แม่จะสอนเสมอว่า อยากทำอะไรทำไปเลย แม่รับสิ่งที่ลูกทำได้ทุกอย่าง ใครไม่เข้าใจ แต่แม่เข้าใจ เพราะแม่รู้จักลูกของแม่ดีทุกคน

 

                       รูปูเพิ่งได้มีเวลาทบทวนระยะทาง จากบ้านไปนู่นนี่ ทั่วสารทิศ  ตั้งแต่จบ ม.6 แล้วเอ็นทรานซ์ติดไปเรียนสงขลา  ก็ยังไม่ได้ได้กลับมาอยู่บ้านอีกเลย จะได้ไปเยี่ยมบ้านบ้างก็ช่วงปิดเทอม ยิ่งด้วยหน้าที่การงานที่เพิ่มขึ้น ๆ แล้ว ทำให้เวลาที่จะให้กับทางบ้านถูกจำกัดลงไปอีก

 

                 จะว่าไปก็น่าจะพอกันทั้งลูกทั้งแม่ 

                 ธรรมเนียมปฏิบัติของบ้านครูปูออกแนวแปลก ๆ ค่ะ ดูเหมือนจะรักกันจี๋จ๋า แต่แม่เองไม่เค๊ยไม่เคยที่จะอยากตามไปดูพฤติกรรมของลูก ๆ เลย ไม่ว่าจะไปเรียนต่างจังหวัด รับปริญญา หรือซื้อบ้านใหม่ 

                 อาจเพราะไม่ชอบเดินทางนั่งรถไปไหน ๆ ก็ได้  ไปไหนทีก็เมา ปวดหัว แล้วลูก ๆ ก็ไม่ชอบด้วย  หากรู้ว่าต้องลำบากไปนู่นนี่ เพราะรู้ดีว่ามีปัญหาเรื่องเบาหวานขึ้นตาอยู่แล้ว

 

                 ครั้งหนึ่งที่ยังจำมิรู้ลืม เมื่อคราวซื้อรถใหม่  สองคนพี่สาวกะเจ้าน้องชาย ก็เห่อซะ  ขับรถลงมาจากกรุงเทพ กะจะให้แม่นั่งเจิมก่อนเป็นคนแรก โดยมีแผนจะพาแม่และยายไปเยี่ยมน้องสาวที่ภูเก็ต (กะจะเอาให้เหมือนในโฆษณาครอบครัวสุขสันต์ อะไรประมาณนั้นหน่ะค่ะ อิอิ..)

                 ปรากฎว่าแม่เมารถ อาเจียน ร้องไห้ ไม่สบายไปตลอดทางไปกลับ สามคนพี่น้องหน้าจ๋อยเหลือคนละสองนิ้วเลยหล่ะค่ะ ...555...  แต่ก็ยังหาเรื่องนู่นนี่ขำกันไปได้ตลอดทางอยู่ดี 

 

                 ครูปูอาจเป็นหนึ่งในคนทำงานที่ไม่เคยมีปัญหาครอบครัวเลย ไม่ต้องกังวลว่า สงกรานต์ต้องกลับไปรดน้ำดำหัว ตรุษจีน สาร์ทจีน เชงเม้ง ต้องกลับไปไหว้  น้องจะบวช งานศพญาติ ปีใหม่ หรือเทศกาลใด ๆ ก็แล้วแต่ 

                แม่จะสั่งไว้ว่า เอาเฉพาะที่เราสะดวก ไม่ต้องไปเคร่งครัดกับอะไรจนเกินไป  และยังไม่เคยเห็นอาการน้อยใจของผู้ใหญ่บ้านนี้สักคน   เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กจนโต 

                แม่จะย้ำเสมอว่า อยากทำอะไรทำไปเลย แม่รับสิ่งที่ลูกทำได้ทุกอย่าง ใครไม่เข้าใจ แม่เข้าใจ  เพราะแม่รู้จักลูกของแม่ดีทุกคน (น่าน..) 

  

                                                                            

 

                       ครูปูเพิ่งมาเข้าใจเอาตอนโตค่ะว่า  ความมั่นอกมั่นใจที่เรามีอย่างมากมายนั้น เป็นต้นทุนชีวิตที่แม่อัดมาให้แน่นปึ๊กอยู่เสมอ ๆ นี่เอง

 

                 แม้กระทั่งเรื่องคนรักของลูก ๆ แม่จะพูดดักหน้าไว้ทุกทีว่า "คบใครแม่ไม่ว่านะ  จะมีจะจนไม่สำคัญ  ถ้าเขารักลูกแม่ แม่ก็จะรักเขา ถ้าเขาดีกับลูกแม่ แม่ก็จะดีกับเขา"

                ูดเลยเถิดไปถึง "รีบ ๆ แต่งงานมีครอบครัว แล้วมีหลานสักคนนึงเถอะ เอามาให้แม่เลี้ยง แล้วสองคนผัวเมียจะไปไหนก็ไป" (แป่ว...)

 

                 วิธีคิดแบบแม่ของครูปู ที่ไม่ค่อยเหมือนใคร ยังมีอีกหลายเรื่องค่ะ  แต่คงต้องรีบไปแย่งยายกับแม่ ทำอะไรบ้างแล้วล่ะค่ะ 

                 เพราะแม่ตื่นเต้นที่ลูกจะเดินทางกลับ   ตื่นมาตั้งแต่เช้า  ขับมอเตอร์ไซค์ไปขนไข่เค็มมาให้หลายลัง  เช้านี้คงวนตลาดเป็นสิบรอบ เพื่อหาปูเนื้อตัวแน่น ๆ ให้ลูกเอากลับไปกรุงเทพ คั่วพริก หอม กระเทียม ปั่นกุ้งแห้ง ผัดน้ำพริกเผาให้แต่เช้า 

                 อเตาว่างปุ๊บ ยายก็จะรีบแย่งผัดเมนูเด็ดที่ทุกคนรอคอย นั่นคือ  หมูผัดกะปิดสูตรโบราณ

                 หลังจากเสร็จภารกิจจัดการแพ็คของให้ลูกแล้ว แม่ก็ยังขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจคันเดิม ไปบ้านคุณป้าที่เป็นเจ้าของโรงงานปลาทูนึ่ง เพื่อจะได้นั่งโม้เรื่องความก้าวหน้าในชีวิตของลูกแต่ละคน กันสักพักใหญ่ ก่อนจะช่วยกันแพ็คปลาทูนึ่งลงลัง มีเชือกผูกเป็นที่ถือเรียบร้อย

 

                 อาเป็นว่าพอจะทำให้คนที่พบเห็นครูปูพรุ่งนี้  ได้นึกถึงละครเรื่อง บ้านทรายทองได้ ก็แล้วกันหล่ะค่ะ คริ..คริ..