ทำไมต้องเป็นเรา
จริงๆ ทุกคนทำแล้ว ... ประมาณ 5-10 ปีที่ผ่านมา การ promote ในเรื่องของ General health และ Oral health ทำได้ดีมาก เพราะว่า องค์การอนามัยโลก ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เขาจะเน้น ว่า สุขภาพช่องปาก จะส่งผลถึงสุขภาพชีวิตของคน ที่เขาใช้ในการพูด การเคี้ยว การกินอาหาร และส่งผลต่อ General well being คำพูดนี้จะอยู่ในเอกสารของ International มาโดยตลอด

และสิ่งที่เราใช้อยู่คือ การที่จะคงฟันธรรมชาติของเราให้ได้ 20 ซี่ อยากให้เขามีฟันธรรมชาติให้มากที่สุด ก็เป็นสิ่งที่เขาพยายามพูดในเรื่องนี้มาพอสมควร
มาประมาณเมื่อปีที่แล้ว จะมี report ขององค์การอนามัยโลก 5 ปีที่ผ่านมา เขาให้ความสำคัญกับ Health promotion เราก็ยุ่งกับ Nutrition จึงมีโอกาสไปอยู่ใน report ขององค์การอนามัยโลก เพราะฉะนั้นเมื่อเขาสนใจการส่งเสริมสุขภาพ ที่เป็นองค์รวม Oral Health ก็ได้เข้าไป ในนั้นจะมี report ของ Oral Health เข้าไปอยู่ใน unit ของการประชุมขององค์การอนามัยโลก ... ก็จะมี response ของ FDI องค์กรด้าน World Dental Federation ว่า เห็นด้วยกับ WHO report on oral health: action plan for promotion and integrated disease prevention ก็คือ การบูรณาการเข้าไปในการป้องกันโรค
Health promotion ของประเทศไทยของเรา ก็มีการจัดประชุมที่ กรุงเทพฯ มี Bangkok Declaration ก็เป็นการเริ่มต้นที่ค่อนข้างเร็ว ในเรื่อง Oral Health และ General Health ตรงนี้เขาจึงบอกว่า มี High impact ของ Oral diseases on general health and well being ของมนุษย์เรา ซึ่งก็จะเป็นพื้นฐานของที่เราจะทำงานในด้านนี้ต่อไป ก็คือ Oral health as part of general health ก็จะมีการใช้คำนี้เยอะมาก ทั้ง WHO, FDI และ กระทรวงสาธารณสุขของอเมริกา มีคำประกาศที่เขาอ้างอิงมาหลายปีแล้ว เรื่อง Oral health as part of general health
เขาบอกว่า ทำไม หมอฟันเอง ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมเราต้องดูแล
มีเวปไซต์ของกลุ่มทนายความเขาบอกว่า ทุกคนในระดับนานาชาติ เขาสนใจว่า Oral health เป็นส่วนหนึ่งของ General health และ paper นี้เขาบอกว่า ทุกคนเขารู้ว่าการอักเสบในช่องปาก มันมีผลของการเกิดโรคหลายๆ อย่างในร่างกาย โดยเฉพาะ Legal profession ทนายความในอเมริกา เขาหาเรื่องฟ้องหมอ และเขาจะศึกษาเก่ง ... เรื่องนี้จะพูดว่า Oral health และ Systemic health บอกว่า เขารู้ถึงการอักเสบหลายๆ อย่าง ถ้าหมอฟันไม่บอก และคุณเป็นโรคหัวใจ มาบอกข้าพเจ้า จะฟ้องให้ นี่เป็นการโฆษณา ถึงความเชี่ยวชาญในการฟ้องหมอในอเมริกา ... ลูกเกิดมาน้ำหนักน้อย ฟ้องได้ ... หมอฟันไม่เคยบอก Stroke, Malpractices ของ Dental อื่นๆ ฟ้องได้ ประมาณนี้ ... เพราะฉะนั้น เราก็ต้องรู้มากกว่าเขา ...
อันนี้ก็คือ ทำไมต้องเป็นเรา เพราะว่า เรื่องของเรา กับโรคทางระบบ ... โรคในอนาคต เป็นโรคของผู้สูงอายุ จะเจอสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ต้องระวัง
ที่ YMCA ของมาเลเซีย ... เขามีหลักสูตรให้ผู้สูงอายุมาเข้าโรงเรียน มีพิธีเหมือนมอบปริญญา มอบช่อดอกไม้ให้กับผู้สูงอายุ ... ให้เรียนเรื่องสุขภาพ กฎหมาย การเงิน การดูแลคนในบ้าน และมีหลักสูตรเหมือนภาคบังคับ ให้ทุกคนไปทำประโยชน์ให้กับคนอื่น ... เป็นหลักสูตรที่น่ารักมาก และเป็นรูปแบบที่อยากมาทำ เรียน 3 เดือน แสดงให้เห็นว่า โลกผู้สูงเปลี่ยนไปเยอะมาก และเป็น Issue ระดับโลกในหลายๆ ประเทศ
ตอนนี้ที่เชียงใหม่ทำโครงการ Home Health Care เรื่องของการไปดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน มีหลายองค์กรมากที่ทำเรื่องนี้ เขาได้เงินของเกาหลี ในระดับอาเชี่ยน 10 ประเทศ ก็ลงโครงการ HHC เพื่อที่จะหาอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน แต่สิ่งที่เขายังไม่คุยเลย คือ เรื่อง Oral Health Care ... ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเอาตัวเองเข้าไปก่อน ... หลายๆ ครั้ง ถ้าเราอยากให้ Oral เราไปที่ไหน ต้องเอาตัวเราเข้าไป ให้เขาเห็นว่ามีหมอฟันอยู่ในแวดวงของการเป็นกรรมการ มีหลายจังหวัด เช่น ลำปาง สกลนคร และหลายๆ พื้นที่ ก็จะเน้นเรื่อง Social care เพิ่มขึ้น เรื่องของจิตใจ เพราะว่า เขามองเหมือนกับว่า ด้านสุขภาพเหมือนจะลงตัว เพราะว่าพยาบาลเขาทำกันเยอะแล้ว ก็จะเป็นโจทย์ของเราในอนาคต เรื่อง HHC
ดร.Poul Erik Petersen ซึ่งเป็น Oral health unit ขององค์การอนามัยโลก
-
ใน lecture ของเขาเน้นเรื่อง General health อย่างชัดเจนในเรื่องของ Global strategies ในระดับโลกแล้ว
-
เรื่องของการส่งเสริมป้องกัน Oral health จะมีจุดที่เขาเน้น คือ เรื่องของ Systemic health คือ ถ้ามี Oral health มันก็จะเป็นเรื่องของปัจจัยเสี่ยง มีทั้งปัจจัยด้านวัฒนธรรม Socioculture สิ่งแวดล้อม และเรื่องพฤติกรรม การดูแล Oral hygiene, Diet บุหรี่ สุรา
... lecture นี้ เขาไปพูดตอน Prof Scheiham ตอนเกษียณอายุที่อังกฤษ ซึ่งมาจากตำราหลายเล่มในเรื่องของ Oral health promotion ก็คือ มันจะมีความสัมพันธ์ในเรื่องของปัจจัยเสี่ยงตัวนี้ กับโรคหลายๆ โรค มันจะ cross กันไปหมดเลย ถ้าย้อน Perio ก็จะมาตั้งแต่บุหรี่ ความเครียด เรื่องของ Diet ก็จะส่งผลต่อเบาหวาน เรื่องของอาหาร Oral hygiene มันสัมพันธ์กับไปหมด อันนี้ก็จะช่วยอธิบายคนหลายคนได้ ... ก็เอาไป simplified และอธิบายให้คนไข้เข้าในว่า ทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้มันสัมพันธ์กันหมด ถ้าเราควบคุมตัวไหนได้ มันก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางระบบได้ค่อนข้างเยอะ
ดังนั้น approach ในอนาคต ในเรื่องของการทำงานส่งเสริมป้องกัน ก็คือ
-
เราต้องมอง Oral health ในมุมมองที่กว้างขึ้น
-
ต้องช่วยกันลดปัจจัยเสี่ยงนั้น เราจึงมีการประเมินความเสี่ยง
-
ช่วยส่งเสริมให้เกิด Healthy lifestyle ให้เกิดขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของหมอฟัน ... เมื่อก่อนเรามองว่า ทำไมต้องไปยุ่งเรื่องบุหรี่ ทำการลดบุหรี่ในคลินิก ตอนนี้จะเห็นว่า มันสัมพันธ์กันไปหมด
-
คนที่เป็น common risk factor ก็คือ factor ที่มันเหมือนกันหลายๆ โรค และอาจโชคดีหรือโชคร้ายก็ได้ ที่ Oral health ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยเสี่ยงของเรากับปัจจัยเสี่ยงของโรคอื่นๆ มันเป็น common กัน คือ มันเป็นอันเดียวกัน เราก็ต้องมีหน้าที่ไปช่วยกันดูแลในเรื่องของโรคเรื้อรังเหล่านั้นด้วย
เขาก็จะบอกว่า Oral disease link กับ General health ... Risk factor approach ก็จะเป็น common กัน และปรับปรุงด้านของสิ่งแวดล้อม ที่เราจะต้องถือเป็นคัมภีร์ในการทำงานต่อไป
Diet nutrition oral health Action ต่อไปที่เราต้องทำเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก ก็คือ ให้ความสนใจในเรื่องของโภชนาการให้มากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่เขาพูดในระดับโลก คือ จะต้องทำในเรื่องของผู้สูงอายุ องค์การอนามัยโลก ก็เน้นเรื่องของผู้สูงอายุชัดเจน ... เพราะว่า Oral Health, General Health และ Quality of life link กันอยู่แล้ว
กลยุทธ์ในการทำงานต่อไป ก็คือ Integrated chronic disease prevention เราต้องทำงานบูรณาการทางด้านส่งเสริมสุขภาพ

รวมเรื่อง 20 จว. 120 หน่วยงานนำร่อง