“การกระทำใด ๆ เสี่ยงต่อบาปที่ได้ทำและบาปที่ไม่ได้ทำ”

                ในเวที Admin.Journal Club เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์   พรรณารุโณทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เล่าเรื่องมาถึงวันนี้ได้อย่างไร จากเหตุสืบเนื่องเมื่อเย็นวันที่ 27 มีนาคม 2551 มีการนัดทานข้าวเย็นกันและคุยปัญหาเรื่องงาน ระหว่างผู้บริหารโรงพยาบาลและฝ่ายการพยาบาล เกิดคำถามว่า อาจารย์มีเทคนิคอย่างไรที่ไม่รู้สึกเหนื่อยกับการทำงานเลย อาจารย์บอกว่า อยากรู้ว่าผมทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอย่างไรหรือ  พรุ่งนี้จะเล่าใน Admin

               ผู้เขียนขอสรุปเรื่องเล่าเป็นประเด็นเท่าที่จะจดจำได้แล้วกันนะคะ และเป็นคำที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปได้

                คณบดีเล่าประวัติตั้งแต่เด็ก ประวัติครอบครัว ประวัติการศึกษาและผลงาน เพื่อให้พวกเราได้รู้จักคณบดีมากขึ้น ผู้เขียนก็โชคดีที่ร่วมงานกับคณบดีมาตั้ง 2 ปีกว่าได้รู้จักประวัติอาจารย์ก็วันนี้เอง

                อาจารย์เริ่มเรียนภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติตั้งแต่ ป.5-6-7 สมัยก่อนมีชาวต่างชาติเข้าไปสอนตามหมู่บ้านในชนบท(ผู้เขียนเคยเห็นเข้ามาในหมู่บ้านของผู้เขียนเช่นกัน ตอนนั้นเด็กมาก) อาจารย์เล่าถึงการเขียนเป็นการอธิบายตัวเอง เป็น skill อย่างหนึ่ง อาจารย์เขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่สมัยมัธยม การฝึกเขียนก็ทำได้ทั้ง 2 ภาษา ภาษาอังกฤษรุ่นพวกเราถ้าไม่ทัน ก็ให้ไปฝึกรุ่นลูกแทน

                อาจารย์พูดถึง การกระทำใด ๆ เสี่ยงต่อบาปที่ได้ทำและบาปที่ไม่ได้ทำ

                ถ้าเราทำ และเป็นสิ่งที่ถูกต้อง = ดีงาม

                ถ้าเราทำ และเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เกิดผลเสีย = เป็นบาปที่ได้ทำ

                ถ้าเราไม่ทำ และเกิดความสูญเสีย = เป็นบาปที่เราไม่ได้ทำ

วาทะที่น่าสนใจ

                ถ้าเป็นทองไม่รู้ร้อนแล้วดี ก็จะค่อย ๆ ปรับตัว

                ถ้าเป็นทองไม่รู้ร้อน แล้วไม่ดี ก็อาจจะไม่ดี (จิตตก)

                การส่งสัญญาณต่อกัน เป็นสิ่งที่ดี เช่นการที่เราถูกดุ ถ้าไม่ถูกดุก็อาจมาไม่ถึงวันนี้

                การได้พูดกันก่อน ก็จะส่งพลังถึงกัน เป็นการส่งสัญญาณก่อนปัญหาจะลุกลาม

                เป็นองค์กรที่ทุกคนได้พัฒนาศักยภาพ และนำมาใช้ แต่ไม่ใช่ 24 ชั่วโมง

                พัฒนาให้ทุกคนเป็น A Type ให้ทุกคนมีโอกาส อะไรที่สร้างโอกาสได้ก็ดี เช่น 30 บาท การศึกษาโดยเงินมิใช่ภาระ

                องค์กรที่สร้างโอกาสให้กับคน น่าจะเป็นสิ่งที่ดี เช่น ลูกเราให้โอกาส แต่เราไม่สามรถครอบครองลูกได้

                ให้เรียนรู้ด้วยตนเอง จะยืนได้ด้วยตนเองเหมือนเด็กหกล้ม ก็ต้องปล่อย

                การเรียนมาแล้วต้องนำมาทำ มิเช่นนั้นวิชาที่เรียนมาแล้วจะไม่เข้าใจ การรวบรวมงาน Routine เขียนออกมาจะได้เห็นงานที่ทำพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ

                ของซื้อได้ คนซื้อไม่ได้ ของไม่ได้ทำให้เจริญ คนทำให้เจริญ

                ทุกคนก็มีความเครียด ความเครียดจะทำให้เราอยู่ได้