมาตรการกระชับการรวมกลุ่มอาเซียน โดยให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (ASEAN INTEGRATION SYSTEM OF PREFERENCES: AISP) ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเทศ คือ LAOS , COMBODIA , MYANMAR , THAILAND ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศยกเว้นหรือลดอัตราอากรตามข้อผูกพัน ตามสัญญาหรือการตกลงระหว่างประเทศตามนัยมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 โดยผู้นำเข้าจะต้องยื่นใบรับรองถิ่นกำเนิด (FORM AISP -  THAILAND) ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐบาลของ LAOS COMBODIA หรือ MYANMAR พร้อมกับการยื่นใบขนสินค้าตามแบบที่กำหนด เว้นแต่ กรณีที่ราคา เอฟ.โอ.บี ไม่เกิน 200 USD ให้ยื่นเอกสารรับรองถิ่นกำเนิดจากผู้ส่งออกแทนการยื่น FORM AISP – THAILAND ซึ่งปัจจุบันได้รับยกเว้นอากรทั้งชนิดที่บริโภคได้ตามประเภทพิกัดฯ 1201.00.90  001/KGM และชนิดอื่นๆ ตามประเภทพิกัดฯ 1201.00.90  090/KGM  

4.4   การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรตามกรอบ WTO

เป็นการยกเว้นหรือลดอัตราอากรสำหรับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดและส่งมาจากประเทศสมาชิกองค์การค้าโลก (WORLD TRADE ORGANIZATION: WTO) ภายใต้กรอบภาคีอนุสัญญาและข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก รวมทั้งพิธีสาร มติและตราสารอื่นๆ อันเป็นผลจากการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศตามนัยมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดฯ