เส้นขอบฟ้านี่เอง ที่แบ่งแยกให้โลก มีมืดมีสว่าง กาลเวลาที่แตกต่างกันไป พลอยทำให้วิถืชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปด้วย ตามที่ธรรมชาติเสกสรร
ตั้งแต่กลับมาเมืองไทย ยังไม่รู้เลยว่าเมื่องไทย ร้อนมากน้อยกว่าอินเดียขนาดไหน เพราะฝนตกที่ชลบุรีทุกวัน ผู้เขียนก็เลยมีอาการ เหมือนจะป่วยจะไข้ผสมผเสกันไปหมด ช่วงนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเรื่องราว สรุปการไปเป็นอาสาสมัครที่กุสินาราคลินิก ที่ใกล้จะเรียบร้อยแล้ว เลยได้แต่นอนบ้าง ลุกขึ้นมาทำบ้าง ตามแต่สังขารอำนวย
นึกออกแล้ว เวลาที่คนเราลืมเหตุการณ์ต่างๆยากนั้น เป็นเช่นใด เหมือนขณะนี้ ผู้เขียนเองก็ยังมีความทรงจำดีๆเกี่ยวกับ อินเดียอยู่มากมาย งั้นวันนี้เรามาแบ่งปันความรู้สึกคิดถึงร่วมกันบ้างดีกว่าค่ะ
มาชมทิวทัศน์จากสถานที่ต่างๆ ให้คลายเหงากันไปก่อนนะคะ
พระอุโบสถวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล ที่มีคำกล่าวไว้ว่า สร้างเลียนแบบ ยอดเขาหิมาลัย ในวันที่ผู้เขียนได้ไปพัก อยู่ ๖ วัน ได้แต่เฝ้ารอท้องฟ้าเปิดทุกวัน เพื่อจะได้เห็นยอดเขาหิมาลัยจริงๆ ที่สุดก็ไม่มีโอกาสได้เห็น แค่ที่ได้ชมความงามของอุโสถแห่งนี้ ก็บังเกิดความปลื้มปิติ กับภาพวิจิตรด้านหน้านี้ไม่รู้ลืมแล้วค่ะ นั่งสวดมนต์คนเดียวที่โบสถ์นี้ทุกวัน
ในวันที่ได้ไปยังยอดเขาคิชกูฏ ที่มีประวัติศาสตร์สำคัญในสมัยพุทธกาลมากมาย ตั้งแต่เป็นเป็นยอดเขาที่พระเจ้าพิมพิสารเฝ้ามองพระพุทธองค์ ปฏิบัติศาสนกิจบนยอดเขาให้เห็นทุกวัน จนบังเกิดความปิติ แม้จะถูกคุมขังจากพระเจ้าอชาตศัตรูพระราชโอรส ก็ไม่สิ้นพระชนม์สักที นอกจากนี้ ยังเป็นยอดเขาที่พระเทวทัต กลิ้งหินหวังให้ทับพระพุทธองค์ จนผลกรรมนั้น ทำให้ต้องตกอยู่ในนรกอเวจีจนตราบเท่าทุกวันนี้ เขาคิชกูฏ สูงมาก ต้องเดินด้วยเท้า แต่ระหว่างทางทิวทัศน์สวยงามจนลืมเหนื่อยค่ะ

สายน้ำจากเทือกเขาภูตะวัน ประเทศเนปาล เป็นเทือกเขาหนึ่งของหิมาลัยที่ทอดยาวผ่านหลายประเทศ ที่นี่มีสะพานแขวนให้เดินข้ามชมวิว ประลองความกล้ากันด้วย แต่สายน้ำ ระหว่างเทือกเขาก็สวยงาม จนอดที่จะข้ามสะพานไปชมไม่ได้
ตะวันกำลังจะลับฟ้าที่ เชตวัน ถ้าเราคิดว่านี่คือสัญญลักษณ์การจาก ก็จะรู้สึกเศร้าสร้อย แต่ถ้าคิดว่า นี่คือกาลเวลาที่ ทำให้เรานึกถึงวันพรุ่งตะวันรุ่ง เราก็จะเกิดกำลังใจ ที่จะรอ
นี่แหละตะวันรุ่งที่รอคอย สดสวยสมใจ สมควรแก่การรอคอย โลกก็เป็นเช่นนี้ ทุกเมื่อเชื่อวัน รอเพื่อพบ พบเพื่อจาก และรอคอยอีกต่อไป.......เพื่อที่จะพบ
ภาพสุดท้ายนี้ ผู้เขียนเก็บมาได้ ขณะเหิรฟ้า เมื่อเครื่องบินกำลังมุ่งหน้าสู่เมืองไทย เบื้องหน้าท้องฟ้าเริ่มขมุกขมัวลงทุกทีๆๆ แต่เมื่อหันหลังกลับไปยังแผ่นดินอินเดีย ผู้เขียนก็พบว่า ณ เส้นขอบฟ้านั้น แผ่นดินที่จากมา ยังมีแสงสว่างอยู่มาก เส้นขอบฟ้านี่เอง ที่แบ่งแยกให้โลก มีมืดมีสว่าง กาลเวลาที่แตกต่างกันไป พลอยทำให้วิถืชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปด้วย ตามที่ธรรมชาติเสกสรร
ก็แค่เส้นขอบฟ้า มิได้มีอิทธิพลต่อจิตของเรามากมายนัก จนจะทำให้ลืมเลือนอะไรได้ง่ายๆ....




เขียนดี อ่านเพลิน ภาพสวย ทำให้อยากไป
สวัสดีค่ะคุณประจักษ์
ขอบพระคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ เนื่องจากไปเป็นอาสาสมัครที่วัดไทยกุสินารามา ๔๓ วัน เลยมีความระลึกถึงอินเดียอยู่มากค่ะ ขอนำภาพที่สวยงามนี้มา ให้ได้รับรู้กันว่า ยังมีอีกดินแดนหนึ่ง ที่น้อยคนจะอยากไปเพื่อท่องเที่ยว นอกจากการตั้งใจไปแสวงบุญด้วยศรัทธา แต่ขอยืนยันว่า อินเดียมีมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติมากมาย ที่เราผู้เที่ยวชมอยู่ค่ะ ขอให้ได้มีโอกาสได้ไปนะคะ
สวัสดีคะน้องรุ่ง
ชื่นตา ชื่นใจ ซาบซึ่งในความหมายของแต่ล่ะภาพ
คิดถึงนะค่ะ
สวัสดีค่ะพี่หมู
คิดถึงพี่หมู มีเรื่องเล่ามากมาย เมื่อไหร่จะได้เจอกัน ไปสุพรรณเสียเลยดีไหม
คิดถึงอินเดียค่ะ คิดถึงจัง แต่ก็คิดถึงเมืองไทยด้วย ทำไงดี
อ่นบันทึกพี่หมู แล้ว ทำไมช่วงนี้ โพสคนอื่นไม่ค่อยได้ค่ะ
คิดถึงพี่หมู คิดถึงพี่หมู คิดถึงพี่หมุ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะพี่หมอรุ่ง
แวะมาเยี่ยมชมความสวยงามของธรรมชาิติ และฟังธรรมค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
นี่เป็นอีกหนึ่งความโชคดี ในการไปอินเดียครั้งนี้ ได้ตามรอยพรพุทธเจ้า ประทับใจเรื่องราวเหมือนย้อนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ ลงจากเขาคิชกูฏ แวะที่คุกที่คุมขังพระเจ้าพิมพิสารแหงนมองยอดเขา พระองค์คงปิติ กับการปฏิบัติธรรมนะพี่ เห็นพระพุทธองค์บิณฑบาตร เทศนาโปรดมนุษย์ และเทวดา ฯลฯ ถ้าจะเทียบ ก็คงคล้ายๆ เราเฝ้ามองดูบุคคลที่รัก ทำในสิ่งที่ดีงาม ชื่นใจ นี่แหละเป็นบุญหล่อเลี้ยง ทั้งร่างกาย และจิตใจ แม้จะถูกให้อดอาหารหลายวัน ก็ยังไม่สิ้นใจ
ขอบคุณพี่ที่แวะเข้ามาอ่านก่อนกลับไปนอนนะคะ
สวัสดีค่ะคุณlin Hui
การเข้าใจธรรมชาติ คือเข้าใจตนเองนั่นเอง อยู่กับเขารู้ตามเขา ก็จะพบความสุขใจเอง เหมือนที่พี่กล่าวไว้เลยค่ะ
ธรรมะ ธรรมชาติ
สวัสดีค่ะคุณกมลวัลย์
เป็นเรื่องราวที่ตนเองก็ขาดหายไป รู้ไม่ต่อเนื่อง พอได้ไปตามสถานที่สำคัญ ซึ่งเข้าใจว่า ท่านพลเดช คงได้ขอให้พระอาจารยืแต่ละจุด ช่วยนำเที่ยวสถานที่สำคัญด้วย ใช่หรือเปล่าไม่มั่นใจ รู้แต่มีโปรแกรมไปทุกที่เลยค่ะ
การต้องมาเดินตามรอยพระพุทธเจ้า สำคัญเช่นนี้เอง เรื่องราวที่รู้ จะต่อเนื่อง ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะ ได้พระธรรมทูต เป็นผู้สาธยายให้ทราบค่ะ
สาธุที่อาจารย์ได้แวะเข้ามาค่ะ
โยคีน้อย
ธรรมะจัดสรร เทวดาจัดสรรไง
อันว่าเทวดาจัดสรรนี้ ก็คือพระธรรมทูตนั่นเอง
สิ่งที่ต้องการก็คือการสร้างคน
ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
คนอินเดียที่เก่งนั้นเพราะใจนั้นมุ่งมั่นที่จะเก่ง
ไม่ว่ายากลำบากเพียงใด ก็จะต้องทำให้ได้
คือต้องมีชีวิตใหม่ที่ดีให้ได้
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าชีวิตที่เป็นอยู่ที่ว่านี้ ก็เป็นอย่างที่โยคีน้อยไปเห็นนั่นแหละ
เป็นแรงผลักดันให้เกิดใหม่ ให้มีการสร้างคนอินเดียรุ่นใหม่
ทำไมคนไทยไม่ใช้ประโยชน์จากตรงนี้
บริหารยากที่สุดก้คือใจคน
แต่ไปอินเดีย ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เกิดเอง
นี่ละ เสน่ห์อินเดีย
สวัสดีค่ะพี่โยคี
ถ้าเป็นไปได้ อยากมีบุญเหมือนพรธรรมทูต ทุกท่านมีคุณวิเศษ ในการทะลุกำแพงใจคนได้ จากไม่รู้ให้ได้รู้ เรื่องราวที่ออกมาจากปากท่าน แต่ละรูป แต่ละกาลเวลา สามารถผูกโยงถึงกันอย่างสัมพันธ์ เมื่อถึงคราวต้องจากจบ ก็ระลึกนึกถึง อยากเป็นผุ้มีโอกาสเช่นนั้น ได้ยืนเล่า เรืองราวสมัยพุทธกาล ได้จุดประกาย ให้เรามองเห็นความดี ความชั่ว ที่เกิดในแต่ละบุคคล สมัยพุทธกาลนั้น อย่างลึกซึ้ง ให้ได้กลัวบาป ให้ได้มีกำลังใจที่จะสร้างกุศล
....แต่ เสียดาย....เป็นได้แค่โยคัน้อย น้อยความสามารถ และวาสนา ที่จะทำเทียมท่านเหล่านั้น พระธรรมทูตไทยในอินเดีย....
ขออนุโมทนาสาธุกับทั้งผู้เป็นธรรมะ คอยจัดสรร สิ่งดีงามให้โยคีน้อย และ เทวดาคือพระธรรมทูต ที่ได้เมตตา คิดสร้างคนๆหนึ่ง ให้ได้ปัญญากลับมาค่ะ
สวัสดีค่ะคุณแณณ
งั้นวันนี้พี่จะขอเทวดาสักสองเรื่องนะคะ
หนึ่ง ขอให้คุณแณณ มีสุขภาพดีกลับมาโดยเร็ววัน และไม่กลับไปเจ็บป่วยอีก
สอง ขอให้เทวดาทั้งทางบังคลาเทศ และไทย จงสำแดงฤทธิ์ มานำพาผ้าไตรทั้งหมดนี้ เพื่อให้ถึงผู้ซึ่ง กำลังรักษาพระพุทธศาสนา ที่บังคลาเทศ ให้ได้ใช้สอย ตามเจตนารมณ์ ของผู้มีจิตศรัทธาอย่างแน่วแน่ในครั้งนี้ด้วยเทอญ
ขอความสำเร็จที่ตั้งความปรารถนานี้ จงสำเร็จโดยง่าย โดยเร็วพลันด้วยเทอญ