อาหารที่ประกอบขึ้นในครั้งใดข้าวในหม้อของครอบครัวเราจะต้องกะไว้เผื่อไว้มากกว่าวันอื่น ๆ อาหารนั้นนั่นก็คือ “น้ำพริกกะปิ”
ในบ้านหลังเล็ก ๆ ของครอบครัวน้อย ๆ ที่มี พ่อ แม่ พี่สาว ฉัน และน้องสาว ช่วงเวลาอาหารเย็นเป็นช่วงเวลาที่ได้พบปะพูดคุยกันอย่างพร้อมหน้า แต่ถ้ามีน้ำพริกกะปิด้วยแล้ววันนั้นจะเป็นวันที่พิเศษทีเดียว
น้ำพริกถ้วยเล็ก ๆ ที่โยมแม่เป็นเชฟใหญ่จัดการแบ่งหน้าที่ให้ลูก ๆ ได้ทำหน้าที่อันแตกต่างกัน
โยมพ่อนั้นรับหน้าที่จ่ายตลาด ส่วนใหญ่ฉันจะรับหน้าที่ปอกกะเทียม ซึ่งโยมแม่บอกเคล็ดลับว่าเวลาปอกให้มีเปลือกเหลือไว้นิดหน่อยนะจะได้มีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น น้องสาวนั้นทำหน้าที่เด็ดชะอม ถึงแม้ว่านิ้วมือของโยมน้องสาวจะมีปัญหาเพราะผิวหนังค่อนข้างบางแต่ก็เพียรสู้กับหนามชะอมได้ทุกครั้งไป พี่สาวนั้นก็จะเด็ดพริกบ้างทำอย่างอื่นกุ๊กกิ๊ก ๆ ไปแล้วแต่ว่าโยมแม่หัวหน้าเชฟใหญ่จะสั่งการ
เมื่อเครื่องปรุงพร้อม...โยมแม่จะจัดการให้ฉันนำกะปิกับกระเทียมที่ปลอกไว้มาโขลกให้เข้ากันโดยโยมแม่ยืนคุมอยู่ไม่ห่าง ฉันโขลกไปก็ถามไปว่าแหลกแล้วพอหรือยัง พอหรือยัง โยมแม่ก็บอกว่า ยัง ยัง ยัง ต้องตำไปเรื่อย ๆ ให้กลิ่นกะเทียมจะหอมดับกลิ่นคาวของกะปิที่ยังมีอยู่
เมื่อได้ที่โยมแม่ก็จะใส่น้ำตาลปี๊บแล้วก็พริกขี้หนูลงมาในครก ฉันก็ตำ ๆ ๆ ๆ บางทีใจร้อนพริกก็กระเด็นเข้าตา เป็นอันว่าต้องตาได้กินซะก่อนปาก
เมื่อพริกแหลกละเอียดก็ได้ที ฉันเตรียมตักใส่ถ้วยไว้ให้โยมแม่
โยมแม่ก็จะน้ำมะนาวมาบีบ และบอกให้ฉันนำน้ำสุกมาเติม
โยมแม่บอกว่าที่ใช้น้ำสุกก็เพราะว่าถ้ากินไม่หมดน้ำพริกจะไม่ได้เสีย
สำหรับเรื่องกะปิ ฉันจะชอบใช้กะปิแดงมากกว่ากะปิดี ๆ ที่ดำ ๆ (ค่อนข้างเค็ม)
กะปิแดงราคาถูกแถวบ้านฉันหาซื้อง่าย แถวในเมืองคงจะหายากหน่อยเพราะส่วนใหญ่จะมีแต่กะปิแบบกระปุก
จากนั้นก็ได้ทีจัดการกับเจ้าปลาทูตัวน้อย
ค่อย ๆ ทอดไฟอ่อนจะได้สุกถึงข้างในและไม่เค็มมาก
เมื่อทอดปลาทูเสร็จก็เป็นคราวของเจ้ามะเขือยาวชุบไข่ อันนี้เป็นหน้าที่ประจำของฉัน ซึ่งโยมแม่ถ่ายทอดวิชามาให้
โยมแม่บอกว่าต้องล้างมะเขือยาวก่อนหั่น ถ้าหั่นแล้วไปล้างไข่จะไม่ติดกับมะเขือยาว
ในอีกหัวเตาหนึ่ง เราก็จะตั้งน้ำไว้สำหรับต้มผัก ไม่ว่าจะเป็น กระเจี๊ยบ (ของชอบ) มะเขือ ถั่วฟักยาว ผักบุ้ง ข้าวโพดอ่อน ขนุนอ่อน บวบ สารพัดต่าง ๆ นานา ซึ่งแล้วแต่ว่าวันนั้นโยมพ่อจะซื้ออะไรมาให้
เมื่อน้ำเดือดใส่ผักเสร็จแล้วก็หันมาจัดการเจ้ามะเขือยาวชุบไข่ต่อ เพราะระหว่างรอมะเขือสุกนั้นก็พอมีเวลาไปยุ่งกับผักได้อยู่
เมื่อเสร็จจากเจ้ามะเขือยาวก็ถึงคราวของเจ้าชะอม ที่ส่วนใหญ่ได้อานิสงส์จากไข่ที่เหลือของเจ้ามะเขือยาวนั้นเพิ่มเติมเข้าไปด้วย
ซึ่งปกติแล้วมื้อหนึ่งครอบครัวเราก็จะใช้ปลาทูสามตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีสามตัวต่อหนึ่งเข่ง เข่งละประมาณสิบบาทถึงสิบห้าบาท
มะเขือยาวถ้ายาวววมาก(ประมาณ ๑ ฟุต) ก็ใช้ลูกเดียว หรือถ้าสั้นหน่อยก็ใช้สองลูก แต่ถ้าลูกยาวแล้วเจอเจ้าหนอนน้อยนอนกระดื๊บ ๆ อยู่ข้างในก็อาจจะใช้ลูกน้อย ๆ เพิ่มอีกสักหนึ่ง
ชะอมนั้นก็ใช้กำเดียวกำละสามบาท หรือถ้าวันนั้นแม่ค้าขายมาสองกำห้าก็ใช้หมดเลยสองกำ แต่ล่าสุดนี่เขาขึ้นไปกำละห้าบาทแล้ว
ไข่แล้วก็ใช้สองฟอง ใช้ทอดมะเขือใบหนึ่ง ใช้ทอดชะอมอีกใบหนึ่ง
เมื่อน้ำพริกพร้อม ปลาทูพร้อม ผักทอดพร้อม ผักต้มพร้อม ก็เป็นอันลุยกันได้เลย
อ่อ...เกือบลืมไปหนึ่งอย่าง ก็คือต้มจืด ปกติบ้านเราจะทำต้มจืดหม้อใหญ่ไว้อยู่แล้ว พอตอนเย็นอุ่นให้เดือดก็ตักไปตักสำรับได้เลย
วันไหนมีน้ำพริกกะปิต้องเพิ่มปริมาณข้าวมากกว่าปกติ
ซึ่งปกติที่บ้านจะหุงข้าวครั้งเดียวกินได้ทั้งวัน แต่ถ้าวันไหนมีน้ำพริกกะปิล่ะก็ เป็นอันว่าตอนเย็นต้องได้หุงข้าวเพิ่มกันอีกครั้งหนึ่ง
หรือบางครั้งฉันลืมดูข้าวในหม้อ เมื่อถึงคราวตักข้าวแล้ว อ้าว... ข้าวไม่พอ แม่ก็จะเดินไปขอข้าวบ้านโยมป้าสาวซึ่งอยู่บ้านติด ๆ กันมาเพิ่ม เพราะจะหุงก็ไม่ทันแล้ว เดี๋ยวขาดช่วงความอร่อย
เมื่อเริ่มเปิดวง โยมพ่อก็จะจัดการส่วนหางเจ้าปลาทูที่มีติดเนื้ออยู่นิดหน่อย
ส่วนฉันก็จัดการยกปลาทูที่โยมพ่อจัดการตัดส่วนหางออกไปแล้วมา แต่ไม่ได้เอามากินนะ เอามาแกะเนื้อปลาทูให้โยมแม่ก่อน เพราะปลาทูนี่ก้างเยอะทีเดียว
จากนั้นก็แกะแจกจ่ายให้โยมน้องบ้าง โยมพี่บ้าง ส่วนใหญ่ก็จะได้อานิสงส์ในส่วนของท้องปลาที่มันขม ๆ หน่อย หรือส่วนที่ไม่ก้างฝอยเยอะ ๆ ฉันจะเก็บไว้เอง ไม่อยากให้โยมแม่กิน
เมื่อมีน้ำพริกกะปิทีไรฉันจะต้องกินข้าวสองจาน จานหนึ่งกินแบบปกติ จานสองกินแบบไม่ปกติ
เพราะจานสองนี้จะคดข้าวแล้วน้ำปลาทู มะเขือยาว ชะอม แล้วก็ผักต่าง ๆ มาสุมโปะ ๆ ไว้บนข้าว จากนั้นก็ขอให้โยมแม่ใส่น้ำพริกแล้วก็ขยำให้ เพราะจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ โยมแม่จะขยำข้าวกับน้ำพริกให้ตลอด
โยมแม่จะขยำด้วยมือ กินอย่างไงก็อร่อย แตกต่างกับตอนที่ฉันมาทำงานอยู่คนเดียว ขยำเองอย่างไง๊อย่างไงก็ไม่อร่อยเท่าโยมแม่ขยำ...
นี่แหละคือ "น้ำพริกกะปิ" เมนูคู่ครอบครัวของฉัน ครอบครัวที่มี "เรา"
นมัสการค่ะท่าน
น้ำพริกกะปิถ้วยไหนๆ รสชาดสู้ฝีมือแม่ๆ (ของแต่ละคน)ไม่ได้นะคะ
ดิฉันเองก็ชอบกินน้ำพริกกะปิฝีมือแม่มากค่ะ
ทานข้าวได้เยอะเพราะน้ำพริกทุกที
คราวไหนเหลือมากกลายเป็นน้ำพริกถ้วยเก่าก็นำไปดัดแปลงผัดข้าวได้อร่อยอีกด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
กับข้าวฝีมือแม่แน่แท้แม่ปรุงจิตและใส่ใจเข้าประสม
รสมือแม่แน่แท้ลูกเคยลิ้มรสและสัมผัสตั้งแต่ครั้งเมื่ออยู่ในอุทร
รสใดมิเทียมเท่ารสรักแท้ของแม่เอย...