กินผลไม้มากก็ทำให้โคเลสเตอรอลเพิ่มได้นะครับ

            โคเลสเตอรอลในเลือดที่มักได้รับการตรวจมี 4 ชนิดคือ

1.       โคเลสเตอรอลรวม (total cholesterol; TC) เป็นโคเลสเตอรอลทั้งหมดในเลือด โดยปกติไม่ควรเกิน 240 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากมีมากเกินไปอาจจะส่งผลต่อการเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้

2.       ไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglyceride) เป็นโคเลสเตอรอลอีกชนิดหนึ่งที่มีมากไปก็ไม่ดี ปกติแล้วไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร โดยมากคนที่มีระดับโคเลสเตอรอลตัวนี้มาก มักจะรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปและโคเลสเตอรอลชนิดนี้ส่งผลต่อโรคหัวใจเหมือนกัน

3.       แอล ดี แอล (LDL-Cholesterol) เป็นโคเลสเตอรอลอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “โคเลสเตอรอลตัวร้าย” เนื่องจากถ้ามีปริมาณมาก ๆ จะเพิ่มโอกาสการไปอุดตันในผนังเส้นเลือดในร่างกาย ซึ่งทำให้เส้นเลือดเกิดการตีบตันได้ แต่เนื่องจากความรู้ในปัจจุบันพบว่าไม่ใช่ แอล ดี แอลทุกตัว ที่จะสามารถไปอุดตันในผนังเส้นเลือด มีเฉพาะ แอล ดี แอล ขนาดเล็ก(small dense LDL) ดังนั้นค่าปกติของ LDL จึงมีการปรับตามความเสี่ยงที่ถูกกำหนดโดย national cholesterol education program(NCEP)

4.       เอช ดี แอล(HDL-cholesterol) เป็นโคเลสเตอรอลที่ดีของร่างกาย เนื่องจาก เอช ดี แอล มีหน้าที่เหมือนรถขยะ ที่จะคอยนำ แอล ดี แอลที่หมดอายุแล้วไปทำลาย หรือหมุนเวียนใหม่ ดังนั้นปริมาณ เอช ดี แอลยิ่งมากก็จะยิ่งดี โดยปกติแล้วควรมีค่ามากกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

และสุดท้ายเมื่อเรารู้ว่าโคเลสเตอรอลมีทั้งดี และไม่ดี การดูว่าโคเลสเตอรอลในเลือดนั้นผิดปกติหรือไม่ จึงไม่ได้ดูที่ปริมาณว่ามากหรือน้อยอย่างเดียว แต่ดูที่ชนิดของโคเลสเตอรอลที่มีด้วย เช่น ถ้าคนเรามีโคเลสเตอรอลรวม 250 มก./ดล. และมีเอช ดี แอล 50 มก./ดล แต่ไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายเป็นประจำ คน ๆ นี้ก็เรียกว่า โคเลสเตอรอลในเลือดสูง แต่เป็นโคเลสเตอรอลที่ปกติ ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาลดโคเลสเตอรอล เป็นต้น ในขณะเดียวกับคนอีกคนที่มีโคเลสเตอรอลรวม 180 มก./ดล. และมี เอช ดี แอล 30 มก./ดล แต่สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย คน ๆ นี้ก็เรียกว่าโคเลสเตอรอลในเลือดต่ำ แต่ก็มีโอกาสเป็นโรคหัวใจตีบตันได้

ตัวอย่างที่เล่ามานี้มีให้เห็นทั่วไปในโรงพยาบาลครับ  และจะเล่าให้ฟังวันหลังครับว่าเค้าดูกับอย่างไร