จริงอยู่ว่าคุณมีสิทธิที่จะลา แต่คุณได้ทำหน้าที่และรับผิดชอบงานได้ดีแล้วหรือยัง

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่เราก็มีโอกาสได้ทำงานกับนักศึกษาตลอดเวลา ยิ่งช่วงนี้เป็นฤดูกาลฝึกงาน ที่ทำงานเราจึงเต็มไปด้วยนักศึกษาฝึกงาน

ระยะเวลา 2 เดือนของการฝึกงานมันช่างแสนสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 เดือนที่เป็นเดือน เม.ย.และพ.ค. ที่มีวันหยุดเต็มไปหมด ไหนจะวันจักรี วันสงกรานต์ วันฉัตรมงคล วันพืชมงคล วันวิสาขบูชา นี่ยังดีนะที่ที่ทำงานเราไม่หยุดวันแรงงานเข้าไปด้วย แถมดีไม่ดีหนูๆ นักศึกษาทั้งหลาย ก็ยังมีขอลาป่วยลากิจ กันเข้าไปอีก เอาเข้าจริงมีเวลาทำงานกันสักเท่าไร ตัวนักศึกษาเองอาจคิดว่าลาป่วยลากิจก็ไม่เห็นเป็นไร ในเมื่อวันไหนที่ลาก็ไม่ได้เบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว ไม่ได้เอาเปรียบอะไรที่ไหน แต่อยากให้ตระหนักกันสักนิดว่าจะส่งผลอะไรกับงานที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ หากการฝึกงานคือการช่วยชงกาแฟ การหยุดงานอาจไม่ส่งผลกระทบแก่ผู้ร่วมงานมากนัก หากการฝึกงานคือการช่วยถ่ายเอกสาร หากเราหยุดไปแปลว่าเราไปถ่ายเอกสารต่อหลังจากวันลา แล้วเอกสารนั้นผู้ใช้ต้องการใช้เร่งด่วนหรือไม่ หากเราไปถ่ายเอาวันหลังจะทันหรือไม่ หากไม่ทัน ก็แปลว่าเขาต้องหาคนมาทำแทนเราในวันที่เราลา  เรื่องง่ายๆ และ common sense อย่างนี้ แต่เรากลับพบว่านักศึกษาหลายๆ คนไม่เคยตระหนักถึงผลกระทบตรงนี้ 

อย่าว่าแต่นักศึกษาฝึกงานเลย แม้แต่พนักงานจริงๆ บางคนก็อาจไม่เคยคิดกันอย่างนี้ คิดกันแต่ว่าเรามีสิทธิที่จะลาป่วย ลากิจ เพราะฉะนั้นฉันก็จะใช้วันลาตามสิทธิของฉัน ไม่มีใครว่าอะไรได้ จริงอยู่การลาป่วยเพราะป่วยจริงๆ นั้นเป็นเรื่องสุดวิสัย เราคงไม่ว่าอะไร แต่การลากิจ หรือการลาป่วยเพื่อไปทำธุระ นั้นขอให้คิดดูสักนิด จริงอยู่ว่าคุณมีสิทธิที่จะลา แต่คุณได้ทำหน้าที่และรับผิดชอบงานได้ดีแล้วหรือยัง ตราบใดที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายได้เสร็จเรียบร้อยตามเวลาที่กำหนด ก็คงไม่มีใครว่าอะไรได้