คลิกอ่านเพิ่มเติมวิธีการคิดเพื่อหาคำถามวิจัย จาก http://www.kieranhealy.org/files/teaching/methods2.pdf

อาทิตย์นี้ผมเริ่มมีถูกเชิญเข้าฟังการสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ทั้งในและนอกคณะ ยอมรับว่าอาจารย์ที่ปรึกษางานวิทยานิพนธ์เป็นบุคคลสำคัญในการสร้างกระบวนการคิดให้กับนักศึกษา

ผมจำได้ว่า หัวใจของงานวิจัย คือ ความสมบูรณ์ด้วยเหตุผลและกระบวนการคิดสู่กรอบงานวิจัย ที่ถ่ายทอดมาจากการเขียนโครงร่างและการนำเสนอ

สำหรับประสบการณ์ นศ. ป. เอก ออสเตรเลีย ระบบคือการสร้างหัวใจงานวิจัยภายในระยะเวลา 6 เดือน หากไม่สมบูรณ์ อาจารย์ที่ปรึกษาจะเป็นผู้ประสานงานให้มีการเลื่อนสอบโครงร่างและกำหนดระยะเวลาออกไปทุกๆ 6 เดือนจนกว่าโครงร่างจะพร้อม ผมเป็นนศ.ต่างชาติคนเดียวของโรงเรียนกิจกรรมบำบัดที่ต้องใช้เวลาเขียนโครงร่างถึง 1 ปี แต่สามารถจัดการเวลาจบได้ในอีก 2 ปีต่อมา ทั้งนี้เพราะหัวใจของงานวิจัยของผมสมบูรณ์นั่นเองครับ ผมเคยร้องไห้หลายครั้งกับการเขียนโครงร่างเพื่อตีโจทย์งานวิจัยให้แตก แต่การเสียน้ำตาหลายครั้งทำให้ผมอดทนและสู้เพื่อการพัฒนาทักษะวิจัยที่มีคุณภาพมาจนสามารถพัฒนางานวิจัยให้แก่รุ่นน้องอาจารย์กิจกรรมบำบัดและนักศึกษาไทยได้

ประเด็นที่ผมอยากสะท้อนเพื่อพัฒนาคุณภาพของนักศึกษาไทย ได้แก่

  • อาจารย์ที่ปรึกษาต้องสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาสร้างสรรค์งานด้วยความคิดของตนเองมากกว่าความคิดของอาจารย์
  • นักศึกษาต้องใช้เวลานอกห้องเรียนในการฝึกฝนทักษะการคิด ฟัง พูด อ่าน เขียน ผ่านกระบวนการวิจัย ทั้งจากโมเดลตัวอาจารย์ รุ่นพี่ปริญญาเอก และรุ่นเพื่อนปริญญาโทด้วยกัน
  • อย่าใช้ความรู้สึกตัดสินคุณภาพและปริมาณของงานวิจัยระหว่างนักศึกษา เพราะการศึกษาเป็นแบบปัจเจกบุคคลและตรวจสอบความก้าวหน้าของทักษะงานวิจัยจากเนื้อหางานวิทยานิพนธ์
  • อย่าฝึกให้นักศึกษาคิดโจทย์วิจัยและกระบวนการก่อน เพราะทำให้เกิดความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาและวัตถุประสงค์เพื่อตอบโจทย์วิจัย
  • ควรฝึกการอ่านทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและวิเคราะห์บูรณาการแนวคิดของแต่ละงานวิจัยที่ผ่านมาด้วยภูมิปัญญา จนถึงการเขียนหรือนำเสนออย่างมีเหตุผล

  ผมอยากให้ผู้สนใจลองอ่านจดหมายที่อาจารย์ผมเขียนขึ้นเพื่อสนับสนุนการเสนอชื่อผมไปยังมหาวิทยาลัยให้คัดเลือกสู่การประกวดนักวิจัยยอดเยี่ยม (ผมยังไม่ทราบผล แต่คิดว่ามีผู้แข่งขันสูงในระดับเอเชีย ผมไม่เสียใจที่อาจจะไม่ได้รับการคัดเลือก แต่ดีใจที่คณะฯ เสนอชื่อจามคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือกครับ)

ผมเชื่อว่า ถ้าท่านอ่านบางส่วนของจดหมายข้างล่าว น่าจะสร้างกำลังใจของการเขียนกระบวนการวิจัยและขอให้กำลังใจกับนักศึกษาหรือเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องที่กำลังสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพให้แก่สังคมไทย

รุ่นพี่ผม ผศ.ดร.พิมพ์ใจ สุดสวัสดิ์ อาจารย์และนักวิจัยทางกิจกรรมบำบัดคนไทยที่มีชื่อเสียงมากในอเมริกา แนะนำให้กำลังใจว่า "เมื่อคนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้"  ดังนั้น "เมื่อผมทำได้ ผู้อ่านก็ต้องทำได้นะครับ"