การศึกษาต่อ
ความแตกต่างระหว่าง P.hD & Ed.D ในการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก เท่าที่ทราบมีความแตกต่างในการศึกษาถ้า P.hD จะเน้นการค้นคว้าทำวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถทำการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆได้ ส่วน Ed.D เป็นการศึกษาในศาสตร์นั้นเจาะลึกลงไปเฉพาะด้าน เกิดความเชี่ยวชาญที่ลึกซึ่ง
การเรียนในระดับปริญญาเอกนั้น ทุกหลักสูตร ทุกสาขา เน้นการศึกษาค้นคว้า ทำวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปทำการศึกษาวิจัยในเรื่องต่าง ๆ ที่สนใจ แต่เข้าใจว่า P.HD เน้นการศึกษาทางปรัชญาเป็นหลัก แต่เป็นปรัชญาของคนสาขาอะไรก็ว่ากันไป แต่การเรียนในหลักสูตรปริญญาเอกอื่นๆ ที่ไม่ใช่ P.HD เช่นดิฉันเรียน DPA ก็เป็นการเรียนในสายตรงของ PUBLIC ADMINISTRATION เรียนเจาะจงสาขาไปเลย แต่ในหลักสูตรก็อาจมีวิชาปรัชญาบ้าง แล้วแต่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด คิดว่าเป็นอย่างนั้นนะคะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าท่านอื่นๆ มีความเห็นยังไง ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณอ.สุรกิจที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกค่ะ อยากเสนอว่า แม้ณ เวลานี้ยังไม่ได้เข้าเรียนในหลักสูตรใดก็ตาม แต่การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ เกิดได้ทุกสถานการณ์ เมื่ออาจารย์เริ่มสนใจทำงานวิจัย แล้วอาจารย์ก็ค่อยๆ เรียนรู้มันไป พร้อมๆ กับการเข้าศึกษาต่อป.เอก คิดว่าอาจารย์จะไปได้ดีและคล่องตัว เพราะการเรียนป.เอก ก็คือการทำวิจัยในสาขานั้นๆ ให้ลึกซึ้งมากขึ้น จบแล้วจะได้ปริญญาอะไรคงไม่สำคัญเท่าความรู้และทักษะที่เราได้จากการเรียนรู้นั้น
....อย่างไรก็ตาม จะคอยเป็นกำลังใจให้อาจารย์และเพื่อนๆ ทุกคนในม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ในการทำวิจัยและการศึกษาต่อ เพราะมหาวิทยาลัยฯของเรายังต้องการพวกเราอยู่ สู้ เป็นกำลังสำคัญให้กับมหาวิทยาลัยฯ ต่อไป ในวันข้างหน้า มหาวิทยาลัยฯ ของเราก็จะมีชื่อเสียงเท่าเทียมมหาวิทยาลัยเก่าแก่อื่นๆ ต่อไป สู้ สู้ ค่ะ
ขอบคุณ อ.ฟ้าใสมากครับ อย่างน้อยก็ยังมีกำลังใจในอาชีพเดียวกัน ตอนนี้ผมกำลัง
Review เอกสารงานวิจัยอยู่ครับ ก็หวังว่าจะได้งานวิจัยที่สามารถนำไปต่อยอดการศึกษาระดับป.เอกได้ และเกิดประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติต่อไป
.........ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นครับ
ผมว่ามันไม่ต่างกันในองค์ความรู้เลย เพราะอาจารย์ที่มาสอน Ph.D & Ed.D หรือ Ph.D & DPA.ก็เป็นท่านเดียวกัน เช่น สอนPh.D ที่มหาวิทยาลัยหนึ่ง แล้วท่านก็มาสอน DPA. อีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง เนื้อหา สไลด์ และเอกสาร การให้งาน เหมือนกันเลย ตอนสอบวัดคุณสมบัติ ก็ยากพอๆกัน ผมก็สรุปว่าองค์ความรู้ไม่แตกต่าง เพียงแต่ว่า เมื่อจบไปแล้วใครจะพัฒนาตนเองได้เจ๋งกว่ากัน นั่นเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ชื่อปริญญาก็ตั้งกันไปตามความสะดวก ของมหาวิทยาลัย ยกอีกตัวอย่างในระดับปริญญาตรี คบ. & ศษ.บ. ก็เป็นครูได่เก่งพอๆกัน หรือจบ รบ.จากธรรมศาสตร์ กับ ศศ.บ.(รัฐศาสตร์) จากรามคำแหง ก็คือเรียกว่าจบรัฐศาสตร์มาเหมือนกัน เป็นปลัดอำเภอได้ทั้งคู่ หรือถ้าปัจเจกบุคคลไม่เก่ง ก็ไปเดินหิ้วเครื่องกรองน้ำขายตามบ้านได้ทั้งคู่เช่นเกียวกัน