ส่งความสุขและอนุโมทนาบุญกุศลแด่กัลยาณมิตรทุกท่านด้วยความจริงใจ เนื่องในเทศกาลปีใหม่ของชาวไทยครับ
กิจกรรมส่งเสริมจิตสังคมของคณะกายภาพบำบัดฯ ม.มหิดล ออกมาในรูปแบบส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีไทย เช่น การไหว้พระ การทำวัตรเช้าและทำบุญตักบาตร การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรอาจารย์อาวุโสและผู้ป่วยสูงอายุที่มารับบริการ ณ คลินิก การรับฟังนักศึกษาเล่นดนตรีไทย การร่วมรับประทานขนมหวานไทยที่มีชื่อเป็นสิริมงคล (ทองหยอด ฝอยทอย ขนมตาล ฯลฯ) การแต่งชุดไทยสีสดใส เป็นต้น


ผมได้อ่านรายละเอียดของพิธีมงคลสงกรานต์ เลยอยากนำมาให้ทุกท่านได้อ่านครับ คลิกอ่านรายละเอียดที่น่าสนใจเพิ่มเติมจาก http://www.banfun.com/culture/newyearthai.html
วันสงกรานต์เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ซึ่งกษัตริย์สิงหศแห่งพม่า ทรงตั้งขึ้นเมื่อปีกุนวันอาทิตย์ พ.ศ. ๑๑๘๑ โดยกำหนดเอาดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษได้ ๑ องศา ประกอบกับไทยเราเคยนิยมใช้จุลศักราช สงกรานต์จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยอีกด้วย ในปีแรกที่กำหนดเผอิญเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่วันที่ ๑๓ เมษายนทุกปี แต่เมื่อเป็นประเพณี ก็จำเป็นต้องเอาวันนั้นทุกปี เพื่อมิให้การประกอบพิธี ซึ่งมิได้รู้โดยละเอียดต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันที่ ๑๓ จึงเป็นวันสงกรานต์ของทุกปี
ปกติวันสงกรานต์จะมี ๓ วัน คือ เริ่มวันที่ ๑๓ เมษายน ถึงวันที่ ๑๕ เมษายน วันแรกคือวันที่ ๑๓ เป็นวันมหาสงกราต์ วันที่พระอาทิตย์ต้องขึ้นสู่ราศีเมษ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา (พระอาทิตย์คงอยู่ที่ ๐ องศา) วันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศกใหม่ และเริ่มจุลศักราชในวันนี้ เมื่อก่อนจริงๆ มีถึง ๔ วัน คือวันที่ ๑๓ -๑๖ เป็นวันเนาเสีย ๒ วัน (วันเนาเป็นวันอยู่เฉยๆ) เป็นวันว่าง พักการงานนอกบ้านชั่วคราว
จะเห็นได้ว่า วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จนถึง พ.ศ.๒๔๘๓ ทางราชการจึงได้เปลี่ยนไหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เข้ากับ หลักสากลที่นานาประเทศนิยมปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ ประชาชนก็ยังยึดถือว่า วันสงกรานต์มีความสำคัญ
ข้อควรปฏิบัติในวันสงกรานต์- การเตรียมงาน
วันตรุษและวันสงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่คนไทยยังถือว่าวันตรุษคือวันสิ้นปี วันสงกรานต์คือวันขึ้นปีใหม่ดังกล่าว ดังนั้น จึงต้องตระเตรียมงานกันเป็นการใหญ่ จนมีคนที่พูดกันติดปากว่า "ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่" สิ่งที่ตระเตรียมกันนั้น จึงเป็นเรื่องที่จะต้องกระทำกันเป็นพิเศษตามลำดับ ดังนี้
๑. เครื่องนุ่งห่มเพื่อใส่ในโอกาสไปทำบุญที่วัด ตลอดจนเครื่องประดับตกแต่งร่างกายอย่างค่อนข้างจะพิถีพิถัน
๒. ของทำบุญ เมื่อใกล้จะถึงวันงานก็เตรียมของทำบุญเลี้ยงพระ และที่เป็นพิเศษของที่จะทำขนมพิศษ ๒ อย่างได้แก่ ข้าวเหนียวแดงในวันตรุษ และขนมกวน หรือ กะละแมในวันสงกรานต์ นอกจากจะทำขึ้นเพื่อทำบุญแล้ว ยังแลกเปลี่ยนแจกกันในหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อแสดงอัธยาศัยไมตรีในวันสำคัญ
๓. การทำความสะอาดบ้านเรือนที่อาศัยตลอดจนบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้ดูเรียบร้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บูชาพระและที่เก็บอัฐิบรรพบุรุษ แม้เสื้อผ้าที่ใช้สอยก็ต้องซักฟอก ให้สะอาดหมดจดโดยถือว่า กำจัดสิ่งสกปรกให้สิ้นไปพร้อมกับปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ด้วยความบริสุทธ์ผุดผ่อง
๔. สถานที่ทำบุญ วัดเป็นสถานที่ทำบุญสวดมนต์เลี้ยงพระ และทำต่อเนื่องกันหลายวัน นอกจากจะทำความสะอาดกุฎิที่อาศัยแล้ว ยังต้องทำความสะอาดหอสวดมนต์ โบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ ตลอดจนลานวัด เพราะต้องใช้ทำกิจกรรมหลายอย่าง ได้แก่ การทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา สรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และงานรื่นเริงต่างๆ ด้วย
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คลิกที่ http://th.wikipedia.org/ แล้วค้นหา สงกรานต์ ครับ
พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น ‘Water Festival’ เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ
การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
เมื่อมองภาพกว้างของสุขภาพจิตสังคมของคนไทย การแสวงหาและสร้างวัฒนธรรมทางสังคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์สะท้อนถึงการผ่อนคลายภาวะทางจิตใจด้วยกิจกรรมสัมพันธภาพระหว่างบุคคลและสังคม แต่การรู้จักคิดและวางแผนในการ "ให้" และ "รับ" ความดีงามระหว่างผู้คนในสังคมต่างๆ ด้วยความจริงใจจะช่วยสร้างเครือข่ายแห่งความสุขทางจิตใจ ความเข้าใจอันดีทางจิตสังคม และความสำเร็จของการเป็นพลเมืองดีของสังคมไทยครับ
จากแนวคิดข้างต้นถือเป็นการปรับเปลี่ยนนิเวศวิทยาด้วยกิจกรรมบำบัด เราสามารถขยายผลของการส่งเสริมสุขภาพทางจิตสังคมที่ดีด้วยภูมิปัญญาไทยแก่บุคคลทั่วไปจนถึงจัดงานสงกรานต์ในสถานบำบัดผู้ที่มีความบกพร่องทางจิตสังคม เช่น ผู้ติดยา ผู้ที่ทำผิดและถูกจำคุก ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าจากภัยทางสังคม เป็นต้น โดยสังคมไทยยังต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการฟื้นฟูสภาพทางจิตสังคมเพื่อช่วยเหลือบุคคลกลุ่มนี้ให้พัฒนาชีวิตมาเป็นพลเมืองดีของสังคมไทยต่อไป
ลองคลิกอ่านตัวอย่างที่ดีจากหนังสือพิมพ์สะพานภูเก็ต http://phuket.bridge.co.th/bbs/view.php?id=news_2&no=32 เกี่ยวกับการหาทุนเพื่อสร้างโครงการกิจกรรมบำบัดเพื่อเด็กในสถานพินิจครับ
สวัสดีครับแวะมาเยี่ยมเยียน ขอ add blog เข้า planet ครับผม
ขอบคุณมากครับ ยินดีเข้า Planet เช่นกันครับผม
ขอบคุณมากครับน้องจิ
ขอให้น้องจิมีความสุขและสนุกในเทศกาลสงกรานต์นะครับ