ต่อเนื่องมาจากบันทึกเรื่องหน้าบ้านน่ามอง
วันนี้นำรูปและเรื่องราวเกี่ยวกับหลังบ้านมาฝากมั่งค่ะ
มาดูกันว่าหลังบ้านคนแถวนี้เค้าเป็นอย่างไร
นี่ค่ะ ซอยหลังบ้านแถวนี้จะอารมณ์ประมาณนี้

เริ่มเดาได้แล้วใช่มั้ยคะว่าบันทึกนี้จะเกี่ยวกับเรื่องอะไรกันแน่ : )
ใช่แล้วค่ะ เรื่องการทิ้งและเก็บขยะของคนที่นี่นั่นเอง



การสังเกตมั้ยคะว่าแต่ละบ้านมีจำนวนถังที่วางไว้หลังบ้านไม่เท่ากัน
จริงๆแล้วแต่ละครัวเรือน (single family) จะมีจำนวนถึงเท่ากันค่ะ คือ
-
ถังขยะ (garbage) ที่เป็นขยะจริงๆทำปุ๋ยไม่ได้ รีไซเคิลไม่ได้ 1 ถัง
-
ถังทิ้งเศษใบไม้ใบหญ้า วัชพืช และกิ่งไม้ (yard trimmings) 1 ถัง
-
ถังรีไซเคิลสำหรับ บรรจุภัณฑ์ (container) ที่เป็นโลหะและแก้ว รวมทั้งพลาสติกประเภทต่างๆ
-
ถุงสีฟ้าสำหรับทิ้งหนังสือพิมพ์ (newsprint)
-
ถุงสีเหลืองสำหรับทิ้งกระดาษประเภทอื่น (paper product) รวมทั้งกล่องยาสีฟัน กล่องสบู่ เอกสารที่ไม่มีข้อมูลลับ


ทางเทศบาล (city of Vancouver) จะมาเก็บอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ถ้ามีขยะเกินโควต้าที่จัดไว้นี้ คุณต้องจ่ายเงินทางการ เพราะเค้าต้องการลดจำนวนขยะต่อครัวเรือน
ส่วนเหตุผลที่แต่ละบ้านในรูปมีถังอยู่หลังบ้านจำนวนไม่เท่ากันเพราะว่า ถังไหนยังไม่เต็มให้เก็บไว้ในเขตบ้านใครบ้านมันก่อน ถังไหนที่ใกล้เต็มแล้วค่อยเอามาวางไว้หลังบ้านแปลว่าพร้อมให้เทศบาลมาเก็บได้
เทศบาลมีกฎแนะนำการวางถังด้วยค่ะ มันเลยดูเป็นระเบียบ แถมตอนที่มีรถขยะมาเก็บก็เร็วและไม่เลอะเทอะ

[http://vancouver.ca/engsvcs/solidwaste/yard/howtoyard.htm]
น่าคิดนะคะว่าขยะที่เราทิ้งกันที่เมืองไทยทุกวันๆเก็บกันทุกวันๆนั้นจำเป็นรึเปล่า
(ไม่ใช่แค่ หารถหาคนไปเก็บขยะให้บ่อยขึ้น หรือ หาพื้นที่ทิ้งใหม่ แล้วจะจบ)

ภาพนี้คือถัง compost ทำปุ๋ยที่อยู่หลังบ้านแถวนี้ค่ะ

ส่วนสองรูปสุดท้ายนี้คือถัง compost ของบ้านมัทเองค่ะ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิง: http://vancouver.ca/commsvcs/socialplanning/newtovancouver/part2/garbage.htm


สวัสดีค่ะคุณหมอมัท
บ้านเราตั้งถังขยะไว้หน้าบ้านนะคะ ไม่ไว้หลังบ้านแบบนี้
แล้วหลังบ้านมีถังขยะเยอะ แต่มีจำนวนขยะน้อย แบบนี้ดีนะคะ
ในต่างประเทศ มีระบบการจัดการที่ดีนะครับ ชอบมากๆๆ หนีเด็กๆๆมาดูคุณหมอมัท
สวัสดีครับคุณหมอ
ดูทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านแล้ว ครบถ้วนครับ ( จะมีภายในบ้านอีกมั้ยครับเนี่ย หะหะ )
ที่บ้านเขามันน่าอยู่น่ามองจริง ๆ ครับ บ้านเราก็........อืม....ดีบ้างไม่ดีบ้าง ก็พออยู่กันไปได้ครับ จะเริ่มจากตรงไหนกันดีล่ะครับนี่
แต่ปัจจุบันนี้อย่างน้อยก็มีคนเก็บของเก่าขาย และชาวบ้านก็มีการแขกขยะเหล่านี้ไว้เพื่อสะดวกต่อการเก็บขายบ้างเหมือนกัน ก็ยังดีนะครับ
เวลาทิ้งๆ ทิ้งแยกเป็นถังๆ แล้วเวลา รถเก็บขยะมาเก็บขยะ จะเอาขยะๆใส่รวมๆกันอ่ะป่าวครับ แบบประเทศไทย ที่ทำถังสีโน้นสีนี้ ในขั้นตอนสุดท้ายเวลาขนเอาไปที่ทิ้งขยะก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร
เข้ามาแวะเยี่ยมจ๊ะ หนูมัท
อาจารย์ ห่างหายไปนานเลยมาติดตามดูว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง
ได้ความรู้จากหนูเรื่องวิถีชีวิตของผู้คนอีกซีกหนึ่งของมุมโลก
น่ามีที่ทิ้งขยะของใจนะ :)
พิชัย
ขอบคุณมากๆค่ะ
มีประเด็นนึงที่ลืมเขียนถึงไป เห็นที่ฝาถังขยะที่มีหลายภาษาใช่มั้ยคะ เมืองนี้มี immigrant มากเหลือเกิน คนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ก็มีนิสัยที่ติดมาจากประเทศตัวเอง แต่เมื่อมาอยู่ในโครงสร้างทางสังคมใหม่ ก็ต้องหลิ่วตาตาม แน่นอนว่าคนที่ไม่ชินจะบ่นและทำไม่ค่อยถูกตามข้อแนะนำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มีตัวอย่างดีๆ มีความช่วยเหลือจากทางการ (เช่น hotline) ก็ดีขึ้น เพราะฉะนั้นมัทว่ามันเป็นเรื่องที่ฝึกกันได้ ถ้ามีปัจจัยเอื้อดีๆ (enabling factors) แต่ไอ้การที่เราจะวางผังวางแผนให้มันมีโครงสร้างที่เอื้อนี่สิคะ งานหนัก
อย่างที่คุณกวินบอกว่ารถขยะเก็บขยะที่แยกแล้วไปรวมกันหมด ที่นี่แยกเป็นแยกคะ จริงจังมาก
[http://www.city.vancouver.bc.ca/engsvcs/solidwaste]
ส่วนเรื่องคนไร้บ้านที่นี่ก็มีเยอะคะ โดยเฉพาะใน downtown เรื่องเก็บของรีไซเคิลโดยคนไร้บ้านที่นี่จะมีเป็นระบบมากคือแบ่งโซน แบ่งถังกันเลยคะ เค้าจะได้ไม่แย่งกัน แต่เค้าจะเก็บตามถังขยะสาธารณะหรือถังของตึกต่างๆรวมทั้งอพาทเม้น แต่จะไม่ไปเก็บตามบ้าน ของที่บ้านเจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบว่าจะให้เทศบาลมาเก็บหรือเอาไปขายเองที่ศูนย์ (ของบ้านมัทเอาไปขายกันเองค่ะ)
เรื่องแยกขยะรีไซเคิลโดยคนไร้บ้านในเมืองไทยช่วยได้ระดับหนึ่งเลยค่ะ ต้องขอบคุณเค้า แต่ว่าขยะทีมัทคิดว่าลดได้แน่ๆ คือขยะที่นำมาทำปุ๋ยได้หน่ะค่ะ บ้านเราทิ้งกันซะจนน่าเสียดาย ปนกันไปหมด
มัทนำเรื่องดีๆมาให้ดู แต่ว่าไม่ใช่ว่าเทศบาลที่นี่ไม่มีปัญหานะคะ ปีที่แล้วพนักงานเทศบาลประท้วง strike ไปเป็นเดือนๆ ขยะเต็มเมืองเลยคะ แล้วนิสัยคนในเมืองก็เริ่มออก ถ้าดีและมีเงินก็จะจ้างบริษัทเอกชนมาเก็บ แต่ถ้ามักง่ายก็แอบแบกขยะไปทิ้งที่สวนสาธารณะ
นี่เลยเป็นอีกเหตุการณ์ที่ทำให้มัทคิดว่า คนที่นิสัยมักง่ายนั้นมีไม่น้อย แต่คนจะทำตัวดีถ้ามีปัจจัยเอื้ออ่ะค่ะ
ดีจังค่ะ แบบนี้ช่วยลดภาวะโลกร้อน
เมื่อไรเมืองไทยจะมีอย่างนี้บ้างก็ไม่รู้ ?
ที่แวนคูเวอร์เนี่ยแยกกันเยอะกว่าที่คอลเลจพารค์เยอะเลยค่ะ
ที่บ้านมีแค่สองถัง ถังเขียวเป็นถังขยะทั่วไป แล้วก็ถังเหลืองไม่มีฝา เป็นพวกรีไซเคิลทั้งหลาย
ไม่มีถังปุ๋ยค่ะ
ที่นี่เก็บทุกวันจันทร์ ถนนที่อยู่ไม่มีถนนหลังบ้าน ก็เลยวางหน้าบ้านกันหมด ใครไม่มีก็ไม่มาวางค่ะ
ส่วนขยะ electronics จะมีจดหมายของชุมชนแจ้งมาบอกว่าสามารถนำไปส่งให้ recycle ได้ฟรีที่จุดรับของเขาค่ะ
แต่เรื่องค่าเก็บขยะไม่ทราบเหมือนกันว่าที่นี่เขาจัดการกันอย่างไร สงสัยรวมไปในค่าภาษีของบ้านหรือเปล่าก็ไม่ทราบค่ะ
ลปรร ค่ะ ^ ^
ขอบคุณคะคุณกวิน
สวัสดีตอนสายๆค่ะอ. กมลวัลย์ (ทีนี่ยังเช้าอยู่)
ใช่แล้วคะ เค้าทำได้เพราะ ภาษีรายได้เค้าเก็บสูงมากคะ แล้วถ้าที่ไหนขยะเกินค่อยเสียตังค์ ถ้าไม่เกินก็บริการฟรี
ส่วน e-waste มีที่ให้ทิ้งได้หลายจุดคะ ที่ศูนย์ใหญ่ บางอย่างทิ้งฟรี บางอย่างต้องเสียเงิน (เช่นคอมฯ และ ทีวี) แต่ถ้ามีมากกว่า 20 ชิ้นถึงจะมีคนมารับถึงที่ แล้วตามร้านค้าทั่วไป เช่น office depot, bestbuy, futureshop ก็จะมีกล่องรับพวกมือถือ กล้อง PDAs เม้าส์
แต่ก็มีอีกหลายองค์กรที่ให้เอาคอมฯไปบริจาคลองใช้งานก่อนนำไปทิ้ง
คือต้อง rethinking reduce reuse ก่อนจะ recycle : )
ขอบคุณมากๆค่ะที่พี่ Ninko มาลงความเห็นไว้
ดีใจจังที่gotoknow มีอ. ชุมชนมมาเขียนหลายคนแล้ว สงสัยต้องเปิดบล็อกใหม่อย่างพี่สุธีเกริ่นไว้จริงๆซะแล้ว : )
ใช่เลยค่ะ คุณnaree suwan เห็นแล้ว"เสียดาย" มัทรู้สึกมีอารมณ์นั้นเลย ทุกครั้งที่เห็นว่าขยะแยกได้แต่ไม่แยกกัน เห็นว่าทำปุ๋ยได้ไม่ต้องไป landfill ต้องไปเสียเงินบริหาร lanfill เสียคนที่เสียงภัยแยกขยะที่ landfill อีก พอปนกันขนาดแยกไม่ออกก็โน่น อีกกี่ร้อยปีพันปีถึงจะย่อยหมด
เสียดายจริงๆค่ะ
สวัสดีคะ อ.มัทนา
ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยม blog ของ theone นะคะ
เรื่องวิธีป้องกันไข่แตก แต่จริงๆๆแล้วอยากรู้ว่าจะหาซื้อกล่องใส่ไข่ที่ฝรั่งเค้านิยมใช้ได้ที่ไหน ที่เมืองไทยมีขายมั้ยคะ
และตามมาดูหลังบ้านที่แวนคูเวอร์ดีมากๆๆ เลยคะ อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนี้บ้างคงจะดีนะคะ
ทัชชา@the one
ทัชชา@the one
ขอบคุณที่แวะมาเช่นกันค่ะ ไว้จะไปตอบเรื่องกล่องใส่ไข่ที่บ้านโน้นนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอมัทนา
ดีใจมากเลยค่ะที่ได้เข้ามาพบบล๊อกของคุณหมอ แม้จะรู้สึกผิดต่อตนเองว่าน่าจะขยันในการ search และพบบล๊อกคุณหมอตั้งนานมาแล้ว..แต่ได้รู้ได้เห็นช้าก็ดีกว่าไม่รู้เอาเสียเลย
แนะนำตัวนิดนึงค่ะ..เจนเป็นสะใภ้แคนาดา อยู่ที่ Surrey BC. ตอนนี้มาฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวสามี และจะกลับไปเมืองไทยเร็วๆนี้ค่ะ เจนได้รับPR แพลนว่าหลังลาออกจากงานที่เมืองไทยจะย้ายมาอยู่อย่างถาวรในเดือนพฤษภาคมปี 52 อนาคตมีแผนที่จะเรียนต่อที่ UBC เช่นกันค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับชีวิตในแคนาดา และแวนคูเวอร์นะคะ..เจนได้รับความรู้จากคุณหมอเยอะมากเลยค่ะ...
สวัสดีปีใหม่ ขอให้คุณหมอและครอบครัวมีความสุขมากๆนะคะ