หลังจากดูหนังทีวีเรื่อง...ไอ้ฟัก
อดสู และหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ที่เห็นคนดี ถูกสังคมเลวร้ายกลืนลงไป
ดูหนังแล้วย้อนกลับมาดูตัวเองอีกครั้ง ดูไปก็สอนลูกไปด้วย ว่า....เห็นไหม สังคม อาจจะทำให้เราเป็นคนดีได้ และอาจจะทำให้เรากลับกลายเป็นคนเลวได้ในพริบตา
ดังนั้น จงยึดมั่น ตั้งอยู่ในศีลสัตย์ สัจจะ ธรรมะ กับการเป็นตัวของตัวเองที่อยู่บรรทัดฐานของความจริงและเหมาะสม สังคมมีวัฒนธรรมที่ปฏิบัติร่วมกันมา....ก็จริงอยู่
เราจะไปเปลี่ยนสังคมให้กลับกลายมาเป็นเรื่องต่างๆที่เราชอบหรือเห็นดีด้วย...นั้นไม่ได้หรอก
เราอย่าให้สังคมมากลืนเราลงไปก็แล้วกัน
แล้วเราจะหลีกเลี่ยงการถูกกลืนลงไปได้อย่างไร
เราจะได้ปฏิบัติตนได้ถูกต้อง ไม่เพลี่ยงพลั้ง ร่วงหล่นลงไปในห้วงเหวของสิ่งที่สังคมบอกว่าดี.....ทั้งๆที่มันไม่ดี
แนวทางเลือกทางหนึ่งก็คือ.....การปฏิบัติตนอยู่ในศีล
การเป็นตัวของตัวเองที่เหมาะสม เหมาะสมทั้ง....ใจ วาจา และความประพฤติ
เหมือนกับ ครูอ้อยที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ สังคมชาวแฟลต จำเป็นด้วยหรือที่เราต้องทำใจ วาจา การกระทำ ให้เหมือนเขา
ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาปฏิบัติกันมาเป็นเวลานาน.....จนเป็นวัฒนธรรมของเขาก็ตาม...แต่เราไม่รับมาเป็นของเรา
คิดเสียว่า...ตายแล้วเกิดใหม่ เขาก็ทำอย่างที่เราต้องการไม่ได้
ถือเสียว่า.....ครูอ้อย โชคไม่ดี ที่ได้มาอยู่ในแวดวงนี้
หรือจะคิดว่า.....โชคดี ที่เขามาเป็นโจทย์ข้อหนึ่งให้ครูอ้อยได้พิชิต เอาชนะได้ด้วยความอดทน อดกลั้น
นี่บ้านของเรา ส่วนของเรา สังคมเล็กๆของเรา แต่ถูกเขารุกล้ำ.....เสรีภาพของเราถูกย่ำยี
แต่ยังดี....ที่ยังเหลือความอิสระทางความคิดที่ยังเป็นของเรา.....
โชคดี ที่ครูอ้อยยังมีเสรีทางความคิดบ้าง ที่มีความเป็นตัวของตัวเองบนความเหมาะสม
อยากให้ไอ้ฟักล่วงรู้ความคิดของครูอ้อยในเรื่องนี้
แต่นั่นมันเป็นเพียงหนัง..เท่านั้น อย่าเอามาเป็นอารมณ์
เอามาเป็นเพียงอุทาหรณ์สอนใจ เรื่อง การเป็นตัวของตัวเองบนความเหมาะสม....ก็พอแล้ว
สวัสดีครับ ครูอ้อย
การเป็นตัวของตัวเองบนความเหมาะสม
ดีมากครับ
ต้องขอยืมนำไปใช้บ้าง
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่าน ผอ....small man
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะน้อง...* ~Wardah~*