ทัศนคติด้านคุณค่าชีวิต
1. ยอมรับในคุณค่าชีวิตของตน ----
การมีชีวิตเกิดมาไม่ใช่ง่าย โลภ โกรธ หลง ต้นเหตุของความชั่วร้ายที่เราไขว่คว้าและมักคิดว่าเป็นความสุข.
เราก็รู้แล้วว่ากว่าเราจะเกิดมาถึงวันนี้ไม่รู้ต้องผ่านอะไร และเสียอะไรไป
ทุกคนอยากมีชีวิตที่สุขสบายโดยที่ไขว่คว้าหาสิ่งของที่ไม่ใช่ของเรา
เห็นคนอื่นมีก็อยากได้บ้างโดยไม่คิดว่าจะได้มาทางไหน
ขอเพียงแค่ได้มาตามที่ตนต้องการก็พอโดยไม่คิดถึงว่าจะทำให้ใครเดือดร้อน.
เราทุกคนเกิดมาก็มีมือ มีแขนขาเท่ากัน มันก็น่าที่จะทำอะไรได้เหมือนกัน
แต่ทำไมต้องไปเอาเปรียบผู้อื่นเขาด้วย.
2. คนสูงส่งหาใช่ดูที่รากกำเนิด -----
แต่สูงส่งได้เพราะการกระทำของตน ไม่ใช่ว่าเราจะมีฐานะอย่างไร
พ่อแม่มีสมบัติให้มากแค่ไหนหรืออยู่ในชาติตระกูลที่ดี
ก็ยังไม่ใช่การชี้บอกว่าเราเป็นคนดีหรือเปล่า แต่อยู่ที่ว่าในชีวิตเราได้ปฏิบัติตัวอย่างไร.
3. เรียนรู้จากความผิดพลาด เปลี่ยนแปลงตนเป็นคนใหม่ ----
พยายามคิดหาวิธีแก้ไขเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไม่ดีในตนเอง และไม่หยุดที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงตนเองเป็นคนใหม่ให้ได้ .
ถ้าเราไม่เคยหิวมากๆ เราก็จะไม่รู้ถึงว่าอาหารมีคุณค่าขนาดไหน ถ้าไม่เคยเสียใจมากๆ
ก็จะไม่รู้ว่าความสุขที่เรามีอยู่ควรจะถนอมรักษาไว้
ถ้าเคยกระทำผิดขอเพียงแก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วจะไม่ผิดอีก แม้พระท่านก็ยังให้อภัย.
4. ความสุขที่สุดมาจากการทำความดี ----เพราะเรารู้ว่าความสุขที่แท้จริงก็คือ การให้
เมื่อเราให้ใครด้วยความรู้สึกที่ดีแล้วเราจะมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
หรือใครต้องการความช่วยเหลือจากเราแล้วเราได้ช่วยเหลือเขาให้เขาพ้นจากความทุกข์นั้น เราก็จะมีความสุขจริงๆ เพราะการทำความดีเป็นพื้นฐานของมนุษย์นั้นเอง.
เราถามตัวเองว่าวันนี้เราได้ทำความดีให้กับคนอื่นแล้วหรือยัง ?
กลอนชีวิต เคยถามใจบ้างหรือไม่ให้พักผ่อน เจ้าเหนื่อยนักทุกข์ทนกันต่อสู้ ทั้งปัญหาหนักเบาโถมพรั่งพรู เจ้ามิรู้ร้องอุทธรณ์เพียงอ่อนใจ ทนตรากตรำลำบากยากในจิต เพราะความคิดติดตัณหามิผลักใส คือความอยากเกิดมีอยู่ร่ำไป สนองให้ใจเสนอเป็นเกลอกัน ทนทรมานผลาญเวลาของชีวิต เพื่อพิชิตความหวังได้ดั่งฝัน เมื่อผิดหวังซบเซาเศร้ารำพัน โอ้ใจนั้นจะเหนื่อยล้าสักเพียงใด หากหยุดยั้งพักคิดสักนิดหนึ่ง จะซาบซึ้งเหตุผลมิสงสัย ทุกชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร ถึงดิ้นรนมากไปก็ป่วยการ แค่เพียงมีชีวิตไม่ลำบาก ไม่อดอยากยากเข็ญน่าสงสาร ไม่เจ็บไข้ร่างกายพิกลพิการ ไม่ทรมานด้วยโรคร้ายหายห่างไกล เพียงแค่นี้ชีวิตก็ล้ำเลิศ จงถามเถิดสร้างความดีที่ตรงไหน อย่าถามว่าตัวเราจะได้อะไร สังคมไซร้ยึดอยู่ด้วยช่วยเกื้อกัน แม้กอบโกยสะสมทั้งชีวิต ใช่จะติดมือไปนรก-สวรรค์ ท้ายที่สุดถึงคราวตายวายชีวัน สองมือพลันว่างเปล่าเหมือนคราวมา อิสระทางใจนั้นใหญ่ยิ่ง เป็นความจริงตัดพันธะละเงื่อนไข ไม่ลุ่มหลงติดยึดในสิ่งใด จะสดใสเกิดสว่างทางปัญญ จัดทำโดย...สำนักงานคลังจังหวัดปัตตานี