ปิดตำนานเที่ยวชมภูหินร่องกล้าเที่ยงวันที่ 7 เมษายน โดยเจ้าบ้านนำเราลงจากภูมากินเที่ยงรับบรรยากาศริมลำน้ำ ริมน้ำมีแพขายอาหารที่มีราคาค่อนข้างแพง เมนูที่สั่งเป็นแบบเมนูอีสาน มีแต่ปลาทับทิมทอดที่เกินมา แต่เราต้องจ่ายไปเฉียดครึ่งหมื่นสำหรับคนราว 20 คน
การนั่งกินเที่ยงที่นี่ ได้บรรยากาศของชาวเมืองที่ออกมาพักผ่อน ในลำน้ำมีจักรยานน้ำหลากรูปแบบไว้ยั่วใจเด็กและคู่หนุ่มสาวเหมือนที่เห็นที่เขาดิน บนแพเอนเล่นนอนได้เพราะนั่งบนพื้นกระดาน ทีมเทศบาลวันนี้ดูผ่อนคลายและคุยเข้ากลุ่มมากขึ้น ทีมกระบี่เข้ากลุ่มได้ดีกับเจ้าบ้านแล้ว ชมธรรมชาติกันสักครู่ เด็กๆที่มาด้วยอยากเล่นน้ำ จึงตกลงกันให้ส่วนหนึ่งอยู่กับเด็กๆ ส่วนที่เหลือแยกย้ายกลับที่พัก นัดหมายเจอกันอีกครั้งตอนค่ำ
บรรยากาศริมแพ ระหว่างทางขาลงจากภูหินร่องกล้า
ค่ำคืนวันนี้ หลวงตาวี แนะนำร้านอาหารใหม่ซึ่งใหญ่โตโอ่โถง เรานั่งกินอาหารรับลมกันกลางแจ้ง บริเวณร้านสวยงามดี ยังรู้สึกถึงอากาศร้อนของช่วงกลางวันอยู่ หลายคนยังเพลียจากอากาศร้อนกลางวัน การพูดคุยกันจึงดูเนือยๆ 3 ทุ่มได้ข่าวว่าทีมสาธารณสุขอำเภอเมืองกระบี่เข้าที่พักกันแล้วจึงมอบหมายให้น้องๆโทรฯนัดแนะเวลาที่จะพบกันวันรุ่งขึ้น
คืนนี้นิพัธไม่ได้มาร่วมวงด้วย ขอตัวอยู่กับครอบครัว กลุ่มเทศบาลรู้สึกไม่สบายเพราะเจออากาศร้อนกว่าทางใต้ ขอตัวกลับก่อนพี่หมอคนชอบวิ่งมาร่วมวงด้วย จึงคลาดกันอีกคืน ฉันดีใจมากที่พี่หมอแวะมา มันบอกว่าศรศิลป์เราตรงกันเลยอยากมาคุยกัน คุยกันจน 4 ทุ่มครึ่ง เหลือบเห็นโต้งและน้องๆง่วงนอนแล้ว จึงได้เลิกราแยกย้ายกลับที่พักกัน
ภาพสวยๆจากภู ที่เก็บเกี่ยวมาฝาก นำมาให้ดูอีกครา

หินสวยรวยเฟิร์น เพลินดอกไม้
สมุนไพรนานา ดอกไม้พาสดใส
ละไม่ลุ้นอดีต ขีดเป็นแหล่งเรียนรู้
ผู้เหย้าพรูช่วยกัน วันวานผ่านให้คุณค่า
เร้าใจรุ่นใหม่ว่า ผืนดินไทยใช่ด้อย
เกี่ยวก้อยร้อยชื่นชม สมใจผู้มาเยือน



