ทำอย่างไรจึงจะนำกิจกรรมวันสงกรานต์ในอดีตกลับมาได้

วันสงกรานต์เมื่อสมัยเป็นเด็กเรียกกลับคืนไม่ได้อีกแล้ว

ในวัย ๑๒-๑๖ ปี เมื่อประมาณปี ๒๕๑๒ ถึง ๒๕๑๖ ที่ผ่านมาผู้เล่าเป็นเด็กในชนบท(บ้านนอก) ได้พบได้เห็นวัฒนธรรม(ความดีงามที่สืบทอดกันมา)ของหมู่บ้านเกิดในวันสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะวันสงกรานต์ จะจัดงานกันประมาณ ๕-๗ วัน ทั่วทั้งอำเภอ โดยจะมีกิจกรรมที่หนุ่มสาวมีโอกาสได้พบกัน ได้พูดคุย ได้ทำความรู้จักกัน สถานที่พบกันของหนุ่มสาวส่วนใหญ่จะเป็นที่วัด ในช่วงกลางวัน สาวๆ ของแต่ละหมู่บ้านจะเตรียมน้ำดื่มไว้ให้แขก(หนุ่ม)ที่มาเที่ยว โดยจะมีกิจกรรมการละเล่นต่าง ๆ ของไทย เช่น การเล่นลูกช่วง ขณะเล่นหนุ่มสาวก็จะมีความสุข สนุกสนานและได้พูดคุยทำความรู้จักกัน เมื่อได้เล่นพอสมควร หนุ่ม ๆ ก็จะเคลื่อนย้ายไปหมู่บ้านต่อ ๆ ไป ซึ่งจะมมีกิจกรรมเช่นเดียวกันทุกหมู่บ้าน(น่าจะเป็นอุบายของคนสมัยก่อนที่ต้องการให้หนุ่มสาวได้มีดอกาสได้พบกันหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว) แต่ละหมู่บ้านจะห่างกันประมาณ ๒-๕ กิโลเมตร จะใช้วิธีการไปโดยเดินทางเท้า ดีที่สุดจะใช้จักรยาน จะไม่มีจักยานยนต์ รถยนต์เหมือนสมัยนี้

พอตกเย็นเวลาประมาณ ๑ ทุ่ม ถึง ๕ ทุ่ม โดยประมาณ ซึ่งแต่ละหมู่บ้านก็จะใช้แสงไฟจากตะเกียงที่ใช้น้ำมันก๊าด  แต่ละหมู่บ้านก็จะมีกิจกรรมรำวงสามัคคี หนุ่มสาวอาจจะมีการนัดหมายกันว่า เดียวในตอนเย็น/กลางคืนจะมาใหม่  โดยที่หนุ่ม ๆ ที่ไปเที่ยวในช่วงกลางคืนจะใช้แสงไฟจากตะเกียงว่าหมู่บ้านไหนมีกิจกรรม ก็จะเดินทางไปยังแสงไฟนั้นเป็นหลัก บางครั้งก็จะเดินลัดทุ่งนา บางหมู่บ้านก็จะมีถนนดิน ถนนลูกรัง กว้างประมาณ ๓-๕ เมตร หนุ่มๆที่เที่ยวสงกรานต์ในเวลากลางคืนของแต่ละหมู่บ้านนั้นจำเป็นจะต้องมีมือกลอง (ตีกลองให้จังหวะเป็น) มีนักร้องที่คอยร้องรำทำเพลงให้เข้ากับเสียงกลอง ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ได้รำวง  และหนุ่ม ๆ ที่เหลือก็จะเป็นนักรำที่ไปโค้งสาวๆ ออกมารำวง ตามจังหวะของมือกลอง และนักร้อง พอได้เวลาสักพักก็จะมีหนุ่มๆ อีกหมู่บ้านมาเที่ยว หนุ่ม ๆ ที่อยู่ ก็จะเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ต่อไป ทำเช่นนี้ทุกวัน ๆ  ซึ่งในแต่ละหมู่บ้านจะมีสาว ๆ ประมาณ ๗-๑๕ คนโดยประมาณ หนุ่ม ๆ ก็จะกลับถึงบ้านเวลาประมาณ ๕ ทุ่มถึงเที่ยงคืน ทำเช่นนี้ทุกวันๆ จนครบ ๗ วันที่มีกิจกรรมวันสงกรานต์ พอรุ่งขึ้นวันใหม่ เวลาประมาณ ๑๐โมงเช้า ก็จะไปเที่ยวต่อจนถึงเวลาประมาณ บ่าย ๓ โมง กะกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวไปเที่ยวกลางคืนต่อ หนุ่ม ๆ ที่ไปเที่ยวของแต่ละหมู่บ้านจะมีน้ำใจความเป็นนักกีฬา เมื่อหนุ่มอีกหมู่บ้านมาเที่ยว หนุ่มหมู่บ้านที่มาก่อนก็จะออกไปเที่ยวหมู่บ้านอื่น ต่อๆ ไป

เมื่อนึกไปอดีตก็จะมองเห็นภาพความประทับใจของความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำจิตน้ำใจที่ดีต่อกันของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของคนในแต่ละหมู่บ้าน

กิจกรรมหลักที่สำคัญอีกก็คือการทำบุญ สรงน้ำพระ รดน้ำผู้สูงอายุและรดน้ำดำหัวกันอย่างสนุกสนาน

สุดท้ายของวันสงกรานต์ ก็อาจจะมีหนุ่มสาวบางคู่ได้มีการมาสู่ขอและแต่งงานกัน นี่คือวัฒนธรรมที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีกแล้ว จะหาหนุ่ม จะหาสาวแต่ละหมู่บ้านไม่มีอีกแล้ว จะมีแต่เด็ก ๆ และคนแก่เฝ้าหมู่บ้าน