คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ที่มี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธาน ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ตามกรอบแนวทางการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการให้ ข้าราชการครูมีและเลื่อนวิทยฐานะ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551 ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ความสนใจ แม้บางท่านอาจจะพอทราบแล้ว แต่คงมีอีกหลายท่านที่ยังไม่ทราบ เพื่อให้ท่านที่ยังไม่ส่ง วฐ.1 (รุ่นสุดท้ายนี้) ได้ทราบจะได้เปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินที่ผ่านมา (แม้ตอนนี้วิธีการประเมินและเครื่องมือประเมินในรายละเอียดตามแนวทางใหม่ยังไม่ออกมาก็ตาม)โดยมีสาระสำคัญที่ควรทำความเข้าใจดังนี้
1. ด้านคุณสมบัติผู้ขอรับการประเมิน
1.1 ไม่กำหนดคุณสมบัติด้านเงินเดือนขั้นต่ำของผู้ขอรับการประเมิน
1.2 กำหนดภาระงานของผู้ขอรับการประเมินสายงานการสอน กำหนด 18 ชั่วโมง/สัปดาห์ สำหรับสายงานบริหารและสายงานนิเทศการศึกษาต้องปฏิบัติงานเต็มเวลา ทั้งนี้ การนับจำนวนชั่วโมงสอน 18 ชั่วโมง/คาบต่อสัปดาห์ เฉพาะในปีการศึกษา 2551 ให้สามารถนับชั่วโมงปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง/คาบต่อสัปดาห์ และ ชั่วโมงปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนตามที่ผู้บริหารสถานศึกษามอบหมายอีก 6 ชั่วโมง/คาบต่อสัปดาห์ รวมเป็น 18 ชั่วโมง/คาบต่อสัปดาห์ ได้
1.3 ประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งสายงานการสอนซึ่งผันแปรตามคุณวุฒิ กำหนดคงเดิม และให้สามารถนำประสบการณ์ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการสอนทั้งในสายงานการศึกษาของรัฐและเอกชนมานับรวมได้ หากประสบการณ์การดำรงตำแหน่งครูไม่ครบตามหลักเกณฑ์ มีการปรับประสบการณ์ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้ที่ขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการเป็น 2 ปีเท่ากันทุกสายงาน ยกเว้นสายงานการสอนคงเดิมคือ
· ปริญญาตรี 6 ปี ปริญญาโท 4 ปี และปริญญาเอก 2 ปีให้สอดรับกับผลงานย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน ณ วันที่ยื่นคำขอ(เดิมกำหนด 1 ปี)
· วิทยฐานะชำนาญการเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ กำหนด 2 ปี
· วิทยฐานะชำนาญการพิเศษเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ กำหนด 3 ปี เพื่อให้สอดรับกับตำแหน่งวิชาการ ในตำแหน่งรองศาตราจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาและ
· วิทยฐานะเชี่ยวชาญเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ กำหนด 2 ปี
2.กำหนดการประเมิน 3 ด้าน
2.1 การประเมินด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ห้ามผู้ที่
ขอรับการประเมินที่มีผลการพิจารณาโทษทางวินัยหรือจรรยาบรรณวิชาชีพถึงที่สุดแล้วถูกลงโทษหนักกว่าโทษภาคทัณฑ์ ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ เว้นแต่ได้พ้นจากระยะเวลาที่โทษกำหนดไว้จะประเมินพิจารณาจากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนประวัติ(ก.พ.7) ข้อมูลจากฐานข้อมูลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) หรือส่วนราชการ สำนักงานก.ค.ศ. และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา(เมื่อผ่านการประเมินด้านที่ 1 แล้วจึงประเมินด้านที่ 2 และด้านที่ 3)
2.2 การประเมินด้านคุณภาพการปฏิบัติงานแต่ละสายงานจะพิจารณาจากประจักษ์พยานและรายงานการประเมินตนเอง (SAR : Self Assessment Report) ด้านการเรียนการสอน หรือด้านการบริหารสถานศึกษา หรือด้านการบริหารเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้านการนิเทศการศึกษา โดยผู้ขอรับประเมินทุกวิทยฐานะต้องจัดส่งเอกสารดังกล่าว
2.3 การประเมินด้านผลที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่จะเน้นผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนในเชิงพัฒนาการเป็นสำคัญ รวมทั้งผลที่เกิดขึ้นต่อคุณภาพการศึกษา ผลต่อการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพ ผลต่อชุมชนและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาผลการประเมินคุณภาพภายนอก ของสถานศึกษา ผลการทดสอบระดับชาติ O-net, A-net, NT ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนรายบุคคล กรณีหน่วยงานการศึกษาที่ไม่มีการทดสอบ O-net, A-net, NT ให้ใช้ผลการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพหรือมาตรฐานการศึกษาตามที่ส่วนราชการ หรือหน่วยงานการศึกษานั้นกำหนด อาทิ ผลการทดสอบของสถาบันการพลศึกษา กรมศิลปากร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
นอกจากนี้ พิจารณาจากเอกสารรายงานการวิจัยปฏิบัติการสำหรับสายผู้สอน หรือรายงานที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ปกติที่ได้นำไปใช้แล้ว โดยกำหนดให้จัดส่งตั้งแต่วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญต้องเสนอรายงานการวิจัยและนวัตกรรม และรายงานการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้แล้วจนเกิดผลดี เป็นแบบอย่างได้สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องเป็นรายงานวิจัยและนวัตกรรม รายงานการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้แล้วจนเกิดผลดียิ่ง เป็นความรู้ใหม่ และเป็นแบบอย่างได้
ในกรณีที่มีการโอนหรือย้ายผลที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิม สามารถนำมาใช้ในการประเมินใหม่ได้ ยกเว้นกรณีการเปลี่ยนสายงาน
3.วิธีการประเมิน
กำหนดเป็น 2 วิธีคือ
· การประเมินด้วยวิธีปกติ มีกรรมการประเมิน 3 คน เป็นกรรมการจากบุคคล
ภายใน 1 คน กรรมการจากบุคคลภายนอก 2 คนและ
· การประเมินด้วยวิธีพิเศษมีการประเมิน 5 คน เป็นกรรมการจากบุคคลภายนอก
ทั้งหมด
ในการประเมินด้วยวิธีพิเศษ จะทำให้ผู้มีความรู้ ความสามารถได้มีความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด (Fast Track)กำหนดให้เริ่มขอรับการประเมินได้เมื่อมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าวิทยฐานะชำนาญการแล้ว
สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ. กำหนด แต่มีผลงานดีเด่นเป็นพิเศษและเป็นที่ยอมรับเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ สำหรับผู้มีความรู้ ความสามารถและมีผลงานดี รวมทั้งดึงดูดคนที่มีความสามารถเข้าสู่วิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้สามารถจะขอประเมินข้ามวิทยฐานะและหรือไม่ข้ามวิทยฐานะก็ได้ ประเมินโดย ก.ค.ศ. เป็นผู้พิจารณาและตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการประเมินจำนวน 5 คน
4.เกณฑ์ผ่านการประเมินแต่ละวิทยฐานะต้องเป็นเอกฉันท์ในแต่ละด้าน ดังนี้
ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ
· วิทยฐานะชำนาญการ และวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ อยู่ในเกณฑ์ผ่าน
· วิทยฐานะเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษ อยู่ในเกณฑ์ผ่านและเป็นแบบอย่างที่ดี
ด้านคุณภาพการปฏิบัติงาน
· วิทยฐานะชำนาญการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65
· วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
· วิทยฐานะเชี่ยวชาญ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75
· วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
ด้านผลที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
· วิทยฐานะชำนาญการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65
· วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
· วิทยฐานะเชี่ยวชาญ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75
· วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
5.เงื่อนไขการพัฒนาก่อนการแต่งตั้ง
กำหนดเฉพาะวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โดยให้ไปเข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรที่
ก.ค.ศ.กำหนด เพื่อพัฒนางานในหน้าที่ ไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง หรือจำนวนหน่วยการพัฒนาที่กำหนดตามหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง
***********************************************
อรุณสวัสดิ์ครับท่านศน.
สวัสดีค่ะ ศน.
สวัสดีค่ะท่านศน.คนเก่ง
อย่างงี้ครูบรรณารักษ์ก็สอน 12 ชั่วโมง(นับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน2ชั่วโมงด้วย)ได้ใช่ไหมคะ ค่อยหายใจออกนิดหนึ่ง ขอบคุณค่ะ
ครูโอ๋
*ตอบครูอ้อยประเด็นการส่งผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการเก่าสิ้นสุดแล้วในวันที่ 30 เมษายน 2551 ต้องรอหลักเกณฑ์ใหม่ที่นำเสนอมานี้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ครับ
*ตอบครูอภินันท์ เรื่องชั่วโมงสอน 18 ชั่วโมง ถูกต่อต้านจากครูเก่งๆที่ต้องไปช่วยเป็นหัวหน้างาน แล้วชั่วโมงสอนไม่ถึง 18 ชั่วโมง ถึงกับจะลาออกจากหัวหน้างานกันหมด ตอนนี้ก็พอมีทางออกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นำเสนอแล้วครับ
ขอบพระคุณที่นำสิ่งดีๆ มาบอกครับ
ขอบพระคุณมากคะ... แอ๋มเองคงต้องรอเกณฑ์ใหม่ (ตุลาคม) แต่ไม่ทราบว่า ถ้าลาศึกษาต่อจะขอส่งชำนาญการได้ไหมค่ะ...
ขอบคุณมากๆครับ แต่วันนี้ได้ทราบว่าการประเมินชำนาญการพิเศษของครูให้ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 8 ในเขตพื้นที่ แต่สำหรับ ศน.ต้องใช้จากภายนอกเท่านั้น เท็จจริงประการใดครับ...
*ตอบคุณแอ๋ม ลาศึกษาต่อคงส่งประเมินไม่ได้ เพราะไม่มีชั่วโมงสอน แต่ถ้าดูมาตรา 81 พรบ.ระเบียบข้าราชการครูฯ2547 ก็เปิดช่องให้พอสมควร คือระบุว่า ถ้าลาไปศึกษาต่อ/ฝึกอบรม/ทำวิจัยตามความต้องการของหน่วยงานให้ถือเป็นการปฏิบัติราชการ และมีสิทธิ์ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนด้วย แต่ต้องเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด ตามนัยนี้ไม่รู้ว่าจะรวมถึงการขอเลื่อนวิทยฐานะด้วยหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ออกกฏ ก.ค.ศ.ตามมาตรานี้
*ตอบคุณสัมพันธ์ ตอนนี้ ก.ค.ศ.เปิดโอกาสให้ แต่ละ สพท.พิจารณาเสนอชื่อผู้ประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ(กลุ่มครูและ ศน.) แต่ต้องเลือกจากบัญชีรายชื่อที่ ก.ค.ศ.กำหนดให้เท่านั้น ซึ่งจะกำหนดเป็นกลุ่มๆตามรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวมกลุ่ม ศน.ด้วย แบ่งเป็น 2 บัญชีคือ บัญชีผู้ประเมินภายนอกสังกัด(ส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็น รศ.และ ผศ.รวมทั้งข้าราชการบำนาญส่วนหนึ่ง)และบัญชีผู้ประเมินจากภายในสังกัด(มักจะเป็นผู้มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญและชำนาญการพิเศษ)บัญชีเหล่านี้จะเป็นบัญชีรวมของหลายๆจังหวัดใช้ร่วมกัน แต่ละสพท.ในกลุ่มจังหวัดที่บัญชีกำหนด มีสิทธิ์เลือกคนในบัญชี(ไม่แยกจังหวัด)ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด ซึ่งจะเป็นผู้ประเมินภายนอก สัดส่วน 2ใน 3 (นอก2ใน1)ตามจำนวนผู้เสนอขอแต่ละรายวิชา ถ้าขอ 1-10คน ก็ตั้งไว้ 5 คน ถ้าขอ 10-100 คน ก็ตั้งไว้ 9 คน เป็นต้น แล้ว สพท.ก็เสนอรายชื่อให้ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง ครับ
สวัสดีครับท่านศน.ที่เคารพ
ก็ต้องมีหลักฐานอื่นที่แสดงมูลค่าเพิ่มจากการสอนของเราที่เชื่อถือได้ ซึ่งรายละเอียดวิธีการประเมินเขาต้องคำนึงถึงกลุ่มวิชาที่นอกเหนือจากรายวิชาที่สอบ NT หรือ O-net ด้วย ถ้ามีรายละเอียดเรื่องนี้จะนำมาเล่าให้ฟัง
เงื่อนไขการพัฒนาก่อนการแต่งตั้ง กำหนดเฉพาะวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ อยากทราบว่า วิทยฐานะเชี่ยวชาญต้องมีการพ้ฒนาก่อนการแต่งตั้งหรือไม่
ตอบครูน้อย
กำหนดเฉพาะวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญครับ... ส่วนเชี่ยวชาญพิเศษไม่ต้องพัฒนา(เพราะไม้แก่ดัดยากหรือเปล่าก็ไม่รู้...แซวเล่นนะ)
ผู้ที่ผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งแล้ว แต่ส่งผลงานทางวิชาการไม่ทันใน วันที่ 31มีนาคม 2552 ถ้าหากจะยื่น วฐ.ครั้งใหม่ จะได้รับการประเมินตามเกณฑ์เก่าหรือเกณฑ์ใหม่คะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ทราบว่า 1 ต.ค.51 จะใช้เกณฑ์ใหม่แล้ว เพราะฉะนั้น ครบรอบ 1 ปี ถ้าส่งใหม่ก็ต้องใช้เกณฑ์ใหม่
เรียนท่าน ศน.
ในกรณีผลประกาศออกว่าไม่อนุมัติ เมื่อวันที่ 5มิถุนายน 51 จะขอยื่น วฐ.1 เกณฑ์ใหม่ที่ใช้ 1 ตุลา 51 นี้ได้ไหม
นับจากวันขอรับการประเมิน ถ้าครบ 1 ปี ก็ขอใหม่ได้ ไม่ใช่วันที่ตัดสินผล
เรียนถาม กระผมนักเรียนทุน สควค. เริ่มบรรจุวันที่ 25 ตุลาคม 2545 แต่คำสั่งบรรจุในกพ.7 สัง่ วันที่ 7 พ.ย.2545 เมื่อนับแล้วไม่ครบ 6 ปี แต่ก่อนที่จะบรรจุ ได้ดำเนินการสอนในตำแหน่ง ครูอัตราจ้าง จากโรงเรียนที่ สสวท. สั่งจ้าง ตั้งแต่ 1พ.ค.45 ถงึ 31 ตค. 45 รวมเป็น 5 เดือน เมื่อรวมแล้วน่าจะได้ แต่เมื่อสอบถามทางพื้นที่ เขต การศึกษา ตอบไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าอย่างไหนถูกต้อง เมื่อเกณฑ์ข้อ 1.2 บอกว่าหรือ เคยทำหน้าที่การสอนมาก่อนให้รวมได้ ช่วยตอบด้วยคับผม ขอบพระคุณ มากคับ
ต้องรับราชการครับ อัตราจ้างยังไม่ได้เป็นข้าราชการ กฎหมายเขากำหนดอย่างนั้น ...ประสบการณ์ดังกล่าวเอาไว้ไปอ้างอิงประกอบในการรายงาน(เมื่อมีคุณสมบัติแล้ว) ตอนนี้น่าจะเตรียมตัวในรายละเอียด ตรงนี้ให้พร้อมก่อน แล้วเส้นทางวิชาชีพเราจะมั่นคงครับ ถ้าเราปฏิบัติงานมีผลงานโดดเด่นเรายังสามารถก้าวกระโดดได้ตามหลักเกณฑ์นี้ในบางจุด (ติดตามรายละเอียดจากหลักเกณฑ์ วิธีการของ ก.ค.ศ.)
เอกสารที่จะต้องส่งในการขอรับประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ มีอะไรบ้าง จักได้เตรียมเอกสารให้ถูกต้อง
ขอบคุณมากครับ