ถ้าแผลลึกมาก ปรึกษาพยาบาลที่ชำนาญกว่าและรายงานแพทย์ตามลำดับ

แนวทางการป้องกันแผลฝีเย็บติดเชื้อ

1.      เมื่อรับใหม่ให้อาบน้ำทุกราย ยกเว้นรายฉุกเฉิน กรณียังไม่คลอดให้อาบน้ำวันละ 2 ครั้ง

2.      ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ตัดขนบริเวณที่จะตัดฝีเย็บ และบริเวณรอบทวารหนัก

ให้สั้นก่อนเย็บแผล

3.      สวนอุจจาระในรายที่พบว่ามีอุจจาระในลำไส้ตรงปริมาณมากและไม่มีข้อห้าม  และถ้ามีอุจจาระขณะเบ่งคลอดให้ใช้sponge forcep  คีบสำลีเช็ดทุกครั้ง

4.      ประเมินภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น anemia, PROM, vaginitis; DM, UTI; Low resistant etc.

5.      ระหว่างนอนรอคลอด กระตุ้นให้เข้าห้องน้ำ ปัสสาวะและล้างอวัยวะสืบพันธุ์ให้ถูกวิธี หรือflushที่เตียง

6.      ไม่ตรวจภายในบ่อย ในรายที่มีน้ำเดินหรืออยู่ในระยะLatent phase

7.      ก่อนทำคลอด scrub vulva ด้วยProvidine scrubแล้วใช้ผ้าเขียวsterileซับให้แห้ง

8.      ทำคลอดและเย็บแผลโดยใช้หลัก Aseptic  technique อย่างเคร่งครัด

9.      ให้PRก่อนเย็บmuscleแล้วจึงเปลี่ยนถุงมือคู่ใหม่

10.  เมื่อเย็บแผลเสร็จ เปลี่ยนถุงมือคู่ใหม่เพื่อไล่blood clot ตรวจเช็คแผลให้เรียบร้อย เมื่อเย็บแผลเสร็จแล้ว ใช้สำลีชุบ Providineเช็ดในช่องคลอดและฝีเย็บตามรอยที่เย็บไว้ทุกราย

11.  กรณีที่ประเมินแล้วว่ามีการคลอดยาก(Dystocia) เชิงกรานแคบ ทารกคะเนน้ำหนัก3500กรัมขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาการคลอดที่เหมาะสม

12.  กรณีแผลฉีกขาดกระรุ่งกระริ่ง แผลลึก เย็บยาก ปนเปื้อนอุจจาระ มีhematoma เย็บนานมากกว่า30นาที มีแนวโน้มที่จะติดเชื้อ ให้ใช้ Silk หรือ Nylon เย็บ skin แบบinteruptและรายงานแพทย์ทุกราย เพื่อพิจารณาให้ Antibioticที่เหมาะสม ได้แก่Ciprofloxacin , Cefotaxime, Cefazolin,Bactrim,Ampicillin,Amoxycillin,gentamycin โดยทำเป็นstanding order

13.  ถ้าแผลลึกมาก ปรึกษาพยาบาลที่ชำนาญกว่าและรายงานแพทย์ตามลำดับ

14.  แยกเครื่องมือทำคลอดกับ set             เย็บแผลต่างหาก

15.  กำหนดการทำความสะอาดห้องคลอดอย่างสมบูรณ์ทุกวันพุธที่2ของเดืออนและทำความสะอาดเป็นประจำทุกวันเวรเช้า และหลังเสร็จcase

16.  ทบทวนเทคนิคการเย็บแผลฝีเย็บให้เป็นแนวทางเดียวกันและมีการติดตามประเมินผลโดยลงสมุดติดตามแผลติดเชื้อและประสานงานกับward

17.  สรุป one page summaryเชื่อมโยงกับ  ward IPD, Gynae, IC, RM, พิเศษ