ประทับใจเมื่อได้ฟังแนวคิดวิเคราะห์นานาทัศนะจากท่านอธิการบดีและรองฯ ในโอกาสเยี่ยมชมคณะของผม...คลิกดูภาพที่ http://www.pt.mahidol.ac.th/webeng/

"Leadership, Innovation, Morals & Ethics, Professionalism คือสี่หัวข้อหลักที่อาจารย์ ม.มหิดล ควรพัฒนาให้เกิดในตนเองและปลูกฝังสู่นักศึกษาม.มหิดลจำนวนกว่า 25,000 คน"

ผมประทับใจในหลักการและแนวคิดจากท่านอธิการบดี ม. มหิดล ที่นับว่ากลั่นกรองมาจากประสบการณ์นักบริหารที่มีความสามารถและมีคุณธรรมครับ

ท่านอธิการบดียังเน้นให้ประชาสัมพันธ์ความเป็นมหิดลคือ ความเป็นพระราชบิดาแห่งวงการแพทย์และสาธารณสุขของไทย ที่เน้นให้เกิด "ปัญญาแห่งแผ่นดิน - Wisdom of the Land" ช่วยเหลือประชาชนไทยและสังคมไทยด้วยสติปัญญาของอาจารย์ม.มหิดล อย่าได้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและเหมาะสม เช่น ม.มหิดล จะติดใน 100 มหาวิทยาลัยดีเด่นของโลกในอีก 4 ปีข้างหน้า

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจจากทีมผู้บริหารที่มีต่อคณะกายภาพบำบัดฯ ได้แก่

  • คณะฯ อยากวางแผนทำโครงการมากมาย แต่ต้องพิจารณา "ความเหมาะสม" ในภาระงานของอาจารย์ที่มีอยู่ (ตามความสามารถหรือความเชี่ยวชาญของอาจารย์ มิใช่ตามภาระงานบังคับขั้นพื้นฐานที่คณะฯ กำหนดให้อาจารย์ต้องทำโดยไม่พิจารณา Performance agreement) บางครั้งจำเป็นต้องพิจารณาและปรับเปลี่ยน (staff mobilization) ให้มีภาระงานที่เห็นผลงานทั้งคุณภาพและปริมาณในสายงานที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เช่น ในระยะแรกหากต้องการจ้างอาจารย์มาพัฒนาหลักสูตรและทำวิจัย ก็ควรประเมินภาระงานที่จ้างไว้ตามจริง หรือหากอาจารย์ต้องการทำวิจัยอย่างเดียวก็อาจปรับเปลี่ยนเป็นนักวิจัย เป็นต้น
  • คณะฯนำเสนอวิสัยทัศน์พร้อมแผนงานมากมาย แต่ขาดความชัดเจนถึงหนทางหรือกระบวนการที่จะสร้างแผนงานหลักตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของคณะฯ ที่ชัดเจนและมีความสอดคล้องกับทางม.มหิดล
  • การประสานงานกับผู้รู้นอกคณะฯ เป็นวิธีการที่สำคัญมากในการพัฒนาความสำเร็จของแผนงานหลักได้ เช่น การนำเสนอฝ่ายเครือข่ายฯ ม.มหิดล ให้ทราบว่ามี ม.ต่างประเทศที่คณะฯต้องการแลกเปลี่ยนอาจารย์ในระยะแรกหากอาจารย์พร้อม จากนั้นเป็นนักศึกษา หรือการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน หรือจนถึงการทำวิจัยหรือนวัตกรรมร่วมกัน
  • คณะฯไม่ควรทำตัวเป็นพระเอกหรือนางเอกอยู่คนเดียว ต้องหาแนวร่วมและสร้างกระบวนการทำงานต่างๆ ด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องมองแค่งานวิจัย แต่มองงานใดๆที่สามารถสร้างการพัฒนาการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ พร้อมๆ กันเชิงบูรณาการองค์ความรู้สู่สังคม แม้ว่าจะเป็นตัวประกอบของโครงการแต่ก็มีส่วนสำคัญที่ได้รางวัลแห่งความสำเร็จได้เช่นกัน

ประเด็นเหล่านี้เป็นตัวอย่างและมิติความคิดที่สร้างคุณค่าแห่งการเข้าร่วมกิจกรรมแบบ intellectual and social leisure ให้กับผมในฐานะผู้บริหารมือใหม่ครับ