กิจกรรมภาคค่ำ ก็เริ่มด้วยการหาที่ทานข้าวมื้อค่ำครับ จากนั้นหาร้านรูปเพื่อเคลียร์แมมโมรีของกล้องถ่ายรูปลงซีดี เนื่องจากทีมงานของเราลืมหยิบสายเชื่อมระหว่างกล้องถ่ายรูปกับโน้ตบุ๊คมา และโน้ตบุ๊คทั้งสองเครื่องที่เอามาก็ไม่มีเครื่องอ่านแมมโมรี (ผมไม่ได้หิ้วโน้ตบุคผมไปด้วยครับ) จ่ายค่าไรด์ซีดีไป 8 เหรียญ (แพงจังเลย) เจ้าของร้านถามอะไรผมก็ไม่รู้ ผมก็แกล้งตอบไปว่า ยา (ครับ) พร้อมๆ กับส่งยิ้มให้ แล้วก็มารู้ที่หลังว่า เจ้าของร้านถามว่า จะอัดรูปที่ร้ายเลยมัย ฮาฮาฮา (ดร.ดลวนาแปลให้ฟัง) เลยรู้ตัวว่า ฟังผิดไปแล้ว เจ้าของร้านคงงง ทำไมรับปากแล้วไม่ยอมจ่ายตังค์ ฮาฮาฮา

(ที่ทำการพรรคบาสครับ ชั้นล่างเป็นร้านขายหนังสือครับ)

ดร.ดลวนะ พาไปเที่ยวตลาดนัดกลางคืน เป็นตลาดใหญ่มากครับ มีทุกคืน คนที่สนุกที่สุดสำหรับงานนี้คือ อาจารย์อับดุรรอหมานครับ ส่วนผมไม่มีโจทย์ความสนใจครับ เดินชมตลาดเฉยๆ คืนนี้คนเยอะมากครับ ที่น่าสนใจคือ การตะโกนเรียกลูกค้าครับ มะม่วง 4 กก. 10 เหรียญครับ (ร้อยบาทไทย) ดูเหมือนมะม่วงเหล่านี้จะนำเข้ามาจากไทยครับ เพราะลังที่ใหม่เขียนเป็นภาษาไทยเสียส่วนใหญ่

(นี้เป็นคล้ายๆ กับราชวังครับสำหรับงานราชพิธีต่างๆ วันที่สองของเราพบว่ามีงานสำคัญครับ แต่วันนั้นผมถ่ายรูปไว้ไม่ทัน)

ช่วงสัปดาห์นี้เป็นช่วงของการฉลองวันเกิดของกษัตริย์แห่งรัฐกลันตันครับ เลยมีการประดับไฟทั่วเมืองครับ สวยมากครับ  

กลับถึงที่พัก ผมก็อาบน้ำอาบท่า และก็ละหมาดจากนั้นก็นอนเลย ตื่นมาตอนเช้า ดร.ดลวนะก็มาบ่นว่า อุตสาห์จะมาคุยด้วย (ท่านนอนอีกห้องหนึ่ง) ปรากฏเปิดประตูมาก็เห็นหลับไปหมดแล้ว เลยกลับไปคุยกันต่อกับอ.อับดุรรอมานจนเกือบเช้า แถมละหมาดตอนเช้าเสร็จก็ยังคุยกันต่ออีก จนผมสงสัยว่า เจ็ดโมงแล้วทำไมสองผู้อาวุโสไม่มาเรียกสักทีเลยไปหาที่ห้องปรากฏยังคุยกันไม่เลิกอีก ฮาฮา ทั้งคู่ตอบว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาต่างคนต่างก็ทำงาน ไม่มีเวลาคุยรีเล็กซ์ รอบนี้มาได้นอนห้องเดียวกันเลยคุยไม่เลิก (ส่วนผมดีที่นอนคนละห้อง ไม่งั้นคงอดนอนแน่ ฮาฮา)

เช้าวันต่อมา เราก็เริ่มภาระกิจด้วยการหาอาหารเช้ารับประทานครับ หัวหน้าทีมบอกผมว่าจะไปทานอาหารมามะ (Mahmak) ผมงงครับ ไม่รู้จัก ท่านบอกว่า มามาเลย์แล้วไปกินอาหารไทยอีกเสียเวลา ไปหาอาหารเอกลักษณ์ของมาเลย์ทานดีกว่า ปรากฏว่า เมื่อเจอร้านอาหารที่ว่า เริ่มสั่งอาหาร และเนื่องจากเป็นตอนเช้า อาหารอื่นๆ ไม่มี มีแต่โรตีครับ แต่โรตีที่ว่า มีอีก 11 ประเภท เราเลยสั่งมาทานคนละประเภทครับ แต่ผมสั่งสองรอบครับ รอบแรก ชื่อโรตีบอมบ์ รอบที่สองเป็นโรตีสาดีน ดร.ดลวนะส่งโรตีออ อ.อับดุรรอมาน สั่งโรตีกล้วย อ.ม.รอสลี สั่งโรตี (อือ ลืมชื่อแล้วครับ)

ตอนนั้นผมก็ยังงงครับว่า อาหารมามะ เป็นยังงัย สุดท้ายมาได้คำตอบเมื่อไปอีกร้านอาหารหนึ่งในตอนเที่ยง ว่า คำว่าอาหารมามะ (หรือมามัค) หมายถึงอาหารอินเดียครับ (อันนี้ไก่ตัวใหญ่อีกตัวหนึ่งครับ แต่คนอื่นไม่รู้ ฮาฮาฮา)

ภาระกิจต่อมาคือ ไปร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในรัฐครับ ซึ่งร้านนี้อยู่ชั้นหนึ่งของที่ทำการพรรคบาสครับ หนังสือส่วนใหญ่ทำให้ผมอึ้งเลยครับ เพราะเป็นหนังสือที่หลากหลายมาก แต่ส่วนใหญ่คือการนำเสนอองค์ความรู้ที่บูรณาการหลักคำสอนของอิสลามไปพร้อมกัน เช่นหนังสือเกียวกับเศรษฐกิจ การจัดการ แต่ภายในมีการอ้างอิงอัลกุรอานและหะดีษไว้น่าสนใจจริง

(สำนักพิมพ์ของรัฐบาลครับ วันนี้ปิดเนื่องจากมีราชพิธี)

ผมได้หนังสือมาสามเล่มครับ เป็นเรื่องของการอบรมเลี้ยงดูลูก การสอนละหมาดแก่ลูก ที่ตัดสินใจซื้อเพราะว่า ผมได้รับเชิญให้ร่วมงานวิจัยการอบรมเลี้ยงดูบุตรในสามจังหวัด ซึ่งผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องมากนัก โดยเฉพาะมิติของอิสลามว่า ควรเลี้ยงดูอย่างไร สอนลูกอย่างไร พอเห็นหนังสือสามเล่มนี้ก็เลยอดจะซื้อไม่ได้ ส่วนเล่มที่สี่ของให้ทางเหรัญญิกทีมวิจัยจ่ายตังค์ซื้อเป็นของงานวิจัย เกี่ยวกับประวัติของรัฐกลันตัน

ทีมของเราใช้เวลากับร้านหนังสือแห่งนี้นานมากครับ เกือบสามชั่วโมง โดยเฉพาะดร.อับดุรรอมาน ซึ่งขลุกอยู่ที่มุมหนังสือเก่าลด 50 เปอร์เซ็น ไม่ยอมไปมุมอื่นเลย

นอกจากร้านนี้จะเต็มไปด้วยหนังสือดีๆ แล้ว คนซื้อก็เยอะมากด้วยครับ พอจะอนุมานได้ว่าคนมาเลย์รักการอ่านจริงๆ ระหว่างรอหนอนหนังสือสองท่านเลือกซื้อหนังสือ ผมกับดร.ดลวนะ ไปนั่งทานน้ำที่ร้านอาหารไทย แล้ว อ.อับดุรรอมานกับอ.รอสลีมาสบทบทีหลัง

ดร.ดลวนะได้ชื่อหนังสือมาเล่มหนึ่ง เกี่ยวข้องกับสถิติข้อมูลประชากรที่ต้องใช้อ้างอิงในงานวิจัย แต่หนังสือเล่มนี้ขายอยู่ที่สำนักพิมพ์ของรัฐ และห้ามขายกับชาวต่างชาติ ท่านเลยใช้ความพยายามประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลทีมของเรา ซึ่งก็ได้รับปากว่าจะซื้อมาให้ภายหลัง

เสร็จจากร้านหนังสือ เราไปเที่ยงห้างเทสโก้ครับ เข้าไปในห้างก็ต้องแปลกใจ ร้อนมากครับ สงสัยว่าทำไมไม่เปิดแอร์ และด้วยความร้อนผมเลยมานั่งรอที่ทางออกกับดร.ดลวนะ และออกไปละหมาดที่ห้องละหมาด ปรากฏเมื่อละหมาดเสร็จก็ได้ยินเสียสัญญาณไฟไหม้  ผมตกใจครับ ไฟในห้างดับเป็นบางจุด ประตูห้างปิด แต่บันไดเลื่อนยังทำงานครับ คนเริ่มทะยอยออกจากห้างทางประตูเล็ก ผมมองหาอีกสองท่าน เมื่อเจอก็พากันออกจากห้างครับ

ห้างนี้เป็นห้างเปิดใหม่ครับ เลยอาจยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องครับ ฮิฮิฮิ

ช่วงบ่ายของวันที่สองนี้ ใช้สำหรับการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการเข้าพบรัฐมนตรีต่างๆ ครับ ซึ่งเดิมก่อนมากำหนดวันกันเรียบร้อยแล้วครับ แต่อย่างเมื่อวานก็พลาดการเข้าพบมุขมนตรีของรัฐ เนื่องจากท่านไม่สบายและเข้าโรงพยาบาล และทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามจะติดต่อหาวันเพื่อให้เราได้เข้าเยี่ยมท่าน

(ดร.ดลวนะ ตาเยะ ครับ คนเพื่อนเยอะ แถมเป็นใหญ่เป็นโตในกลันตัน)

 

สำหรับคืนที่สอง อ.อับดุรรอมานก็ขอไปตลาดกลางคืนอีกครั้ง ได้รองเท้ามาอีกสองคู่ สำหรับผมได้แผ่นดีวีดีมาเรื่องหนึ่งครับ ซื้อเพราะความทึ่ง (อีกแล้ว) เนื่องจากระหว่างที่เดินชมตลาดอยู่นั้นได้ยินเสียงคล้ายๆ กับเสียงหนังตะลุงบ้านเราแต่เป็นภาษามลายู ก็หันไปหาเสียงดังกล่าว ปรากฏไม่ใช่เขาแสดงตะลุงครับ แต่เป็นตะลุงในแผ่นดีวีดี แต่ตัวแสดงทั้งหมดเป็นตัวการ์ตูน ผมยืนดูอยู่นานครับ ตัวแสดงของหนังตะลุงกลายเป็นตัวการ์ตูน แล้วก็มีความละม้ายคล้ายคลึงกับตัวตะลุงจริงๆ แต่น่ารักดี เลยตัดสินใจซื้อไว้เป็นที่ระลึกแผ่นหนึ่ง 120 บาท ชวนดร.ดลวนะและอ.รอสลีมาดู ก็ชอบใจกันทั้งสองคนครับ (แล้วผมจะหาเวลาตัดต่อบางส่วนมาให้ชมกันครับ)

อ่านต่ออีกบันทึกหนึ่งแล้วกันนะครับ