สวัสดีครับ ผม แม๊ค กลับมาเล่าเรื่องราวม้าๆต่อล่ะครับ ช่วงนี้เจ้าพยูนยังคง งงๆ กับชีวิตอยู่ ไม่สามารถคิดอะไรเป็นแก่น เป็นสารได้ เลยให้ผมบันทึกประวัติตัวเอง และเพื่อนๆ ไปพลางๆก่อน
ผมเล่าถึงไหนแล้ว อ่ะ...เจ้าสโนไวท์สาวกลางดงมากแย่งเข่งหญ้าของผม สโนไวท์เป็นเพื่อนม้าเพียงตัวเดียวที่ผมมี จนกระทั่งเธอคลอดลูกม้าออกมาเมื่อหลายเดือนหลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอท้อง เพราะเธอกินเก่งและตัวกลมมาก แต่ผมไม่ใช่พ่อของเด็กนะครับ เพราะผมเป็นขันที ไม่สามารถครับ แต่ลูกม้าที่เกิดมาก็เหมือนลูกผม ก็เรามีกันอยู่แค่นี้นิครับ
ลูกม้าเกิดตอนหัวรุ่ง ยังไม่ทันสว่างเลย ก่อนที่ลูกม้าจะเกิด ผมรู้สึกว่าสโนไวท์กระวนกระวายผิดปรกติ แต่ผมก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ผมกำลังจดจ่อรอเวลาอาหารเช้าอยู่ครับ ผมมานึกได้อีกทีก็ตอนที่เห็นเจ้าพยูนตารีตาเหลือกเข้ามาคอกเช้าผิดปรกติ แล้วก็ผู้คนแห่กันมาที่คอกสโนไวท์ ผมยื่นหน้าออกไปดู เห็นเจ้าพยูนอยู่ในคอกกับสโนไวท์ซึงกำลังนอนอยู่กับพื้น มีตัวอะไรเล็กๆเท่ากับสุนัข นอนอยู่ถัดจากก้นของสโนไวท์ ตัวเปียก มีเยื่ออะไรสักอย่างหุ่มตัวอยู่ด้วย เจ้าพยูนกำลังดึงเยื่อนั้นออกจากหัวเจ้าตัวเล็ก แล้วก็คอยระวังไม่ให้สโนไวท์ที่กำลังพยายามลุกขึ้นยืน ขยับมาทับเจ้าตัวเล็ก

ขนมปัง อายุ 3 ชั่วโมง
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง เจ้าตัวเล็กที่พยายามยืน แล้วล้มลุก ขมำหน้าหลังมาหลายรอบ ก็เริ่มจะทรงตัวยืนอยู่ได้ แล้วก็เริ่มตามแม่ หานมกิน ก็เอาปากจุ๊จุ๊ไปทั่ว มาจุ๊จุ๊เจ้าพยูนด้วย จนเจ้าพยูนต้องพาไปจุ๊ให้ถูกที่ กินนมอยู่ได้สักพัก ก็ลงนอน...หลับ คงเหนื่อยล่ะครับ เจ้าตัวเล็กนอนเก่งมาก กินกับนอนสองอย่าง พอย่างเข้าวันที่สาม เจ้าตัวเล็กก็เริ่มแข็งแรงขึ้นมาก วิ่งเล่นในคอก ผมเริ่มเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเริ่มมีกล้ามเนื้อ ซึ่งต่างกับวันแรกที่ดูเหมือนโครงกระดูกเดินได้เลยครับ พอวันที่สี่เจ้าพยูนเลยปล่อยออกมาวิ่งเล่นข้างนอก วิ่งเก่งมากเลยครับ ปรี๊ดปร๊าด แต่ควบคุมทิศทางยังไม่ได้ครับ วิ่งพุ่งเป็นเส้นตรงไปโน้นทีนี้ที
เจ้าพยูนกับพี่ช่วยกันตั้งชื่อเจ้าตัวเล็กว่า ขนมปัง เพราะขนสีพื้นเป็นสีขาว แล้วมีด่างสีน้ำตาลเหมือนสีขอบขนมปัง ขนมปังมีหน้าตา สีขนเหมือนแม่อย่างกับลอกแบบกันมา ไม่เท่านั้นครับ นิสัยก็แก่นพอกัน อายุยังไม่ถึงอาทิตย์ดี หนูเล่นทั้งดีด ทั้งยกหน้า แต่ไม่กล้ามาแหยมกับผมหรอกครับ ตัวผมใหญ่กว่าเยอะ เจ้าหนูตัวเท่าลูกแมว อีกอย่างมันก็เป็นธรรมชาติของลูกม้าครับ สโนไวท์ไม่เคยคิดจะสอนลูกให้ไม่ยกไม่ดีดเลยครับ เพราะธรรมชาติของม้าๆอย่างเราจำเป็นต้องชำนาญเรื่องพวกนี้ มันเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวน่ะครับ จะเรียกคาราเต้ม้าก็ได้ครับ เนื่องจากเราไม่ห้ามขนมปังเรื่องนี้ เจ้าพยูนเลยต้องสอนเอง ก็หนักเจ้าพยูนหน่อย เคยโดนไปหนึ่งลูกดีด รับลูกถีบแทนสุนัข คือขนมปังตั้งใจจะดีดสุนัขที่ชอบมาล้อมหน้าล้อมหลังเห่าให้รำคาญนะครับ เผอินสุนัขไวพยูนอืด...อาด...เลยรับแทนปาย... จริงๆผมก็สะใจเหมือนกันครับ...แอบมารนิดๆ

ขนมปัง อายุ 4 วัน
สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าหลายๆสิ่งที่เจ้าพยูนพยายามสอนให้ขนมปังเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับม้าๆอย่างพวกเราที่ต้องใช้ชีวิตร่วมอยู่กับคน ในสภาพแวดล้อมของคน จากประสบการณ์ของผมเอง ผมต้องเรียนรู้ที่จะยอมให้คนเข้าใกล้ จับตัว ใส่ขลุม (ไอ้ที่เค้าใช้ใส่หัวม้าล่ะครับ มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆสำหรับม้าที่ไม่เคยใส่มาก่อน)เดินตามคนจูง อย่างมีมารยาท ไม่ดึง ไม่กระชาก หรือยืนปักหลัก และอีกมากมายหลายอย่างที่ผมต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับคน ผมเห็นม้าที่ไม่สามารถปรับตัวเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนได้ และชีวิตม้าเหล่านี้มักจบลงอย่างน่าเศร้า ผมไม่ขอเป็นอย่างนั้นดีกว่าครับ
เมื่อนึกถึงม้าประเภทที่คนเรียกว่ามีปัญหา แล้วผมรู้สึกหดหู่ พวกเราแต่ละตัวเกิดมาเหมือนผ้าขาวที่รอให้แต่งแต้มสีสัน ไม่ผิดกับเด็กทารกหรอกครับ ลูกม้าแต่ละตัวเป็นสิ่งมีชีวิตบริสุทธิ์ตามธรรมชาติที่ไม่แปรเปื่อนจากน้ำมือของคน ถ้าเป็นม้าป่า มันก็จะเป็นการแต่งแต้มสีสันของธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นม้าเลี้ยง มันก็เป็นไปตามแต่ที่คนจะแต่งเติมสีสันลงไป ถ้าคนที่ได้สัมผัสผ้าขาวนั้นเป็นคนแรก มีความเข้าใจในการแต่งเติมสิสันในสวยงาม น่าชม ผ้าขาวนั้นก็จะสวยงาม ไม่ว่าจะมีคนอื่นๆมาทำเปื่อนที่หลัง ความสวยงามที่ฝังไว้แต่แรกก็ยังคงอยู่ ในทางกลับกันถ้าคนแรกที่ได้ลงมือเป็นคนที่ไม่เข้าใจ ไม่ใส่ใจในการแต่งแต้มผ้าขาวนั้น มันก็เกิดผลตรงกันข้าม... ยังไงก็ตามผมว่าผ้าทุกผืน (ม้าทุกตัว) ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติของธรรมชาติ มนุษย์คนไหนที่มีความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญในการใช้คุณสมบัตินี้ จะเป็นคนที่ม้าอย่างพวกเราเคารพนับถือและเชื่อฟังอย่างดีครับ

ขนมปัง อายุ 2 ปี ...ภาพนี้ The horse whisperer ของจริง :-)
นิทานวันนี้คงต้องหยุดไว้แค่นี้ก่อนครับ เจ้าพยูนมันไม่ยอมพิมพ์ต่อ จะไปนอนซะแล้ว
ขอบคุณที่มาอ่านนิทานลุงแม๊คครับ
แม๊ค

แหม...อยากเป็นบก. จะส่งให้สนพ. ที่เกี่ยวกับวรรณกรรมเยาวชนพิมพ์เผยแพร่เป็นเรื่องเป็นราว
เขียนอีก อย่างนี้ สด ,ใส อนาคตอาจมีนักเล่าเพิ่มขึ้นอีกคน ถัดจากสัตวแพทย์(ม้า)ดีกรีนอกคนนั้น(คนนี้)
เขียนอีก อย่าให้อะไรมาเบียดให้เปื้อน
ถามสติมาดูดิ ว่าอะไร ที่มาเบียด แปลว่า อะไร
ชีรู้
เชื่อดิ
กว่าจะหาตัวเจอ แทบแย่ ...
ยังสนุกตื่นเต้นเหมือนเดิมนะ แล้วรูปล่าสุดน่ะ ตัวที่อยู่ใต้ขนมปัง คือม้าพันธ์อะไร
ถึงลุงแม็ค
สายลมลอย พาม้าเข้าสวนตัวนึง อยากเห็นไปขอเขาดูดิ ...อิอิ
ฮีรู้
ถึงสาคูใบแหมะ
ม้าพันธุ์นี้อ๊ะเป่า
http://i248.photobucket.com/albums/gg177/SkySaku/P5040015-1-1.jpg
ถึงพี่สายลมลอย พอสมองไหล... เอ้ยไม่ใช่ ... พอคิดถึงม้าที่บ้านมากๆ วรรณกรรมมวยวัดก็บังเกิด :)
สาคูใบแหมะตามมาจนเจอ เก่งมาก ไว้กลับบ้านจะทำโดริยากิ (ขนมโดราเอมอน) ใส่ถั่วเขียวให้กิน :P
พี่สติมา เห็นรูปนาทีชีวิตแล้ว โชคดีนะที่หลังคาไม่พังลงมา! แล้วขึ้นไปถ่ายมิวสิควีดีโอเหรอนะ แม่มีอยู่นี่ซนจริงๆ เจ้าหมูนี่เห็นเยอะแล้ว ... อยากเห็นหนุ่มๆสาวๆ และลุง ที่คอกม้าบ้าง ผ่านไปเช๊ะมาให้สักรูปสองรูปก็ยังดี ไม่อย่างนั้นเด้วปันใจเป็นอื่นนะ
ป.ล. แล้วที่ ชีรู้ ฮีรู้ ขอ ไอรู้ บ้างได้ป่าว... ;P
คิดถึงแล้วนะ ลุงแม็ค ช่วยแตะก้นเจ้าอ้วนพยูนน้อยขึ้นมาเขียนต่อได้แล้ว นอนหรือสวาปามชีสเพลินไปแล้ว เดี๋ยวจะอ้วนกว่านี้นะ