Articles

คำนามในภาษาอังกฤษแตกต่างกับภาษาไทยคือภาษาไทยไม่มีคำนำหน้านามสำหรับภาษาอังกฤษนั้นคำนาม

นับได้เอกพจน์จะไม่ปรากฎเพียงลำพังจะต้องมีคำนำหน้าเสมอ ส่วนคำนามนับได้พหูพจน์และคำนามนับไม่ได้นั้นเราสามารถใช้ Article นำหน้าเมื่อต้องการสื่อความหมายที่ชี้เฉพาะเจาะจงหรือใช้ตามหลักการทางไวยากรณ์แต่ต้องการกล่าวถึงโดยทั่วๆไป

ก็ไม่ต้องใช้คำหน้านามใดๆ เลย เช่น

  • Honesty is my policy. ความซื่อสัตย์เป็นนโยบายของฉัน( ไม่ต้องการเจาะจง)
  • The honesty of Mr.joey is admirable.  ความซื่อสัตย์ของนายโจอี้เป็นที่น่าประทับใจ(ใช้  the  เพราะเจาะจงว่าเป็นความซื่อสัตย์ของนายโจอี้)

คำนำหน้านาม(Noun determiners) ในภาษาอังกฤษมี 5 ชนิดคือ

  1. Article (a,an,the )
  2. Demonstratives
  3. Possessive form of pronouns
  4. Cardinal Numeral
  5. Indefinite determiners

Articlesซึ่งเป็นคำนำนามชนิดหนึ่งมีอยู่ 3 ตัวด้วยคือ a,an,the

Articles แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Indefinite article (คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ) มีอยู่ 2 ตัวคือ a,an ใช้นำหน้านามนับได้เอกพจน์เสมอ เพราะมีความหมายว่า หนึ่ง และ definite article (คำนามชี้เฉพาะ) คือ the ใช้นำหน้าคำนามนับไม่ได้ นามนับไดเอกพจน์ และนามนับได้พหูพจน์ในกรณีที่ต้องการเจาะจง

1.Indefinite Article 

   มี 2 ตัว คือ a และ an แปลว่า หนึ่ง ใช้นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ทั่วไปๆไม่ชี้เฉพาะเจาะจง

   A ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่ขึ้นด้วยเสียงพยัญชนะเช่น a  cat ,a dog,a uniform ,a snake ,a

 house เป็นต้น

    An ใช้นำคำนามเอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยด้วยเสียงสระ ( a,e,i,o,u) เช่น an hour an umbrella, an ant

ข้อสังเกต an ไม่ได้นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วย a,e,i,o,u เราต้องพิจารณาตามการออกเสียงไม่ไช่รูปเขียน เช่น uniform( ออกเสียงว่า ยูนิฟอร์มเป็นเสียพยัญชนะ ดังนั้นใช้ a นำหน้า ) และ hour ( ออกเสียงว่า เอาเออะ เป็นเสียงสระดังนั้นใช้  an นำหน้า)

วิธีการใช้ a และ an มีดังนี้

1.1 ใช้ในความหมายทั่วๆไปไม่ต้องการชี้เฉพาะหรือเน้นย้ำจำนวน เช่น

  •     A cat is  an animal.

1.2 ใช้เมื่ิอหมายถึงจำนวนที่มีเพียงหนึ่ง เช่น

  •    I have a cat.
  •    I have a pen.
  •    I have an umbrella

1.3 ใช้เมื่อกล่าวถึงการเทียบที่มาตราส่วน(แปลว่า ต่อ ) เช่น

  • You have to water this tree two times a day.
  • This cloth is ten dollar a yard.

1.4 ใช้นำหน้าคำนามชี้เฉพาะเพื่อสื่อความหมายว่า เป็นที่รู้จักอย่างดี เป็นส่วนหนึ่งในจำนวนหลายๆ......เช่น

  •  Vichai is a soontorn Poo in our school.

1.5 ใช้ในโครงสร้างประโยคอุทาน ดังนี้

What + a/an + adjective + noun หรือ

How + adjective + a/an + noun

  • What a smart guy he is ! (เขาช่างฉลาดอะไรเช่นนี้)
  • How pretty a dog ! (มันช่างเป็นสุนัขที่น่ารักจริงๆ)

1.6 ใช้ a และ an นำหน้าคำนามที่เป็น Complement คือ คำนามที่ใช้เป็นส่วนเติมเต็มประโยค เรามักใช้ตามหลัง verb to be เมื่อไม่ได้ต้องการชี้เฉพาะ รวมทั้งคำนามที่บอกอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา เช่น

  • He is a policeman.
  • Mary is a Buddhist.

1.7 ใช้ a และ an นำหน้านามนับได้เอกพจน์เมื่อหมายถึงตัวแทนของสิ่งทั้งหมด เช่น

  • A cow has horns. ( Any of the cows has horn )
  • A palm tree is usually very tall.

1.8 วลีต่อไปนี้ใช้ a และ an เสมอ เช่น

  • It's a pity that.......
  • to keep a secret.
  • as a rule.
  • to be in a hurry.
  • to be in a good temper.
  • to be in a bad temper.
  • to tell a lie
  • to have a good time.

1.9 ใช้ a นำหน้า hundred ,dozen,thousand เช่น

  • I want a dozen eggs to make a cake.
  • There are a thousand oxen in the field