รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรท์)

ความสุขของกะทิ

ความสุขของกะทิ  เป็นนวนิยายขนาดสั้น  เขียนโดย งามพรรณ  เวชชาชีวะ  ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรท์)  ของประเทศไทย  ประจำปีพุทธศักราช  ๒๕๔๙

คำประกาศของคณะกรรมการ  กล่าวไว้ว่า  ความสุขของกะทิ  เป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์องค์ประกอบอย่างหมดจดงดงาม  สื่อแนวคิดซึ่งเป็นที่เข้าใจได้สำหรับคนอ่านหลากหลายไม่ว่าอยู่ในวัฒนธรรมใด  เสน่ห์ของนวนิยายเรื่องนี้อยู่ที่กลวิธีการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ เผยปมปัญหาทีละน้อย ๆ ผ่านมุมมองของตัวละครเอก ด้วยภาษารื่นรมย์  แฝงอารมณ์ขัน  สอดแทรกความเข้าใจชีวิตที่ตัวละครได้เรียนรู้ไปตามประสบการณ์  ความสะเทือนอารมณ์จะค่อย ๆ พัฒนาและดิ่งลึกในห้วงนึกคิดของผู้อ่าน  นำพาให้ผู้อ่านอิ่มเอมกับรสแห่งความโศกอันเกษมที่ได้สัมผัสประสบการณ์ของชีวิตเล็ก ๆ ในโลกเล็ก ๆ ของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง

กะทิที่บ้านริมคลองแม้นว่า  แม่ไม่เคยสัญญาว่าจะกลับมา  นำไปสู่การคลี่คลายอย่างมีกลวิธี  เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่กับคุณตาอดีตนักกฎหมายมือหนึ่ง  และคุณยายผู้มีอดีตเป็นเลขาของประธานโรงแรมระดับห้าดาว  หลังจากเกษียณงานแล้วจึงตัดสินใจมาใช้ชีวิตที่บ้านริมคลองในสังคมชนบท 

วิถีที่เรียบง่ายของชีวิตที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดงดงามเหมือนภาพวาด  คุณยายจะตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมสำรับอาหาร  ตักบาตรและใส่ปิ่นโตให้กะทิไปทานที่โรงเรียน  หน้าน้ำคุณตามักพากะทิไปพายเรือเที่ยวเล่นในทุ่ง  ผ่านคลองร่มครึ้ม  ทุ่งกว้างสุดสายตา  ทุ่งนาสีเขียวสดบัวผันที่ตาหยุดเรือถอนสายบัวไปจิ้มน้ำพริก  บ่งบอกความสุขแห่งวันวัยได้มากมาย  ก่อนที่จะไปถึงบ้านที่ริมทะเล  ซึ่งที่นั่น  ที่ซึ่งกะทิได้พบแม่  แต่พลันไม่นานแม่ก็จากกะทิไป  ด้วยโรคร้าย  กะทิได้พบแม่  ได้มองย้อนวันเวลา  พบกันด้วยบางสิ่งช่วยเตือนความทรงจำ  กะทิมีชื่อจริงว่า  ณกมล  พจนวิทย์  เด็กหญิงผู้เกิดมาในวันแห่งความรัก  ๑๔  กุมภาพันธ์  คุณตาเป็นคนตั้งชื่อที่แปลว่า  แห่งหัวใจ  คุณตาชอบ ณ เณร  เพราะชื่อของแม่ก็มี ณ เณร เหมือนกัน  คุณแม่ชื่อ ณภัทร  ที่หมายถึงแห่งความดีงาม

บ้านริมทะเล  ทุกวันดวงอาทิตย์จะยังขึ้นให้เห็นบนฟ้าเหมือนเดิม  ก่อนรุ่งสางเดือนเสี้ยวอยู่กลางฟ้า  ทุกสิ่งเหมือนนิ่งสนิท  รอรับแสงแรกของตะวันที่จะปลุกทุกสรรพสิ่งบนโลกให้ตื่นขึ้น  แต่ไม่มีแม่ของกะทิรวมอยู่ด้วย (หน้า๗๔)  และที่บ้านกลางเมืองที่ซึ่งกะทิได้รู้จักทุกวินาทีของแม่  ในห้องหนึ่งซึ่ง  ลิ้นชักทุกตัว อัลบั้ม  สมุดพกรายงานผลการเรียน  ใบประกาศเกียรติคุณ  โล่รางวัล  งานฝีมือส่งครู  ผ้าพันคอไหมพรม  และกระเป๋าเดินทางที่ลุงตองเลือกให้แม่  กระเป๋าที่แม่ได้เดินทางไปทุกหนทุกแห่ง  และสุดท้ายมันก็พาแม่กลับมาและที่สำคัญมันได้มาเมืองไทยพร้อมกับกะทิ 

ความสุขรอบข้างคือความสุขของเราด้วย  ขอพียงให้หัวใจเป็นสุข  แม่เตรียมทุกอย่างไว้ให้กะทิ  ด้วยรู้ว่า  กะทิคืออนาคตของแม่ ในวันที่ชีวิตแม่นับถอยหลัง  มีจดหมายอยู่หนึ่งฉบับ  จดหมายที่แม่จ่าหน้าซองถึงพ่อของกะทิ  ซึ่งอยู่ไกลแสนไกล  เพียงหย่อนจดหมายลงตู้  กะทิก็จะได้พบพ่อ  กะทิตัดสินใจที่จะไม่ส่งจดหมายฉบับนั้น 

กะทิกลับมาบ้านริมคลองหลังเดิม  บางทีชีวิตก็ไม่มีคำอธิบายจริง ๆ ก่อนนอนกะทิกราบพระ หวังตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน ทุกอย่างเหมือนเดิม  ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  แล้วเสียงตะหลิวของยายก็จะปลุกให้กะทิตื่นขึ้นพบโลกใบนี้อีกครั้ง (หน้า ๑๑๘)

ความสุขของกะทิพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ  พฤศจิกายน  ๒๕๔๖  เดือนมกราคม  ๒๕๕๐  ได้รับการพิมพ์เป็นครั้งที่  ๓๗  นอกจากการตอบรับจากนักอ่าน  รางวัลที่ได้รับ    สำนักพิมพ์ต่างประเทศ    แห่งได้ซื้อลิขสิทธิ์ไปถ่ายทอดเป็นภาษาของตนเอง  ภาษาฝรั่งเศสโดยสำนักพิมพ์กาลิมารเยาวชน  ภาษาญี่ปุ่น  โดยสำนักพิมพ์โกดานว่า  ภาษาอังกฤษ  โดยสำนักพิมพ์อัลแลนแอนด์อันวิน  (ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์)  และสำนักพิมพ์อเธเนียมบุ๊คส์ไซม่อนแอนด์ชูสเซอร์  (สหรัฐอเมริกา)  ภาษาเยอรมัน  โดยสำนักพิมพ์เซซิลี  เดรสเลอร์  และภาษาคาตาโลเนีย  โดยสำนักพิมพ์กรุยย่า

ฉบับภาษาอังกฤษซึ่งแปลโดยพรูเดนซ์  บอร์ธวิก  ได้รับรางวัลที่สองจากการประกวดงานแปล  John  Dryden  Translation  Competition  จัดโดยสมาคมวรรณคดีเปรียบเทียบแห่งอังกฤษ  (British  Comparative  Literature  Association)  เป็นผลงานจากเอเชียชิ้นแรกที่ได้รับรางวัลจากการจัดประกวดที่เริ่มขึ้นตั้งแต่  พ.ศ.๒๕๓๘

สมาคมห้องสมุดเด็กในสหรัฐอเมริกา  (The  Junior  Library  Guild)  คัดเลือก  The  Happiness  of  Kati  เป็นหนังสือแนะนำให้บรรณารักษ์ทั่วประเทศ

ทุกครั้งที่มีการตัดสินรางวัลซีไรท์  มักจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ไม่เว้นแม้แต่ความสุขของกะทิ  มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมาะจะเป็นวรรณกรรมเยาวชนมากกว่า  ก็ไม่น่าปฏิเสธว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นวรรณกรรมเยาวชนหรือของวัยใด  แต่การที่วรรณกรรมแนวเยาวชนได้รับรางวัลซีไรท์น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่หรือ  เพราะซีไรท์เป็นพื้นที่ของรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์โดยเนื้องานอยู่แล้ว

ธีระ    เงินแก้ว 

๑๘  เมษายน  ๒๕๕๑