ความรู้ในทุกวันนี้มีมาก มากแบบ “กระจัดกระจาย”
ความรู้มีมาก ๆ แบบนี้ จะรวบรวมได้ต้องใช้ “ศีล” เป็นสำคัญ เพราะศีลจะทำให้เรา "รู้ดี"...

ศีลเปรียบดั่งตัวจับและคัดกรอง
ศีลดี จับความ "รู้ดี" กรองความรู้ชั่ว ไม่ให้เกลือกกลั้วเข้าด้วยกัน

มีศีล สมาธิจะตามมาโดยอัตโนมัติ เพราะเรารู้ดี และ มีดี
คนมีดี จะมี “สติ” รู้ว่าต้องพัฒนาสมาธิเพื่อเจริญ “ปัญญา”
คนรู้ดีแล้ว มีดีแล้ว ต้อง “ทำดี”


คนดีต้องทำดีไม่วันใดก็วันหนึ่ง ฉันใด
คนชั่ว รู้ชั่ว มีแต่ชั่วก็ย่อมทำชั่วไม่วันใดก็วันหนึ่ง ฉันใด ไม่ฉันนั้น
เพราะคนชั่ว ถ้ารู้ดี มีศีลก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นคนดี ทำดีได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ชาตินี้ ก็ชาติหน้า ก็เพราะได้รู้แล้ว รู้แล้วก็จะต้องทำ นานหน่อยก็ต้องรอและให้โอกาสเขานะ

คนรู้ดี ในใจลึก ๆ เขารู้ ไม่ต้องกลัวเขาทำแน่
ทุกคนรู้เรื่องมี มีความดีเป็นพื้นฐานอยู่ในจิต ฝังอยู่ในใจ
แต่วันนี้ที่ยังไม่ทำเพราะสติยังไม่กล้าแข็ง ด้วยเพราะ “ศีล” ยังไม่แข็งแรง ยังไม่มีฐานที่แข็งแกร่งเป็นแรงใจ

ในวันหนึ่งเมื่อถึงจุด ความดีผุด ความชั่วหมด เขาก็จะนำความรู้ที่ดี ๆ นั้นมาใช้
เพียงขอให้คนใกล้ชิด พ่อ แม่ ลูก ครอบครัว ให้โอกาส ส่งเสริม สนับสนุน
ทุกคนรู้ว่าต้องเป็นคนดี ต้องทำความดี และทุกคนรู้แล้วย่อม “ต้อง” ทำความดี

สังคมนี้ต้องให้ “โอกาส” พร้อม “อภัย” เป็นปัจจัยสำคัญ
ความเมตตานั้นเป็นพลังที่สำคัญสูงยิ่งกว่า
เมตตาให้คนที่ “รู้ดี” สร้างความดี
คนดี สังคมดี โลกนี้ ด้วยรู้ดีและทำดี เพราะ “ธรรม” ดี