"เป็นเบาหวานมาตั้ง 20 ปีแล้ว ไม่เคยเห็นมีใครมาตรวจตาให้บ้างเล้ย..."
ชาวพยาบาลรพ.ชุมชนน่าจะคุ้นหูดี โดยเฉพาะเมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันก็เถอะนะคะ..แม้ไม่ได้ยิน แต่ก็คงเป็นความจริงที่ผู้ป่วยเบาหวานไม่ได้รับการตรวจตา แม้แต่ความสามารถในการมองเห็น (Visual acuity,[VA] ) ก็ยังหาวัดได้ยาก เพราะไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีความชำนาญ พยาบาลที่วัด VA แม่นคือ พยาบาลฝ่ายส่งเสริมฯ ออกไปวัดสายตาเด็ก ดีหน่อยก็ออกไปพบ เด็กสายตาสั้น ยาว เอียง หรือไม่ก็สายตาขี้เกียจ จนตาบอดไปแล้ว ส่วนคนไข้เบาหวานยิ่งเข้าไม่ถึง ไหนจะเบาหวานก็ควบคุมไม่ได้ ความดันโลหิตสูงก็เข้ามารุมเร้า ขึ้นๆ ลงๆ ตาก็มัวลงเรื่อยๆ จนจะทำงานไม่ได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เฝ้าแต่ถามตนเอง พลางก็คิดเดาเอาเองว่า เป็นเพราะแก่มั้ง ขณะเดียวกัน พยาบาลก็ได้แต่นึกถึงว่า เป็นเพราะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาไหม??? หรือต้อกระจกไหม??? เพราะคนไข้เบาหวานเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกมากกว่าคนแก่ (สูงอายุ)ทั่วไป และแล้วคนไข้เหล่านั้นก็ยังคงทำงาน หาเลี้ยงชีพต่อไป มีทานบ้าง ไม่มีทานบ้าง หาเงินได้ก็มาโรงพยาบาล หาเงินไม่ได้ก็มารับยาต่อไม่ได้ "เวลามาโรงพยาบาลก็สุดแล้วแต่หมอจะตรวจอะไรให้บ้าง แต่เท่าที่จำได้ ไม่เคยได้รับตรวจตาเลย คงไม่เป็นอะไรมั้งเพราะไม่เห็นได้ตรวจตาสักที 20 ปีแล้ว"
ครั้นจะรอแต่จักษุแพทย์จะไหวไหม..คนไข้บางคนหายหน้าไปนาน....ทราบอีกทีจากญาติว่า "คุณยายไปสบายแล้ว" คุณยายจากไปทั้งๆ ที่มองหน้าลูกหลานอย่างเลือนลาง แทบจะจำหน้ากันไม่ได้..อนิจจา..คุณยายจ๋า...หากคุณยายยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้...บางทีระบบบริการทางตาคงจะช่วยให้คุณยายมองเห็นหน้าใครต่อใคร เพราะวันนี้ โรงพยาบาลชุมชนมีการดูแลผู้ป่วยเบาหวานอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการตรวจตาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคจอประสาทเสื่อมจากเบาหวาน มีคลินิกตา มีการคัดกรองโดยใช้เครื่องถ่ายจอประสาทตา และจะจัดการให้มีการดูแลต่อเนื่องเพื่อป้องกันการตาบอดจากเบาหวาน แต่ว่า ต้นทุนเครื่องมือแพงเหลือหลาย ขาดแคลนจักษุแพทย์
ดังนั้น พยาบาลเวชปฏิบัติทางตาในรพ.ชุมชนจึงต้องมีทักษะในการบริหารจัดการเพื่อเอาชนะความขาดแคลนนานับประการให้ได้ "คุณยายคะ..หนูอยากจะบอกคุณยายว่า โรงพยาบาลของเรากำลังจะมีเครื่องถ่ายจอประสาทตา ที่จะมาตรวจตาให้คุณยายแล้วค่ะ...และ..ไม่ว่าตอนนี้คุณยายจะอยู่ที่ภพไหนก็ตาม คุณยายจะเป็นกำลังใจที่ดีให้กับหนูที่จะทำงานบริการด้านตาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปค่ะ"