รายวิชา การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ปีการศึกษา 2550
รายวิชา การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
ปีการศึกษา 2550
สาขาการจัดการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
รายวิชา การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
ปีการศึกษา 2550
สาขาการจัดการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
61. นางสาวพัชรินทร์ ตระกูลทองอยู่
เมื่อ พฤ. 13 ก.ย. 2550 @ 22:52
384235 [ลบ]
เรียนอาจารย์ ดร.กีรติ ยศยิ่งยงจากการที่อาจารย์ได้นำนักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2550 ณ โรงเรียนบดินทรเดชา
(สิงห์ สิงหเสนีย์)และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าทั้งสองโรงเรียนนี้มีความเป็นเลิศแตกต่างกัน เรียกว่าเหมือนกันในนโยบายแต่หลากหลายในการปฏิบัติ และที่เหมือนกันคือ ทั้งสองสถาบันมุ่งผลิตคนดีคุณภาพ มีคุณลักษณะตามที่สังคมโลกต้องการตลอดจนเป็นที่พึ่งของตนเองและสังคมได้ในอนาคต
สิ่งที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน สรุปได้ว่าในการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศนั้นสิ่งสำคัญ คือ
ผู้บริหารควรมีความสามารถทางการจัดการ 3 ด้านด้วยกัน คือ 1. ความสามารถด้านความคิด (Conceptual Skill) เป็นความสามารถในการมองภาพรวมทั่วทั้งองค์การ และความสามารถที่จะรวบรวมเอากิจกรรมและสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในองค์การ 2. ความสามารถด้านคน (Human Skill) ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การทำงานเป็นทีม การสร้างบรรยากาศในการทำงาน และการยอมรับความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน 3. ความสามารถด้านงาน (เทคนิค) (Technical Skill) มีความรู้ ความชำนาญ กระบวนการ วิธีการ ขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงาน และความสามารถในการประยุกต์ให้งานประสบความสำเร็จได้ดี
สายงานการบริหารของทั้งสองโรงเรียนเหมือนกัน กล่าวคือ มีการบริหารแบบการกระจายอำนาจทางการบริหาร มีรองผู้อำนวยการ 5 ฝ่าย ได้แก่ รองฝ่ายวิชาการ ดูแลงานกลุ่มสาระ
รองฝ่ายบริหารงบประมาณ ดูแลงานด้านงบประมาณทั้งหมด
รองฝ่ายบุคลากร ดูแลปกครองและพัฒนาบุคลากร
รองฝ่ายบริหารทั่วไป ดูแลอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
รองฝ่ายนโยบายและแผน ดูแลด้านงานสารบรรณ สารสนเทศทั้งระบบองค์ประกอบของการบริหารจัดการจะประกอบไปด้วย การแบ่งงานกันทำ การจัดแผนกงาน การกระจายอำนาจหน้าที่ และการประสานงานที่ดี ลักษณะเหล่านี้ คือการบริหารที่มุ่งสู่การพัฒนาความเป็นเลิศครบทุกด้านทั้งนักเรียน บุคลากร และสัมพันธ์ชุมชน ด้วยกิจกรรมการพัฒนา อาทิ ปรับกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน ในลักษณะ "การจัดการความรู้" โดยจัดให้มีการศึกษาเรียนรู้ตามสภาพจริงทั้งในและนอกห้องเรียนหรือแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ฝึกให้นักเรียนรู้จักสังเกต ตั้งคำถาม สืบค้นหาข้อมูล จดบันทึกข้อมูล เล่าเรื่อง/ประสบการณ์ นำเสนอผลงาน และรู้จักประเมินตนเอง ฯลฯ สังเกตได้จากผลงานที่อาจารย์ของโรงเรียนได้นำเสนอเชิงประจักษ์
มีการนำโครงการจริยธรรมนำสู่วิถีพุทธ เช่น กิจกรรมนักเรียนทำบุญตักบาตรทุกเช้าวันพุธ , กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ก่อนจบ ม.6 (พัฒนาวัด)
มีพระช่วยสอนจากวัดเทพลีลา, ส่งเสริมนโยบายผู้ปกครองพาลูกเข้าวัดเดือนละครั้ง
ปรับสัมพันธภาพระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและชุมชน โดยจัดกิจกรรมร่วมกันในลักษณะ "เครือข่ายผู้ปกครอง" ร่วมกันเฝ้าระวัง ปกป้อง ช่วยเหลือ ดูแลนักเรียน มีโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนจากจังหวัดปัตตานี
ในส่วนของงานบุคลากรมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับโรงเรียนบดินทรเดชามีการกำหนดกลยุทธ์ในการบริหาร 5 ข้อด้วยขอบข่าย BD. POST ตามยุทธศาสตร์โรงเรียนในการบริหาร งานทุกงานมีกิจกรรมและโครงการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โครงการบริหารระบบบริหารจัดการ , โครงการพัฒนาบุคลากร , โครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา , โครงการพัฒนางานวิจัยทางการศึกษา , โครงการประเมินผลตามสภาพจริงเป็นรูปธรรม , โครงการพัฒนาช่วยเหลือดูแลนักเรียน , โครงการพัมนาระบบการประกันคุณภาพ,โครงการนิเทศภายใน ,โครงการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้,โครงการสัมพันธ์ชุมชน,โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของลูกบดินทร์ , โครงการอุทยานการเรียนรู้,โครงการสื่อ /นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ในส่วนของงานห้องสมุดนับว่าจัดได้ทันสมัย เป็นระบบ มีประโยชน์และรองรับโครงการรักการอ่านอย่างแท้จริง มีกิจกรรมหลากหลายที่ส่งเสริมการอ่านเพื่อการพัฒนาเยาวชน ที่ต่างไปจากโรงเรียนอื่นอย่างเห็นได้ชัด คือ การจัดดำเนินการร้านค้าหนังสือในรูปแบบเอกชน ( ร้านค้าจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ)เข้ามาจัดดำเนินการแล้วตัดเปอร์เซ็นต์การขายเข้าโรงเรียน โครงการนี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ปกครองและนักเรียนมาก ถึงแม้เพิ่งเปิดดำเนินการเพียง 3 เดือน แต่ก็เลี้ยงตัวเองได้ ได้รับการตอบรับจากผู้ปกครอง ชุมชนและบุคคลภายนอกเป็นอย่งดี โรงเรียนเตรียม อุดมศึกษาน้อมเกล้า เป็นโรงเรียนที่เน้นส่งเสริมคุณธรรมนำวิชาการ ผู้อำนวยการคนปัจจุบันท่านผู้อำนวยการ ยอร์ช เสมอมิตร
มีมุมมองว่าการจะพัฒนานักเรียนได้นั้นต้องวินัยนำจึงจะทำอย่างอื่นได้ จึงได้มุ่งเน้นอบรมให้นักเรียนทุกคนมีวินัยในตนเอง นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการที่นักเรียนเป็นคนดีมีคุณภาพนั้นส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวที่มีคุณภาพ พื้นฐานครอบครัวดีย่อมส่งผลต่อคุณภาพคนดี และที่น่าชื่นชมที่สุดคือโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มีชมรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพนักเรียนครบทุกด้านมีการเปิดชมรมถึง 900ชมรม ครูไม่ต้องสอนเพราะคงมีจำนวนไม่เพียงพอต่อชมรมที่เปิด และที่สำคัญบางครั้งชมรมที่ครูเปิดก็ไม่ตรงกับความต้องการของนักเรียนก็มี ในแต่ละปีจะมีการจัดงานนำเสนอโครงงานที่เกิดจากความคิดของนักเรียนทุกปี เรียกว่างานนิทรรศการทางวิชาการ
จะเห็นได้ถึงความต่างในการบริหารจัดการอย่างชัดเจน
จากการศึกษาดูงานครั้งนี้รู้สึกว่าได้รับประสบการณ์ตรงที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิชาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศเป็นอย่างดี คิดว่าความรู้ที่ได้รับนั้นจะนำมาประยุกต์ใช้ในหลักการบริหารได้ในระดับหนึ่ง
ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมบุคลากรที่ได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ด้วยไมตรีจิตและความจริงใจ ขอบคุณสำหรับสื่อการเรียนการสอนที่เป็นชิ้นงานของนักเรียนและได้นำไปใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป
ขอบคุณอาจารย์ ดร. กีรติ ยศยิ่งยง ที่เล็งเห็นความสำคัญของการบริหารสู่ความเป็นเลิศและได้ดำริที่จะพาบัณฑิตไปเรียนรู้ประสบการณ์ตรงอันมีคุณค่ายิ่ง
ขอบคุณอาจารย์อีกครั้งนะคะสำหรับสื่อการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์มหาศาล
นางสาวพัชรินทร์ ตระกูลทองอยู่ รหัส 491205023 สาขาการจัดการศึกษา มมร.
62. สถิต โชติกรณ์
เมื่อ ส. 15 ก.ย. 2550 @ 20:02
386539 [ลบ]
นายสถิต โชติกรณ์ รหัส 491205029 สาขาการจัดการศึกษา มมร.
สรุป วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2550 วิชา การบริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
ดร.กีรติ ยศยิ่งยง บรรยายโดย (ผศ.ดร.ขวัญดี อัตรวาวุฒิชัย)
การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ (School Administration for Excellence) การศึกษาของไทย ตั้งแต่ในสมัยอดีตมีรากฐานที่สำคัญได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนา และ วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เป็นสถานที่ในการศึกษา พระภิกษุ เป็นผู้ให้การศึกษา สอนการอ่าน การเขียน และศึกษาค้นคว้าศิลปะวิทยาการต่างๆ ตลอดจนคุณธรรม จริยธรรมและหลักธรรมของพระพุทธศาสนา มีการกำหนดหลักการและวิธีการ ในการจัดการศึกษา ในการดำรงชีวิตคือวัด เป็นศูนย์กลางการศึกษาเป็นศูนย์กลางกิจกรรมต่างๆของสังคม พระสงฆ์เป็นผู้มีบทบาทอย่างสำคัญ ในการอบรมสั่งสอนประชาชน สมัยสุโขทัย มีไตรภูมิพระร่วงเป็นตำราหรือหนังสือเล่มแรกซึ่งสอนหลักการต่างๆทางพระพุทธศาสนา การศึกษาในประเทศไทยมีร่องรอยการปฏิรูปมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จากหลักศิลาจารึกพบว่า พ่อขุนรามคำแหงได้คิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 1826 สมัยอยุธยา กรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานต่างๆ ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีมีการติดต่อกับฝรั่ง มี การศึกษา คือ วัด เป็นศูนย์กลางการศึกษาและจัดกิจกรรมต่างๆของสังคม พระสงฆ์เป็นผู้มีบทบาทอย่างสำคัญ ในการอบรมสั่งสอนประชาชน การที่วัดเป็นสำนักสั่งสอนวิชาการต่างๆ ได้สืบประเพณีมาจนถึงต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การศึกษาไทยในมาจากพุทธศาสนา ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการปฎิรูปการศึกษาคือพระมหากษัตริย์สมัยรัชกาลที่ 1 สร้างพระราชวังตามแบบกรุงศรีอยุธยา โดยมีวัดอยู่ในพระบรมมหาราชวัง และรวบรวมศิลปวัฒนธรรม ประเพณี สมัยอยุธยาและสมัยสุโขทัยสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นยุคทองของวรรณคดีไทย มีบุคคลสำคัญเกิดขึ้น เช่น ท่านสุนทรภู่ จากบทประพันธ์เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน พระอภัยมณี เป็นมรดกทางการศึกษาสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นรอยต่อที่สำคัญในการปฎิรูปการศึกษา แต่ยังยึด ระบบเก่า ทรงสร้างวัดโพธิ์ (วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นยุคการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถมากพระองค์หนึ่งทางด้านการศึกษาของไทย มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับชาวตะวันตก และประเทศในยุโรป แนวการจัดการศึกษาเริ่มมีแบบแผนและมีแบบเรียนคือหนังสือจินดามณี หนังสือประถม ก กา และ ปฐม มาลา สรุปความคิดเห็นการจัดการศึกษาของไทยตั่งแต่อดีตได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศาสนาซึ่งมุ่งเน้นความรู้คุณธรรมจริยธรรมแต่การสอนไม่ได้มุ่งเน้นในการคิดและการฝึกไห้ตัดสินใจด้วยตัวเองตัวอย่างเช่น ตัวอย่างในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน นางพิมพิลาไลย หรือนางวันทอง เมื่อครั้งแรกที่เสียตัวถูกขุนแผนตัดสินใจให้ ครั้นแต่งงานกับขุนช้างแม่เป็นผู้ตัดสินใจให้เพราะความกตัญญูต่อแม่และเมื่อเสียตัวครั้งที่สองถูกขุนช้างขืนใจนางวันทองก็ไม่ได้ตัดสินใจเอง เพราะเหตุนี้นางวันทองจึงไม่รู้จักการตัดสินใจและเป็นเหตุให้ตัวเองถูกตัดสินประหารชีวิตคือ เมื่อเป็นเมียขุนช้างขุนแผนกลับจากการทำศึกสงคราม จึงได้มาลักตัวไปความทราบถึงเบื้องสูงพระพันปีหลวงให้นางพิม ตัดสินใจว่าจะให้เลือกอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้างหรืออยู่กับลูกคือพลายงาม ด้วยคุณธรรมจริยธรรมของนางพิม คือนึกถึงความดีของขุนแผนและความดีของขุนช้างแล้วความรักความกตัญญูต่อลูกก็ไม่สามารถตัดสินใจได้จึงถวายการตัดสินใจแด่พระพันปีหลวง (ซึ่งเป็นการถวายคืนพระราชอำนาจ)จึงเป็นเหตุให้พระพันปีหลวงกริ้ว จึงตรัสว่านางวันทองสองใจและสั่งประหารชีวิตเสีย นี่คือโทษภัยของการไม่รู้จักการตัดสินใจและเป็นตัวอย่างนางในวรรณคดีไทยเพราะการจัดการศึกษาในสมัยนั้นมีแต่ผู้ชายเรียนผู้หญิงไม่ได้มีโอกาสเรียนทำให้การตัดสินความผิดของสังคมยุคนั้นไม่ได้รับความเป็นทำกับผู้หญิงและตกเป็นคนชั่วโดยตัวเองไม่ได้กระทำหรือโดยการถูกกดขี่
63. สถิต โชติกรณ์
เมื่อ อา. 16 ก.ย. 2550 @ 12:09
387315 [ลบ]
การรู้จักวางแผนการใช้เงินอย่างเหมาะสม อันรวมไปถึงการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์
นายสถิต โชติกรณ์ รหัส 491205029 สาขาการจัดการศึกษา มมร. (6ก.ย50)
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2550 ดร.กีรติ ยศยิ่งยง อาจารย์ประจำวิชา การบริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ได้นำนักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ณ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนีย์ ) และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าทั้งสองโรงเรียนนี้มีความเป็นเลิศในนโยบายแต่หลากหลายในการปฏิบัติ สถาบันมุ่งผลิตคนดี มีคุณภาพ มีคุณลักษณะตามที่สังคมโลกต้องการตลอดจนเป็นที่พึ่งของตนเองและสังคมได้ในอนาคต
โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ปรัชญา“ลูกบดินทรเป็นผู้ประพฤติดีและมีความรู้” สร้างกรอบให้นักเรียนยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม มีสติ คิดดี ทำดี มองส่วนรวมในฐานะผู้ให้มากกว่าผู้รับ โรงเรียนสร้างนักเรียนให้เป็นผู้นำที่ดี ประพฤติดี และมีความรู้ มีนายอมรรัตน์ ปิ่นเงิน เป็นผู้อำนวยการ โรงเรียนบดินทรเดชา มีการนำโครงการจริยธรรมนำสู่วิถีพุทธ เช่น กิจกรรมนักเรียนทำบุญตักบาตรทุกเช้าวันพุธ ในส่วนของงานบุคลากรมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับโรงเรียนบดินทรเดชามีการกำหนดกลยุทธ์ในการบริหาร 5 ข้อด้วยขอบข่าย BD. POST ตามยุทธศาสตร์โรงเรียนในการบริหาร คือโครงการบริหารระบบบริหารจัดการ พัฒนาบุคลากร พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาพัฒนางานวิจัยทางการศึกษา ประเมินผลตามสภาพจริงเป็นรูปธรรมพัฒนาช่วยเหลือดูแลนักเรียน พัฒนาระบบการประกันคุณภาพนิเทศภายใน พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้สัมพันธ์ชุมชนยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของลูกบดินทร์ อุทยานการเรียนรู้สื่อ /นวัตกรรมและเทคโนโลยี
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นายยอร์ช เสมอมิตร เป็นผู้อำนวยการ
วิสัยทัศน์
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าจะดำเนินงานด้านการเรียนการสอนและการบริหารงานเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีความสามารถทางวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสามารถพัฒนาได้ตามศักยภาพของตน มีแนวทางในการศึกษาต่อ หรือประกอบอาชีพ รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนเป็นบุคคลที่มีสุขภาพดี มีความสามารถ จัดระเบียบการใช้จ่ายส่วนตนได้อย่างเหมาะสม มุ่งสร้างประโยชน์และเสียสละเพื่อสังคม มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
สรุปประเด็นสำคัญดังนี้
1. สามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ2. สามารถใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 23. สามารถใช้เทคโนโลยีในการสืบค้น4. ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม6. เพื่อการจัดการชีวิตและพื้นฐานความเข้าใจกลไกการดำเนินธุรกิจการจัดการและสร้างงานอาชีพอิสระ7. จัดการศึกษาที่มุ่งสู่ความมีคุณภาพระดับสากล บนพื้นฐานแห่งความเป็นไทย
พันธกิจ
1. เป็นแกนนำการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สามารถรองรับสิทธิ และโอกาสทางการศึกษาตามหลักสูตรสถานศึกษาของชุมชนอย่างเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย2. พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยยึดหลักความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณธรรม3. เสริมสร้างสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษา ให้มีบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ และใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียน4. จัดให้มีระบบการตรวจสอบ ควบคุมภายใน และจัดทำมาตรฐานข้าราชการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า เสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร โดยพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรมและมีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอน มีมนุษยสัมพันธ์ และวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล มีคุณภาพตามมาตรฐาน และจรรยาบรรณของวิชาชีพครู เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่โดยมีศักยภาพอย่างมีประสิทธิภาพและมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการของโรงเรียนเตรียม อุดมศึกษาน้อมเกล้จะประกอบไปด้วย การจัดแผนกงาน การกระจายอำนาจหน้าที่ และการประสานงานที่ดี ลักษณะเหล่านี้ คือการบริหารที่มุ่งสู่การพัฒนาความเป็นเลิศของ นักเรียน บุคลากร ชุมชน โรงเรียนเตรียม อุดมศึกษาน้อมเกล้า เป็นโรงเรียนที่เน้นส่งเสริมคุณธรรมนำวิชาการ เพื่อความเป็นเลิศ และเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่ง นักเรียนประมาณ 4,000 กว่าคน และติดอันดับต้นๆ 1 ใน 10 ของประเทศในเรื่องการจัดการเรียนการสอนของครูอาจารย์ และเป็นโรงเรียนที่มีชมรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพนักเรียนครบทุกด้านมีการเปิดชมรมถึง 900 ชมรม
จากศึกษาดูงานโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า การบริหารของทั้งสองโรงเรียนคือ
1. ผู้บริหาร ให้ความสนใจในทุกๆด้านของนักเรียน และครูผู้สอน 2. กฏระเบียบในสถานศึกษามีข้อบังคับในการปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน3. ครูอาจารย์ผู้สอนให้ความ ทุ่มเท และอุทิศตนให้กับการจัดการเรียนการสอน และจะต้องมีงานวิจัยอย่างน้อยคนละ 1 ชิ้น ต่อปี 4. ผู้บริหาร มีคุณธรรมจริยธรรมมีความคิดและวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล 5 . มีการบริหารแบบการกระจายอำนาจทางการบริหาร มีรองผู้อำนวยการ 5 ฝ่าย คือ รองฝ่ายวิชาการ ดูแลงานกลุ่มสาระ
รองฝ่ายบริหารงบประมาณดูแลงานด้านงบประมาณทั้งหมด
รองฝ่ายบุคลากร ดูแลปกครองและพัฒนาบุคลากร
รองฝ่ายบริหารทั่วไปดูแลอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
รองฝ่ายนโยบายและแผน ดูแลด้านงานสารบรรณ
จากการศึกษาดูงานครั้งนี้ การบริหารจัดการของผู้บริหารสถาบันการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า การบริหารของทั้งสองโรงเรียนคือ ผู้นำสามารถโน้มน้าวให้ผู้ตามคล้อยตามวิสัยทัศน์ของตน ผู้นำจะต้องตัดสินใจว่าจะนำแบบไหนดีและมีประสิทธิผลมากที่สุด ทั้งนี้เพราะผู้นำจะมีประสิทธิผลได้นั้นจะต้องรู้จักปรับบทบาทให้สอดคล้องกับแต่ละสถานการณ์และความจำเป็นที่เกิดขึ้นแต่ละกรณี ทฤษฎีภาวะผู้นำส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะเกี่ยวข้องกับ 3 เรื่อง คือ มุ่งงาน มุ่งคน และเข้าใจสถานการณ์และรู้จักปรับบทบาทของตนเองให้เหมาะสม
1.มุ่งงาน งาน (เทคนิค) (Technical Skill) มีความรู้ ความชำนาญ กระบวนการ วิธีการ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้2. มุ่งคน คน (Human Skill) การทำงานร่วมกับผู้อื่น การทำงานเป็นทีม การการยอมรับความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน 3.ความคิด (Conceptual Skill) เข้าใจสถานการณ์และรู้จักปรับบทบาทของตนเองให้เหมาะสม การบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีคุณภาพจนเกิดผลสำเร็จสามารถเป็นแบบอย่างแก่หน่วยงานอื่น ๆ ได้ ต้องมาจากความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทุกคนทุกฝ่าย และการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและขอขอบพระคุณดร.กีรติ ยศยิ่งยง ที่ได้พาไปศกษาดูงานเพื่อให้เกิดประสปการณ์ตรงครับ
**************************
64. พรรณี โชติกรณ์
เมื่อ อา. 16 ก.ย. 2550 @ 15:24
387544 [ลบ]
วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2550 การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ โดย ดร.กีรติ ยศยิ่งยงโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ภาพรวม จากการศึกษาดูงานกลยุทธ์การบริหารสู่ความเป็นเลิศนั้นสรุปได้ว่า ต้องอาศัยการบริหารงานที่สมบูรณ์แบบทั้งองค์กรโดยมุ่งเป้าไปสู่บุคลากร การจัดระบบงานตามกรอบแนวคิดเพื่อการแข่งขันโดยเป็นที่ยอมรับของบุคลากรเป็นแนวทางการปฏิบัติการร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ วิธีการคือต้องยอมรับผู้อื่นก่อนแล้วเขาก็ยอมรับเรามีการแสดงออกเพื่อประสานความสัมพันธ์ประกอบด้วยความตั้งใจและจริงใจเพื่อผู้อื่น นักเรียน ครู มีปัญหาและข้อเสนอแนะในแง่มุมที่เขาเห็นก็ต้องรับฟังด้วยความตั้งใจและเห็นใจว่าเขาแสดงอะไรออกมาถ้าไม่เข้าใจปรับแก้ซักถาม และนำข้อมูลหลักการและเหตุผลดังกล่าวมาเป็นองค์ประกอบของการวางแผนและให้กำลังใจเป็นที่ย่อมรับในการรับฟังความคิดเห็นของอาจารย์และนักเรียนโดยการมีกระตุ้นให้แนวคิดและนิยมชมชอบด้วยความจริงใจและลึกซึ้งให้ความอบอุ่นใจและมีความสำคัญเป็นตัวของตัวเอง****************************
65. ธัญฃนก ไชยโคตร
เมื่อ จ. 17 ก.ย. 2550 @ 17:49
388667 [ลบ]
งานครั้งที่ 1 วิชาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ สรุป การบริหารเชิงรุก (อาจารย์ ดร.ศุลีพร เศวตพงศ์)นางสาวธัญชนก ไชยโคตร การบริหารเชิงรุก บริหารงานในเชิงรุก (Proactive) คือ การบริหารที่เป็นไปในทิศทางของการมุ่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นการบริหารที่มีการคาดการณ์ และวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเหมาะสมเพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยองค์ประกอบอยู่ 3 ด้าน คือ
1. โครงสร้างของการบริหาร (Structure Management) ในองค์กรต่าง ๆ ย่อมมีการจัด Organize ภายใน ให้ทำหน้าที่อันหลากหลายแตกต่างกัน การพิจารณาว่าหน่วยงานไหนควรเพิ่มบทบาทหรือลดความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องทบทวนเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเป็นระยะ
2. กระบวนการในการทำงาน (Process Working) วิธีการทำงานเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความทันสมัย หรือความมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ซึ่งการบอกได้ว่าองค์กรใด มีกระบวนการทำงานที่ดี ในมิติของ Proactive คงต้องพิจารณาว่า มีการคิดในการปรับปรุงการทำงาน หรือนำระบบการทำงานใหม่ ๆ มาใช้หรือไม่
3. การดูแลบุคลากร (Man) ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการบริหารเชิงรุก คือ บุคลากร หรือคนที่ดำรงอยู่ในองค์กรซึ่งผู้บริหารต้องมีการสำรวจความพร้อม ขวัญและกำลังใจโดยต้องเริ่มจากสภาพปัจจุบันว่ามีวัฒนธรรมการทำงาน มีความรู้ความสามารถ มีทัศนคติต่อการทำงาน หรือมีความเป็นอยู่อย่างไร ซึ่งคงต้องนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับภาวะที่ต้องการเปลี่ยนแปลง โดยต้องหาช่องทางเพื่อพัฒนาคนในองค์กรต่อไปแนวทางการบริหารเชิงรุก คือ อะไร1. การกำหนดวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาการกำหนดวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาระยะยาวที่ต้องการให้สถานศึกษากำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อเป็นทิศทางและเป็นการกำหนดหลักชัยในการทำงานจากโอกาส อุปสรรค จุดอ่อน จุดแข็ง การสร้างเครือข่าย2. การวางแผนในเชิงรุกเป็นการกำหนดทั้งแผนสั้นและแผนยาวต้องมีแผนสำรองในกรณีแผนแรกไม่ดีพอเมื่อได้ดำเนินการไปแล้วควรมีการแบ่งหน้าที่ใครทำหน้าที่อะไรและอย่างไร แผนในเชิงรุกจะมีลักษณะเป็นแผนการดำเนินกรที่เน้นการป้องกันปัญหาและเป็นแผนริเริ่มในการดำเนินการบางอย่างที่นำไปสู่ การพัฒนาสถานศึกษา3. มีการดำเนินการด้านต่างๆการดำเนินการอย่างท้วงที1. การวางแผนดีเลิศแต่ขาดการดำเนินการย่อมไม่เกิดผลงาน2. การดำเนินการในด้านต่างๆตามแผนที่วางไว้3. ต้องย่อยแผนงานที่วางไว้มาเป็นแผนการดำเนินการที่สามารถปฏิบัติได้4. มีการกำหนดปฏิทินปฏิบัติงานของทุกแผนงาน5. มีการมอบหมายผู้รับผิดชอบเจาะจง โดยผู้บริหารกระจายอำนาจให้อิสระผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินการต่างๆตามแผน6. มีการกำกับติดตามเพื่อให้การดำเนินงานเกิดขึ้นได้จริง4. มีการประเมินผลเชิงรุก
4.1 เพื่อประกันการดำเนินการด้านต่างๆนั้นเป็นไปตามเป้าหมายและแผนตลอดจนการ ดำเนินการเชิงรุกที่ดีจะนำไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ดีขึ้น
4.2 ยุติธรรมกับทุกคน
4.3 โปร่งใส
4.4 พร้อมให้ผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายตรวจสอบความถูกต้อง
4.5 ตรงตามเป้าหมายหรือตรงตามแผนหรือไม่ มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามในการบริหารงานย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงเสมอ การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามปกติซึ่งในทางพุทธศาสนากล่าวว่าสิ่งใดในโลกล้วน อนิจจัง คือความไม่เที่ยง ดังนั้นการที่ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจ จะบริหารงานให้ได้รับประโยชน์มาก หรือน้อยนั้นผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ต่อเรื่องที่มองว่าธรรมดา แต่ไม่ธรรมดานี้ เพื่อความสำเร็จของตนเองและองค์กร “การมีความรู้ความถนัดทางทฤษฎีประการเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้บุคคลสามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่ ผู้ที่ฉลาดสามารถแต่ในหลักวิชา โดยปรกติวิสัยจะได้แต่เพียงชี้นิ้วให้ผู้อื่นทำ ซึ่งเป็นการไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่อาจทำให้ผู้ใดเชื่อถือหรือเชื่อฟังอย่างสนิทใจได้ เหตุด้วยไม่แน่ใจว่าผู้ชี้นิ้วเองจะรู้จริง ทำได้จริงหรือหาไม่ ความสำเร็จทั้งสิ้นเกิดขึ้นได้เพราะการลงมือกระทำ ดังนั้น ผู้ที่ชำนิชำนาญทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ จึงจัดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน และมีขีดความสามารถสูง เป็นที่เชื่อใจและวางใจได้ว่าจะดำเนินงานทั้งปวงอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถทำงาน สั่งงาน และสั่งคนได้อย่างถูกต้องแท้จริง” พระบรมราโชวาท
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๗
66. ธัญชนก ไชยโคตร
เมื่อ อ. 18 ก.ย. 2550 @ 11:41
389451 [ลบ]
งานครั้งที่ 3 วิชาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ เรียนวันที่ 17 สิงหาคม 2550 นางสาวธัญชนก ไชยโคตรการคิดและการตัดสินใจเชิงกุลยุทธ์ : ทฤษฎีเกม (Game Theory) ทฤษฎีเกม คือกระบวนการตัดสินใจที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งอยู่ในสามัญสำนึก (Common Sense) แต่ในบางสถานการณ์ ที่มีความสลับซับซ้อนสูง ทฤษฎีเกม (Game Theory) เป็นกระบวนการที่มาช่วยวิเคราะห์ เรียบเรียงและทำให้การตัดสินใจดีขึ้น และแม่นยำ 1. เพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด 2. เพื่อรู้เขารู้เรา 3. เพื่ออำนาจการต่อรอง 4. เพื่อวิเคราะห์ทางเลือก 5. เพื่อวิเคราะห์ผลที่ดีที่สุด ในการประยุกต์ใช้ทฤษฎีเกมของ จอห์น แนซ ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันผู้นำทฤษฎีเกมมาประยุกต์ใช้ เป็นการตัดสินใจที่มีผลกับความเป็นไปของมนุษย์และของโลก ในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ของกลุ่ม และของประเทศ การคิดให้ครอบคลุม คิดให้ได้ประโยชน์สูงสุดมนุษย์มี 2 ประเภท 1.มุ่งเน้นเป้าหมายเป็นตัวตั้ง ไม่สนใจวิธีการ 2. มุ่งเน้นเป้าหมายวิธีการสอดคล้องกัน แบ่งออกเป็น 2กลุ่ม 2.1 มุ่งเน้นเป้าหมายเป็นตัวตั้ง ไม่สนใจวิธีการ 2.2. มุ่งเน้นเป้าหมายวิธีการสอดคล้องกัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม2.2.1 Domindated Stratege อะไรที่ไม่ดี ไม่มีประโยชน์ มีการตัดออก2.2.2 Bottom line Thinking การคิดในลักษณะความเป็นไปได้ไม่มี 100 % มีดังนี้ Simultaneous Game คือสถานการณ์ที่คู่กันมา Zero-Sum-Game คนที่มีอำนาจการต่อรองสูงฉลาดมาก ต้องมีคนแพ้คนชนะ เรียกว่า ถ้าไม่ ฉลาดจริงๆจะไม่ใช้วิธีนี้ ชนะเพียง 25% แพ้ 75% Strategy Move ต้องชนะเกมนี้ต้องเดินหมากต่อ และให้จบตามที่เราต้องการ Sequential Game จบในเกม Positive-Sum-Game เราเลือกเล่นได้มีการชนะ 80% แพ้แค่ 20% คือ win-win Dominate Game โดยการตัดคะแนนกลางออก ตัดในสิ่งที่ไม่คุ้มออกแล้วเลือกสิ่งที่มีประโยชน์ สูงสุดสำหรับตัวเอง Minimase Zero-Sum-Game เกมที่ไม่ควรเล่นทฤษฎีเกมเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางด้านพฤติกรรมศาสตร์การตัดสินใจที่มีผลกับความเป็นไปของมนุษย์ ในการนำทฤษฎีมาใช้จึงต้องคำนึงถึงสถานการณ์ ความเป็นไปได้และประกอบการตัดสินใจและเลือกเล่นอย่างฉลาดจึงจะเป็นผู้ชนะ หรือไม่เสียเปรียบ************************
67. ธัญชนก ไชยโคตร
เมื่อ อ. 18 ก.ย. 2550 @ 11:50
389470 [ลบ]
งานครั้งที่ 3 วิชาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ เรียนวันที่ 17 สิงหาคม 2550 นางสาวธัญชนก ไชยโคตรการบริหาร คือ ศิลปะในการทำให้สิ่งต่างๆได้รับการทำให้สิ่งต่างๆได้รับการกระทำจนเป็นผลสำเร็จ กล่าว คือ ผู้บริหารไม่ใช่เป็นผู้ปฏิบัติ แต่เป็นผู้ใช้ศิลปะทำให้ผู้ปฏิบัติงาน ทำงานจนสำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่ผู้บริหารตัดสินเลือกแล้ว (Smon) การบริหาร คือ กระบวนการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ (Sergiovanni) การบริหาร คือ การทำงานตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่รวมปฏิบัติการให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน (Barnard)การบริหารเป็นกระบวนการทางสังคมที่สามารถมองเห็นได้ 3 ทาง คือ 1.ทางโครงสร้าง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ตามลำดับขั้นตอนของสายการบังคับบัญชา 2. ทางหน้าที่ เป็นขั้นfตอนของหน่วยงานที่ระบุหน้าที่ บทบาท ความรับผิดชอบและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อให้สำเร็จเป้าหมาย 3. ทางปฎิบัติ เป็นกระบวนการที่บุคคลและบุคคลต้องการร่วมทำปฎิกิริยาชึ่งกันและกัน(Getzals&Guba) ลักษณะเด่นที่เป็นสากลของการบริหาร คือ 1. มีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย 2. อาศัยปัจจัยบุคคลเป็นองค์ประกอบสำคัญ 3. ใช้ทรัพยากรบริหารเป็นองค์ประกอบสำคัญ 4. ลักษณะการดำเนินงานเป็นกระบวนงานทางสังคม 5. ร่วมกันระหว่างบุคคล 2 คนขึ้นไป 6. ร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ 7. ดำเนินการอย่างมีเหตุผล 8. ตรวจสอบ 9. การบริหารไม่มีตัวตนมีอิทธิพลต่อมนุษย์ การบริหารเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการระเบียบอย่างเป็นระบบ มีหลักเกณฑ์ และทฤษฎีที่เชื่อถือได้อันเกิดจากการค้นคว้าเชิงวิทยาศาสตร์(Science) เป็นศาสตร์สังคม อยู่กลุ่มเดียวกับวิชาจิตวิทยา สังคมวิทยา และรัฐศาสตร์ ปัจจัยการบริหาร พื้นฐาน 4Ms 1.คน (Man) 2. เงิน 3.วัสดุสิ่งของ 4.การจัดการ (Management) ******************************
68. ธัญชนก ไชยโคตร
เมื่อ อ. 18 ก.ย. 2550 @ 11:54
389472 [ลบ]
งานครั้งที่ 4 วิชาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ วันที่ 15 สิงหาคม 2550 นางสาวธัญชนก ไชยโคตร บรรยายโดย ผศ.ดร.ขวัญดี อัตรวาวุฒิชัย ผู้อยู่สุข เรื่อง การปฏิรูปการศึกษา:อดีต ปัจจุบัน และอนาคตพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากการฟังบรรยายในเรื่องปฏิรูปการศึกษา : อดีต ปัจจุบัน และอนาคตพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า การจัดการศึกษาในอดีตนั้น ถึงแม้จะไม่ได้ใช้เทคโนโลยีมากแต่ความค่อยเป็นค่อยไปและยึดวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นหลัก ไม่วิ่งตามเทคโนโลยีเพราะเทคโนโลยียังไม่มี ภาพการจัดการศึกษาในอดีตนั้นทำให้ข้าพเจ้าคิดถึงการจัดการศึกษาของครูของข้าพเจ้า ซึ่งไม่ได้เป็นครูสมัยใหม่ ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีคอมพิวเตอร์ แม้แต่หลักฐานและร่องรอยในการสอน การทำผลงานก็ไม่มี สิ่งที่สัมผัสได้ในการสอนสมัยประถมศึกษาของข้าพเจ้า คือ ทุกอย่างที่เป็นวิชาปฏิบัติก็ได้สัมผัสได้ปฏิบัติและทำจริงทุกอย่าง ศิลปะไม่มีสีไม่มีดินน้ำมัน ก็วิ่งลงคลอง หนองน้ำ เป้าหมาย คือ ดินเหนียวมาปั้นทำงานศิลป์ ศิลปะของเด็กบ้านนอก “อาจารย์ชัยชาญอาจารย์เพาะช่างเล่าว่า ผมมาเป็นครูสอนงานปั้นเพราะว่าดินที่หนองน้ำในหมู่บ้าน มันสอนผมครับ” รู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันทำไมชอบงานฝีมือ งานศิลป์ งานเทคโนฯ สมัยเป็นเด็กที่บ้านนอกมีวัสดุให้ทดลองและประดิษฐ์มากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า รถ ที่ไม่ต้องซื้ออยากเล่นก็ประดิษฐ์เอง ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่เกิดมาคุณแม่ไม่เคยซื้อของเล่นให้ซักชิ้นเดียว แต่ของเล่นเยอะมาก เพราะประดิษฐ์เอง ชอบออกแบบของเล่น และวัสดุทุกอย่าง การค้นหาความสามารถและความถนัดของผู้เรียนเป็นสิ่งสำคัญ แต่การแนะแนวสมัยนั้นยังไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจเป็นครู แนะแนว(คุณแม่)ไม่รู้จักอาชีพใดนอกจากอยากให้ลูกเป็นครู ข้าพเจ้าจึงได้เป็นครูตามที่ผู้บังเกิดเกล้าอยากให้เป็น เสียดายงาน การโรงแรมที่ได้เข้าไปฝึกงาน 1 เดือน มันน่าจะเหมาะกับเรา แต่ช่างเถอะ..ความเป็นครูที่อยู่ในจิตวิญญาณมันอยู่ในสายเลือดซะแล้วเรารักอาชีพครู ความเป็นคนบ้านนอก มันทำให้อยู่ในเมืองหลวงค่อนข้างลำบากเนื่องจากเป็นคนตรง และมีนิสัยคนบ้านนอก คือ ชอบช่วยเหลือและจริงใจ คนเมืองหลวงไม่ค่อยจริงใจ เห็นแก่ตัว ชิงดี ชิงเด่น กลั่นแกล้งกันสารพัด ถ้าเป็นไปได้ข้าพเจ้าอยากยกคนบ้านนอกมาอยู่ในเมืองหลวงคงทำให้ประเทศไทยน่าอยู่มากว่านี้ แต่ก็นั้นแหละหลังจากมาอยู่กรุงเทพตั้งนานหันกลับไปบ้านนอก ความเป็นบ้านนอกก็ยังเหลือยู่นิดเดียว ความเห็นแก่ตัวก็มากขึ้น เพราะเกิดการแข่งขันในทุกด้าน คุณมี ฉันก็ต้องมี คุณได้ฉันก็ต้องได้ มันเป็นกันทุกหย่อมหญ้าจริงๆ จากที่ได้ฟังอาจารย์บรรยายนั้นมันก็ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนในเรื่องการจัดการศึกษา เรามองการจัดการศึกษาไปข้างหน้าไกลเกินไป เรามุ่งแต่จะมองไปข้างหน้า ในขณะเดียวกันเราก็ลืมมองดูตัวเราว่า ความเป็นตัวเรา คือ อะไร เราควรทำอย่างไร ถ้าเราทำเช่นนี้แล้วจะเกิดผลเสียอย่างไร มุ่งแต่จะพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ทั้งที่สิ่งที่ทำในอดีตมันก็ดีอยู่แล้วแต่ก็ต้องเปลี่ยนเพราะการปฏิรูปการศึกษา ทุกอย่างต้องเปลี่ยนหมดแม้สิ่งที่เปลี่ยนมันจะเปลี่ยนแค่ชื่อก็ต้องเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนชื่อวิชา มาเป็นสาระ ซึ่งคำว่าสาระในความคิดของข้าพเจ้านั้นคือ เห็นคนใช้คำว่า “สาระ” กับคำว่า “ไม่มีสาระ ไร้สาระ” ซึ่งคำเดิม คำว่า “วิชา” มันก็ดีอยู่แล้ว ความหมาย ก็คือ ความรู้ ข้าพเจ้าอยากให้ใช้คำว่าวิชาตามเดิมเพราะในระดับมหาวิทยาลัยก็ยังใช้คำว่าวิชา เกรงว่าเด็กจะสับสนการบริหารงานของผู้ใหญ่ การได้เรียนได้รู้ได้เห็นรวมทั้งได้เป็นผู้ปฏิบัติในการจัดการศึกษาในปัจจุบันนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกห่วงอนาคตการศึกษาไทยที่การศึกษามุ่งเน้นการประเมินงานด้านเอกสารมากเกินไป จนทำให้งานด้านการสอนด้อยลงไปนักเรียนอ่านหนังสือไม่ออกเยอะมาก การประเมินผลด้านการศึกษาเป็นเรื่องที่ดีถ้าเราไปมุ่งพัฒนาผู้เรียน แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าสัมผัสนั้น ยังไม่ใช่ ในระบบมหาวิทยาลัยนั้นการจัดการด้านบุคลากรอาจเพียงพอแต่ในระดับประถมศึกษา คนที่ทำงานเอกสารนั้นก็คือครู ถ้าครูมานั่งทำงานเอกสารงานสอนก็ด้อยคุณภาพลงแน่นอน โดยเฉพาะงานนโยบายของท่าน งานโครงการรายวัน โครงการสันจร และโครงการในแผนพัฒนาการศึกษามันเยอะแยะไปหมด สรุปโครงการท่านไม่ทันหรอกค่ะ ที่พูดมาไม่ต้องการให้ท่านเห็นใจครูหรอกค่ะ แค่ท่านเห็นใจนักเรียนของครูที่มันไม่ได้เรียนก็พอ กราบขอบพระคุณค่ะ แม่พิมพ์ของชาติ
69. ธัญชนก ไชยโคตร
เมื่อ อ. 18 ก.ย. 2550 @ 11:57
389474 [ลบ]
งานครั้งที่ 5 วิชาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ เรียนวันที่ 30 สิงหาคม 2550 นางสาวธัญชนก ไชยโคตรยุทธวิธีในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันการโลกมีการเปลี่ยนแปลงและเปิดกว้างมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การเรียน และเทคโนโลยีต่างๆ ในด้านการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนา การเป็นผู้บริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้มีความรู้ วิเคราะห์เหตุการณ์ วิเคราะห์สภาพแวดล้อม และขีดความสามารถจึงไม่จำกัดเฉพาะที่เท่านั้น แต่จะต้องวิเคราะห์ในมุมกว้าง ทั้งในระดับประเทศ ระดับโลก ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารต้องเป็นผู้สามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ สถานการณ์ต่างๆได้ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารองค์กร การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติหรือลงมือแข่งขันในเชิงกลยุทธิ์เราต้องมีข้อมูลของคู่แข่งวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง ดังนี้1. ขีดความสามารถระดับโลก2. ขีดความสามารถระดับสภาพแวดล้อมทางการผลิต3. ขีดความสามารถระดับสภาพแวดล้อมทางหน้าที่ การตลาด บุคคล ที่จะทำงานได้สำเร็จ4. ขีดความสามารถขององค์กร พื้นฐานของการวิเคราะห์จะต้องมีคุณลักษณะพื้นฐานคือ 1. ความถูกต้อง มีคุณธรรม 2. ความเก่ง ต้องรู้ลึกรู้จริง 3. ความฉลาดทางอารมณ์ ต้องมีความเข้าใจผู้อื่นคุณลักษณะที่จำเป็น คือ 1. มีพลังเชิงบวก มีความกล้า และคิดว่าตัวเองทำได้ 2. แผ่ซ่านในองค์กร ต้องขยายความรู้ให้คนในองค์กร 3. เหนือคนอื่น 4. ทำให้สำเร็จ 5. ความรู้สึก เน้นในเรื่องของความรู้สึกของคนในองค์กรวงจรการเปลี่ยนแปลง มี 2 ประเภทคือ 1. COE ( Circle Of Concern ) คือ สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่นปัจจัยภายนอก 2. COI ( Circle Of Influence ) คือ สิ่งที่สามารถควบคุมได้ เช่น ตัวเอง องค์กรของตัวเราเองประเภทของการเปลี่ยนแปลง1. ENVIRONMENTAL DETERMINIEM สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นตัวกำหนด 2. ENVIRONMENTAL PROSIBILISM สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นตัวกำหนดทางเลือก 3. ENVIRONMENTAL PROBROLISM สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นตัวกำหนดทางเลือกที่เราสามารถเลือกด้วยตัวของเรา 4. FREE WILE ENVIRONMENTAL สภาพแวดล้อมภายนอกไม่มีความหมาย รูปแบบของการเปลี่ยนแปลง มี 2 ประเภท คือ 1. เปลี่ยนแปลงในเชิงปริมาณ QUANTITATIVE CHANGE ใช้สายตาตัดสินได้ 2. เปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ QUALITATIVE CHANGE ใช้การคิดวิเคราะห์ตัดสิน *************************************
70. ธัญชนก ไชยโคตร
เมื่อ อ. 18 ก.ย. 2550 @ 11:58
389479 [ลบ]
งานครั้งที่ 6 วิชาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ วันที่ 6 กันยายน 2550 นางสาวธัญชนก ไชยโคตร ศึกษาดูงานโรงเรียนนวมินทราชูทิศและเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า จากการไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ทำให้ได้เห็นการบริหารโรงเรียนซึ่งมีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านการบริหารคน บริหารงาน และบริหารการศึกษา การจัดการศึกษาทั้ง 2 โรงเรียนถือว่ามีความเป็นเลิศในด้านการจัดการศึกษามาก นักเรียนที่เข้าไปเรียนทั้ง 2 โรงเรียนค่อนข้างมีคุณภาพทำให้การจัดการศึกษา ประสบผลสำเร็จ ทั้งด้านผู้เรียน และกระบวนการบริหาร สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องการบริหารโรงเรียนคือ ในการจัดการศึกษานั้น ชุมชนถือว่ามีความสำคัญยิ่งที่ต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพราะการที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมนั้น ทำให้ทราบความต้องการของชุมชนว่าต้องการให้บุตรหลานมีความเป็นเลิศด้านใด และชุมชนสามารถช่วยจัดการการเรียนในด้านใดได้บ้าง จากการที่ไปศึกษาดูงานในหลายที่รวมทั้งครั้งนี้ ชุมชนถือเป็นส่วนสำคัญส่วนที่ 1 ที่มีส่วนผลักดันนโยบายและการพัฒนาในด้านต่างๆ รวมทั้งผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกล มีภูมิรู้ ภูมิธรรมและภูมิฐาน เป็นนักบริหารมืออาชีพไม่ใช่ผู้บริหารสมัครเล่น ขอบคุณท่านอาจารย์ ดร.กีรติ ยศยิ่งยงเป็นอย่างยิ่งที่ให้โอกาสในการพานักศึกษาไปดูงาน ไปศึกษาสภาพจริง ทำให้ได้รู้ได้เห็นการทำงานการบริหรโรงเรียน อย่างน้อยก็ยังมีโรงเรียนดีๆในประเทศไทยที่ได้ทำหน้าที่ในการสอนเพื่อเด็กนักเรียนพัฒนาโรงเรียน ไปสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ อยากให้หลายโรงเรียนในกรุงเทพมหานครมีการพัฒนาโรงเรียนเพื่อนักเรียนจริงๆ ไม่ใช่พัฒนาเอกสารจนลืมงานสอนนักเรียน ************
71. ธัญชนก ไชยโคตร
เมื่อ อ. 18 ก.ย. 2550 @ 12:05
389485 [ลบ]
งานครั้งที่ 2 วิชาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ วันที่ 9 สิงหาคม 2550 นางสาวธัญชนก ไชยโคตรสรุปการคิดและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์การเรียน การคิดเชิงกลยุทธ์ มีลักษณะการคิด ( Thinking Approach ) ดังนี้1. จะคิดจากใหญ่ไปหาเล็ก ( Deductive Approach )2. จะคิดจากเล็กไปหาใหญ่ ( Inductive Approach )สิ่งที่ได้รับจากกรณีศึกษา คือ3. ข้อมูลเพียงพอ4. ต้องวิเคราะห์ข้อมูล5. กำหนดทางเลือก6. ต้องวิเคราะห์ทางเลือกที่ดีที่สุด นั่นหมายถึงว่า “ อำนาจการต่อรองเปลี่ยนทิศทางตามกาลเวลา ในการปรับกระบวนการคิดแบบเปลี่ยนวิธีคิดโดยประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎี ( Game Throry) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่นิยมใช้มาก ลักษณะการคิดแบบนี้จะเป็นลักษณะคนคิดและประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ คือ จะเป็นการคิดที่เปลี่ยนจากวิธีกระบวนการคิดมาเป็นการคิดแบบใช้กลยุทธ์ กรอบการคิดจะมีลักษณะ คิดเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม ( Context Thinking )2. คิดไปข้างหน้า ( Forward Thinking )3. คิดแบบมีวิสัยทัศน์ ( Visionary Thinking )4. คิดเปรียบเทียบ ( Matching Thinking )5. คิดเชิงองค์รวม 6. คิดทั้งระบบ ( System Thinking )7. คิดให้น้ำหนัก8. คิดเชิงให้กับผู้รับบริการ 9. คิดถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จ ( Thinking Paradign to Strategic Thinking )10. คิดถึงผลกระทบ (Impact Thinking )11. คิดตามเกม ( Game Thinking )12. คิดแบบมีปุ่มการคิด ( Bottom Line Thinking )13. คิดตามนวัตกรรม ( Innovation Thinking )14. คิดแบบไม่มีถูกผิด ( Grey Thinking )15. คิดอย่างมีแผน ( Planiner Thinking )ความเป็นมาของทฤษฎีเกมทฤษฎีเกม คือ ส่วนหนึ่งของแนวคิดทางพฤติกรรมศาสตร์ มีส่วนเน้นใน 2 ลักษณะ คือ 1. เน้นตรรกศาสตร์เชิงตัวเลข ที่เป็นตัวเลขแบบมีที่มา มีเหตุผล 2. เน้นแนวทางประจักษ์นิยม นั่นคือดำเนินการตามบรรทัดฐาน 2 มิติ หัวใจของทฤษฎีเกม ( Game Theory ) ò ช่วยให้การตัดสินใจดีที่สุด มีเหตุผล ( Logical Decision)ò ทำให้ รู้เขา รู้เรา ( เชิงกลยุทธ์ Strategic Thinking )ò มีอำนาจการต่อรอง ( Bargaining Power )òช่วยวิเคราะห์ทางเลือก ( Choice Analysis)òวิเคราะห์ผลดีที่สุดที่จะได้รับ เกมแต่ละเกมจะชนะหรือแพ้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะสมตามคุณลักษณะของคน ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่จะมีมี 2 ประเภท คือ1. มุ่งเน้นเป้าหมายเป็นแนวตั้ง ไม่สนใจวิธีการ ( Machiavellian Type) ทฤษฎีการคิดอย่างฉลาด จะประกอบด้วย 3 ประการ 1. คนฉลาดดูที่การตัดสินใจ 2. คนฉลาดอยู่กับคนอื่น ความฉลาดจะเพิ่มขึ้น3. คนฉลาดเพราะมีกรรมการ3. Zero sum Game ( Win 25 / Lose 75 ) คือ เกมที่คนฉลาดและมีอำนาจการต่อรองสูงจะนิยมเล่นมาก4. Positive sum Game ( Win 80 / Win 20 ) คือ เกมของคนฉลาด5. Negaitive sum Game ( Lose / Lose ) คือ เกมสำหรับคนโง่ ไม่ฉลาด อย่างไรก็แพ้ทั้งคู่6. Minimax เกมที่เอื้อประโยชน์สูงสุด ดีที่สุดสำหรับเรา ขาดคะแนนจุดกลาง7. Simultancous Game คือ เกมที่เป็นไปตามสภาพการณ์ อย่างไรก็ตามยังมีการคิดอีก 2 วิธีที่นิยมใช้กันมาก ได้แก่Strategic Move การคิดขับเคลื่อน Sequential Game จบในเกม ซึ่งเราสามารถนำเทคนิควิธีในทฤษฎีเกมเช่น ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิเคราะห์ผลดีผลเสีย วิเคราะห์คู่ต่อสู้ วิเคราะห์อำนาจการต่อรอง ฯลฯ แล้วมาปรับใช้กับคนในองค์กร นำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารสถานศึกษาได้
72. นายสถิต โชติกรณ์
เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 12:35
390616 [ลบ]
นายสถิต โชติกรณ์ รหัส 491205029 สาขาการจัดการศึกษา มมร. ( 9 ก. ย. 2550 )
หลักการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
การคิดและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ แบบกลไก ( Mechanic ) แบบแนวนอน ( Organic) การคิดเชิงวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ การคิดเชิงสร้างสรรค์การคิดเชิงกลยุทธการคิดจากใหญ่ไปเล็กการคิดจากเล็กไปใหญ่ ความเป็นมาของทฤษฎีเกมส์ทฤษฎีเกมส์ คือ ส่วนหนึ่งของแนวคิดทางพฤติกรรมศาสตร์ มีส่วนเน้นใน 2 ลักษณะ คือ 1. เน้นตรรกศาสตร์เชิงตัวเลข ที่เป็นตัวเลขแบบมีที่มา มีเหตุผล 2. เน้นแนวทางประจักษ์นิยม ดำเนินการตามบรรทัดฐาน 2 มิติ หัวใจของทฤษฎีเกมส์ ( Game Theory ) ช่วยให้การตัดสินใจดีที่สุด มีเหตุผล ( Logical Decision) ทำให้ รู้เขา รู้เรา ( เชิงกลยุทธ์ Strategic Thinking ) มีอำนาจการต่อรอง ( Bargaining Power ) ช่วยวิเคราะห์ทางเลือก ( Choice Analysis)Concept ของทฤษฎีเกมส์ คือ กระบวนการคิด ที่เป็นประโยชน์สูงสุดควรเลือก วิเคราะห์ผลดีที่สุดที่จะได้รับ เกมส์แต่ละเกมส์จะชนะหรือแพ้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะสมตามคุณลักษณะของคน ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่จะมีมี 2 ประเภท คือ1. มุ่งเน้นเป้าหมายเป็นแนวตั้ง ไม่สนใจวิธีการ ( Machiavellian Type)2. มุ่งเน้นเป้าหมายและวิธีการให้สอดคล้องกัน ( Principle Iriented Type) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม - กลุ่มมีหลักการ มีจรรยาบรรณ - กลุ่มที่มีอุดมการณ์ดังนั้น คือ เราต้องคิด คิดว่าอะไรเป็นประโยชน์สูงสุดควรเลือก1. ต้องคิดครอบคลุม ( Dominant Strategry ) การคิดแบบคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด จะเกิดในคนฉลาดเท่านั้น2. คิดครอบคลุมแต่คิดบางส่วน ( Dominanted Strategry ) มองทั้ง 2 ด้าน คิดในลักษณะ ( Bottom Line Thinking ) ตะเกิดผล คะแนนสมดุล = คะแนนกลาง ( Equilbrium Point) หนทางที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ Minimaxอาทิเช่น เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันต่างฝ่ายต่างรับรู้ ( Simulaneous Game) ความเป็นไปได้ Properbilility จะเกิดกระบวนการชนะ – แพ้ ( Win - lose) และจบตามกระบวนการที่เราต้องการ Sequential Game อย่างไรก็ตามถ้าเราคิดตามเกม รูปแบบการคิดจะเป็นการคิดเชิงระบบ คิดเชิงองค์รวม คิดเชิงบูรณาการ สำหรับในการคิดที่เป็นคู่แข่ง ต้องอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม อ่อนไหวต่อสภาพคู่แข่ง ( Customer value Thinking ) ทฤษฎีการคิดอย่างฉลาด จะประกอบด้วย 3 ประการ 1. คนฉลาดดูที่การตัดสินใจ 2. คนฉลาดอยู่กับคนอื่น ความฉลาดจะเพิ่มขึ้น3. คนฉลาดเพราะมีกรรมการ3. Zero sum Game ( Win 25 / Lose 75 ) คือ เกมที่คนฉลาดและมีอำนาจการต่อรองสูงจะนิยมเล่นมาก4. Positive sum Game ( Win 80 / Win 20 ) คือ เกมของคนฉลาด5. Negaitive sum Game ( Lose / Lose ) คือ เกมสำหรับคนโง่ ไม่ฉลาด อย่างไรก็แพ้ทั้งคู่6. Minimax เกมที่เอื้อประโยชน์สูงสุด ดีที่สุดสำหรับเรา ขาดคะแนนจุดกลาง7. Simultancous Game คือ เกมที่เป็นไปตามสภาพการณ์ การแข่งขันจะเป็นลักษณะการโยนหินถามทาง การคิดเชิงกลยุทธ์ มีลักษณะการคิด ( Thinking Approach ) ดังนี้1. จะคิดจากใหญ่ไปหาเล็ก ( Deductive Approach )2. จะคิดจากเล็กไปหาใหญ่ ( Inductive Approach )สิ่งที่ได้รับจากกรณีศึกษา คือ3. ข้อมูลเพียงพอ4. ต้องวิเคราะห์ข้อมูล5. กำหนดทางเลือก6. ต้องวิเคราะห์ทางเลือกที่ดีที่สุด
สรุป การปรับกระบวนการคิดแบบเปลี่ยนวิธีคิดโดยประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎี ( Game Throryเป็นลักษณะคนคิดและประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ กระบวนการคิด ที่เป็นประโยชน์สูงสุดควรเลือก วิเคราะห์ผลดีที่สุดที่จะได้รับ เกมส์แต่ละเกมส์จะชนะหรือแพ้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะสมตามคุณลักษณะคุณลักษณะของคน และเกมส์ที่เล่นจะต้องควบคุมได้ทุกขั้นตอน
***************************************************************************************************
73. จินตนา สามรรค์สาสน์
เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 17:36
390886 [ลบ]
สรุปความคิดเห็นเรื่องการรับรองวิทยฐานะและการประกันคุณภาพการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา (Quality Assurance) เกี่ยวข้อง 4 คำคือ 1. การควบคุมคุณภาพ (Quality Control ) คือ กระบวนการหรือกลไกภายในสถาบัน เพื่อกำกับดูแลและพัฒนาการดำเนินงานให้บรรลุตามเกณฑ์ที่กำหนด 2. การตรวจสอบคุณภาพ (Quality Audit) คือ การตรวจสอบการดำเนินการการควบคุมคุณภาพโดยหน่วยงานภายในหรือภายนอกก็ได้ ว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นหรือไม่ 3. การรับรองคุณภาพ (วิทยฐานะ) (Quality Accreditation) คือ การรับรองว่าสถานศึกษาได้ดำเนินการครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด 4. การประเมินคุณภาพ (Quality Assessment) คือ การตัดสินผลการดำเนินการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัย/คณะตามเกณฑ์ที่กำหนด การตรวจสอบจะมุ่งเน้นไปที่องค์ประกอบหลัก 9 องค์ประกอบ คือ 1. ปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค์ และแผนงาน 2. การเรียนการสอน 3. กิจกรรมพัฒนานิสิตนักศึกษา 4. การวิจัย 5. การบริการทางวิชาการสู่สังคม 6. การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 7. การบริหารจัดการ 8. การเงินและงบประมาณ 9. ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ
74. จินตนา สามรรค์สาสน์
เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 17:40
390892 [ลบ]
สรุปเนื้อหาที่เรียนกับ ดร. ศุลีพร เศวตพงษ์ เรื่องการนิเทศการศึกษาการติดตามและการประเมินผลการจัดการศึกษา
การนิเทศการศึกษา (Educational Supervision) คือ กระบวนการติดตามผลงานที่สำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นกระบวนการหนึ่งที่ทำให้เกิดการปรับปรุงพัฒนา กระบวนการเรียนการสอนของครูโดยมุ่งให้ครูได้เข้าใจสภาพปัญหาการเรียนการสอน และหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การนิเทศยังใช้ในการชี้แนวทางการปฏิบัติงาน เสนอแนะ อบรม ฝึกสอน สังเกตการณ์ กระตุ้นแก้ไขและส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการนิเทศสนใจในงานที่รับผิดชอบ อีกทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานด้วย ความมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษาสรุปได้ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน และประสานความร่วมมือกับบุคลากร หน่วยงาน หรือองค์กรอื่นๆ 2. เพื่อเสริมสร้างแนวคิด ความรู้และประสบการณ์อันหลากหลายให้แก่ครู และได้ตระหนักถึงการพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นครูมืออาชีพ 3. เพื่อสร้างเสริมขวัญและกำลังใจ ให้ครูสามารถปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ และเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ประโยชน์ของการนิเทศ1.ช่วยให้เกิดการบริหารงานที่ถูกต้องตามทิศทางของมาตรฐานและนโยบายชาติ 2.ช่วยส่งเสริมให้แต่ละหน่วยงานปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการ3.ช่วยนักบริหารในการวางแผนกำหนดนโยบาย นำผลการประเมินมาวางแผนงานตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ในปีต่อไป4.ช่วยประเมินความต้องการในการให้บริการแก่หน่วยงานภายนอก 1. ช่วยส่งเสริมให้บุคลากรมีความสามัคคี พอใจ และภาคภูมิใจในงาน มีขวัญกำลังใจ และความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในการทำงาน 2. ช่วยในการกำหนดจุดประสงค์ และเป้าหมายของการพัฒนา 3. ช่วยในการกำหนดมาตรฐานการทำงานที่เหมาะสม 4. ช่วยให้ผู้บริหารทราบอุปสรรคและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน จะได้ให้คำแนะนำได้ถูกต้อง 5. ช่วยให้เกิดการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก 6. ช่วยโน้มน้าวจิตใจผู้ปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
75. จินตนา สามรรคสาสน์
เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 17:44
390895 [ลบ]
เนื้อหาสาระความรู้ที่ได้ทราบจากการเรียนวิชา การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2550 รูปแบบการคิด ( Thinking form ) มี 3 รูปแบบ คือ- รูปแบบง่าย ( Simple)- มีลักษณะแนวนอน ( Linear )- มีวิธีการคิดแบบกลไก ( Mechanic )การคิดโดยทั่วไปมักใช้ 2 ลักษณะ คือ ถ้าคิดหรือเรียนแบบ Mechanic หรือคิดแบบกลไก มักถามเพื่อให้ตอบแบบรู้จำ คำถามจะเป็นประเภท What เช่น* อะไรเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษา ( คำตอบ หลักสูตร / ครู )ส่วนการคิดหรือเรียนแบบ Organic จะต้องตอบคำถาม Why เช่น* ทำไมการจัดการศึกษาจึงมีปัญหา ( คำตอบจะหลากหลายตามความคิดของแต่ละคน ) ซึ่งการเรียนโดยการฝึกให้คิดแบบนี้จะไม่น่าเบื่อHierarchy of Thinking- การคิดวิเคราะห์ - การคิดเชิงระบบ- การคิดเชิงกลยุทธ์ มีลักษณะการคิด ( Thinking Approach ) ดังนี้1. จะคิดจากใหญ่ไปหาเล็ก ( Deductive Approach )2. จะคิดจากเล็กไปหาใหญ่ ( Inductive Approach )สิ่งที่ได้รับจากกรณีศึกษา คือ3. ข้อมูลเพียงพอ4. ต้องวิเคราะห์ข้อมูล5. กำหนดทางเลือก6. ต้องวิเคราะห์ทางเลือกที่ดีที่สุด นั่นหมายถึงว่า “ อำนาจการต่อรองเปลี่ยนทิศทางตามกาลเวลา ”การปรับกระบวนการคิดแบบเปลี่ยนวิธีคิดโดยประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎี ( Game Throry) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่นิยมใช้มาก ลักษณะการคิดแบบนี้จะเป็นลักษณะคนคิดและประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ กล่าวคือ จะเป็นการคิดที่เปลี่ยนจากวิธีกระบวนการคิดมาเป็นการคิดแบบใช้กลยุทธ์ กรอบการคิดจะมีลักษณะ 1. คิดเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม ( Context Thinking )2. คิดไปข้างหน้า ( Forward Thinking )3. คิดแบบมีวิสัยทัศน์ ( Visionary Thinking )4. คิดเปรียบเทียบ ( Matching Thinking )5. คิดเชิงองค์รวม6. คิดทั้งระบบ ( System Thinking )7. คิดให้น้ำหนัก8. คิดเชิงให้กับผู้รับบริการ 9. คิดถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จ ( Thinking Paradign to Strategic Thinking )10. คิดถึงผลกระทบ (Impact Thinking )11. คิดตามเกม ( Game Thinking )12. คิดแบบมีปุ่มการคิด ( Bottom Line Thinking )13. คิดตามนวัตกรรม ( Innovation Thinking )14. คิดแบบไม่มีถูกผิด ( Grey Thinking )15. คิดอย่างมีแผน ( Planiner Thinking )
76. จินตนา สามรรค์สาสน์
เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 17:51
390897 [ลบ]
สรุป การบรรยายพิเศษ เรื่อง การปฎิรูปการศึกษาอดีต ปัจจุบัน อนาคต โดย ผู้บรรยาย ผศ. ขวัญดี อัตวาวุฒิชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณคดีและประวัติศาสตร์ไทย- ต่างประเทศ วันที่ 15 สิงหาคม 2550 เวลา 18.30 น. ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการปฎิรูปการศึกษาคือกษัตริย์ สถานที่ให้การศึกษาจึงอยู่ในพระราชวัง ผู้ที่มีโอกาสได้เรียนเช่น ลูกท่านหลานเธอ เจ้าขุนมูลนาย และวัด คือศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ของประชาชน มี พระ เป็นผู้สอน จากหลักฐานทางประวัติศาตร์ที่ค้นพบไม่ได้เริ่มต้นที่หลักศิลาจารึกหลักที่ 1 ในสมัยสุโขทัย พ่อขุนรามคำแหง แต่การศึกษาและความรู้ที่มีคุณค่าได้สอดแทรกอยู่ในวิถีการดำรงชีวิตของบรรพบุรุษไทยมาช้านานมีพุทธศาสนาเป็นเบ้าหลอมรวม สามารถศึกษาค้นพบองค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาของไทยจาก โบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่ยังปรากฏร่องรอยเหลืออยู่ ทุกรัชกาล อาจารย์เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทยมาก ถ้ามีโอกาสก็อยากฟังอาจารย์บรรยายอีก
77. จินตนา สามรรค์สาสน์
เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 17:56
390900 [ลบ]
จากการที่อาจารย์ได้นำนักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2550 ณ โรงเรียนบดินทรเดชา
(สิงห์ สิงหเสนีย์)และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าทั้งสองโรงเรียนนี้มีความเป็นเลิศแตกต่างกัน เรียกว่าเหมือนกันในนโยบายแต่หลากหลายในการปฏิบัติ และที่เหมือนกันคือ ทั้งสองสถาบันมุ่งผลิตคนดีคุณภาพ มีคุณลักษณะตามที่สังคมโลกต้องการตลอดจนเป็นที่พึ่งของตนเองและสังคมได้ในอนาคต
สิ่งที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน สรุปได้ว่าในการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศนั้นสิ่งสำคัญ คือ
ผู้บริหารควรมีความสามารถทางการจัดการ 3 ด้านด้วยกัน คือ 1. ความสามารถด้านความคิด (Conceptual Skill) เป็นความสามารถในการมองภาพรวมทั่วทั้งองค์การ และความสามารถที่จะรวบรวมเอากิจกรรมและสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในองค์การ 2. ความสามารถด้านคน (Human Skill) ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การทำงานเป็นทีม การสร้างบรรยากาศในการทำงาน และการยอมรับความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน 3. ความสามารถด้านงาน (เทคนิค) (Technical Skill) มีความรู้ ความชำนาญ กระบวนการ วิธีการ ขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงาน และความสามารถในการประยุกต์ให้งานประสบความสำเร็จได้ดี แม่ชีต้องขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างยิ่งที่ได้นำนักศึกษาไปดูงานในครั้งนี้ นับเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่ การศึกษาถ้าเรียนแต่ในห้องก็ได้รับแค่สิ่งที่อาจารย์ผู้สอนหยิบยื่นให้ แต่การไปศึกษาสภาพจริงนั้นมันมีค่ามหาศาลได้ทั้งความรู้ประสบการ ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ
78. พรรณี โชติกรณ์
เมื่อ พฤ. 20 ก.ย. 2550 @ 00:51
391275 [ลบ]
การปฏิรูปการศึกษา วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2550 ผศ.ดร.ขวัญดี อัตวาวุฒิชัยสรุปภาพรวมสรุปข้อมูลการบรรยาย อาจารย์ ขวัญดี จากคณะศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บรรยายข้อมูลทางวิชาการเรื่อง การปฏิรูปการศึกษาไทยเชิงกลยุทธ์ในอดีตจับประเด็นได้ว่า ประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงกัน เป็นอาณาจักรสุวรรณภูมิมีแนวคิดและกรอบทางวัฒนธรรมเดียวกัน และได้รับอิทธิพลจากประเทศอินเดีย อันเกี่ยวเนื่องกับการนับถือศาสนาพุทธ ศาสนานิกายเถรวาท และ การปฏิรูปการศึกษาไทยมีมานานแล้ว ในอดีตเช่น “ จินดามณี ” มีฉบับสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางด้านการศึกษา อักษรศาสตร์ เพื่อเป็นกุนแจดอกสำคัญในการไขปริศนาในอดีตวัดบวรนิเวศมีความสำคัญกับการปฎิรูปการศึกษา ในสมัยรัชการที่ 4 และ รัชการที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยวัดเป็นศูนย์กลางศาสนา ขยายขอบเขตการศึกษาไปทั่วประเทศ และ โรงเรียนได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ แห่งแรกเพื่อศึกษาธรรม และ วิชาการหลากหลาย ในระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี โท เอก ให้เทียบเท่ากับสากลสมัยนั้น ข้อมูลด้านวรรณคดีวิเคราะห์ ที่นักปราชญ์ได้นิพนขึ้น มีคุณค่าด้านเนื้อหา คือ สอดแทรกปรัชญา สุภาษิต คำสอน เพื่อเป็นแนวคิด แนวปฏิบัติในการใช้ชีวิตสมัยนั้นเป็นข้อมูลทางการศึกษาทั้งสิ้น มีคุณค่าต่อชีวิต ศิลปะ และ วัฒนธรรมของชาติสรุปอาจารย์เสนอแนะว่า “ การศึกษาของไทย ” ขาดการลำดับเนื้อหา สารสำคัญในอดีตเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงประวัติความเป็นมาซึ่งเป็นข้อมูลหลักฐานเป็นรูปธรรมากมาย แต่ขาดการบูรณาการ และ ขาดการเห็นความสำคัญ ทำไห้ข้อมูลทางการศึกษาไม่แม่นยำ ควรจัดระบบ ระเบียบเพื่อใช้เป็นหลักฐานข้อมูลอ้างอิงเรื่องราวในอดีต เพื่อเอื้อต่อการศึกษาในปัจจุบัน และ อนาคต ********************************************
79. สวัสดิ์ โชติกรณ์
เมื่อ พฤ. 20 ก.ย. 2550 @ 02:03
391298 [ลบ]
การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ : วันที่ 9 สิงหาคม 2550) โดย ดร.กีรตื ยศยิ่งยง ครั้งที่ 2 การนำทฤษฎีเกม ไปใช้ในสถานศึกษา ที่สามารถช่วยการนำทฤษฎีเกมมาใช้ในการบริหารสถานศึกษา คือ ทำให้เรารู้จักปรับเปลี่ยนวิธีการคิด รู้จักวิเคราะห์ถึงผลได้ผลเสียที่เราจะได้รับ รู้จักวิเคราะห์คู่ต่อสู้ และตัวเอง ว่ามีโอกาสมากแค่ไหน นอกจากนั้น เรายังต้องวิเคราะห์ทางเลือกต่าง ๆ ที่มีอยู่ว่าจะมีทางเลือกใดให้ผลที่ดีที่สุด และสามารถทำให้คู่ต่อสู้จบในเกมของเราที่เราเป็นผู้ชนะการเรียน มี 2 รูปแบบ คือ 1. machanic คือ เรียนแบบกลไก ( what ) มีรูปแบบการคิด ( think form ) แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ- รูปแบบง่าย- มีลักษณะแนวนอน- มีวิธีการคิดแบบกลไก2. organic คือ เรียนเพื่อตอบ ( why ) จะมีรูปแบบการคิดแบบ hierarchy of thinking คือ - การคิดเชิงวิเคราะห์ - การคิดเชิงระบบ - การคิดเชิงสร้างสรรค์ - การคิดเชิงกลยุทธ์ลักษณะของการคิดจะแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ 1. การคิดจากเล็กไปหาใหญ่ ( inductive approach ) 2. การคิดจากใหญ่ไปหาเล็ก ( deductive approach ) การปรับกระบวนความคิดถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ มี 2 วิธี คือ 1. เปลี่ยนจาก mechanic ไปสู่ organic 2. เป็นแบบทฤษฎีเกม ( game theory ) คือ เป็นตรรกะ เชิงตัวเลข มีเหตุผลรองรับ เป็นแนวคิดแบบประจักษ์นิยม ตัดสินใจจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีลักษณะเด่นคือ - เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด - รู้เขารู้เรา - มีอำนาจการต่อรอง - วิเคราะห์ทางเลือก - วิเคราะห์ผลที่ดีที่สุดที่จะได้รับ การคิดแบบทฤษฎีเกมมีลักษณะ ( Game theory concept) คือ - decision Tree- dominant strategic คือ การคิดให้ครอบคลุมโดยให้ได้รับประโยชน์ที่สูงสุด- dominated strategic คือ กลยุทธ์การตัดออก ตัดส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์ออกคงเหลือไว้แต่ส่วนดีที่ได้รับผลสูงสุด - zero sum game คือ ในเกมจะมี win – lose โดยผู้ชนะ มีโอกาสเพียงแค่ 25 % ใน 100 % ผู้ที่เล่นเกมนี้จะต้องมีความฉลาด มั่นใจว่าตัวเองมีโอกาสมากแต่ไหน- positive sum game คือ ในเกม win – win ผู้เล่นเกมมีความมั่นใจสูง ว่าตนเองมีความสามารถพอที่จะเป็นผู้ชนะ ได้ถึง 80 %- negative sum game คือ ในเกม lose – lose ผู้เล่นเกมนี้ไม่ฉลาด เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะเป็นผู้ชนะ โอกาสไม่เอื้ออำนวย หรือปัจจัยที่จะเป็นตัวช่วยไม่เพียงพอ - minimax คือ การได้รับผลประโยชน์ที่สูงสุด - equilibrium คือ ความเป็นกลาง - simultenaous คือ มีสองสถานการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน - strategic move คือ การคิดแบบต่อยอด - sequential คือ จะต้องจบในเกมของเรา เป็นผู้ชนะการเลือกวิธีการคิดนั้นจะเป็นไปในรูปแบบใด จะขึ้นอยู่กับประเภทของคน ๆ นั้น ซึ่งส่วนใหญ่ประเภทของมนุษย์เรา จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ1. Machiavellian type คือ เน้นเป้าหมาย เน้นผลที่ได้รับโดยไม่สนใจวิธีการ2. Principle Oriented type คือ เน้นเป้าหมาย แต่จะต้องมีวิธีการที่สอดคล้องกันเพื่อการแข่งขันโดยมุ่งหวังชัยชนะในการบริหารองค์กร****************************
80. พรรณี โชติกรณ์
เมื่อ พฤ. 20 ก.ย. 2550 @ 02:12
391301 [ลบ]
การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ : วันที่ 9 สิงหาคม 2550) โดย ดร.กีรตื ยศยิ่งยง ครั้งที่ 2 หัวใจของทฤษฎีเกม ( Game Theory ) · ช่วยให้การตัดสินใจดีที่สุด มีเหตุผล ( Logical Decision)· ทำให้ รู้เขา รู้เรา ( เชิงกลยุทธ์ Strategic Thinking )· มีอำนาจการต่อรอง ( Bargaining Power )· ช่วยวิเคราะห์ทางเลือก ( Choice Analysis)· วิเคราะห์ผลดีที่สุดที่จะได้รับ จอนห์ เนส เสนอแนวคิดว่า การคิดของมนุษย์ มักมี 2 ทางเสมอ คือ ผิด และไม่ผิด ดังนั้น เกมแต่ละเกมจะชนะหรือแพ้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะสมตามคุณลักษณะของคน ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่จะมี 2 ประเภท คือ1. มุ่งเน้นเป้าหมายเป็นแนวตั้ง ไม่สนใจวิธีการ ( Machiavellian Type)2. มุ่งเน้นเป้าหมายและวิธีการให้สอดคล้องกัน ( Principle Iriented Type) โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ - กลุ่มมีหลักการ มีจรรยาบรรณ - กลุ่มที่มีอุดมการณ์ดังนั้น Concept ของทฤษฎีเกม คือ เราต้องคิดว่า อะไรเป็นประโยชน์สูงสุด ควรเลือกสิ่งนั้น กล่าวคือ1. ต้องคิดครอบคลุม ( Dominant Strategry ) การคิดแบบคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด จะเกิดในคนฉลาดเท่านั้น2. คิดครอบคลุมแต่คิดบางส่วน ( Dominanted Strategry ) มองทั้ง 2 ด้าน คิดในลักษณะ ( Bottom Line Thinking ) จะเกิดผล คะแนนสมดุล = คะแนนกลาง ( Equilbrium Point) หนทางที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ Minimax อาทิเช่น เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันต่างฝ่ายต่างรับรู้ ( Simulaneous Game) ความเป็นไปได้ Properbilility จะเกิดกระบวนการชนะ – แพ้ ( Win - lose) และจบตามกระบวนการที่เราต้องการ Sequential Game อย่างไรก็ตามถ้าเราคิดตามเกม รูปแบบการคิดจะเป็นการคิดเชิงระบบ คิดเชิงองค์รวม คิดเชิงบูรณาการ สำหรับในการคิดที่เป็นคู่แข่ง ต้องอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม อ่อนไหวต่อสภาพคู่แข่ง ( Customer value Thinking ) ทฤษฎีการคิดอย่างฉลาด จะประกอบด้วย 3 ประการ คือ· คนฉลาดดูที่การตัดสินใจ · คนฉลาดอยู่กับคนอื่น ความฉลาดจะเพิ่มขึ้น· คนฉลาดเพราะมีกรรมการ3. Zero sum Game ( Win 25 / Lose 75 ) คือ เกมที่คนฉลาดและมีอำนาจการต่อรองสูงจะนิยมเล่นมาก4. Positive sum Game ( Win 80 / Win 20 ) คือ เกมของคนฉลาด5. Negaitive sum Game ( Lose / Lose ) คือ เกมสำหรับคนโง่ ไม่ฉลาด อย่างไรก็แพ้ทั้งคู่6. Minimax เกมที่เอื้อประโยชน์สูงสุด ดีที่สุดสำหรับเรา ขาดคะแนนจุดกลาง7. Simultancous Game คือ เกมที่เป็นไปตามสภาพการณ์ การแข่งขันจะเป็นลักษณะการโยนหินถามทางบทสรุป ในมุมมองของทฤษฎีเกมนี้มองว่า ชีวิตนี้ คือ เกม จึงเน้นวิธีการที่หลากหลายในการดำเนินเกม ไม่ว่าจะเป็นคิดครอบคลุม คิดได้เปรียบ คิดมากอย่างคนฉลาดคิด เป็นต้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีการคิดอีก 2 วิธีที่นิยมใช้กันมาก ได้แก่1. Strategic Move การคิดขับเคลื่อน และ 2. Sequential Game จบในเกม เราสามารถนำเทคนิควิธีในทฤษฎีเกม มาประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างไร ผู้สรุปยังมองเห็นว่า ทฤษฎีดังกล่าวมีลักษณะที่เน้นในเรื่องของการแข่งขันเน้นประโยชน์ตนเป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องและผลกระทบต่อผู้อื่น หากใช้มากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมได้โดยเฉพาะในแง่ของศีลธรรมและความสงบสุขของสังคม และประเทศชาติ ดังนั้นจึงควรนำมาประยุกต์ใช้อย่างแม่นยำเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรที่ตั้งไว้********************