คำขวัญว่า "การทำงานอย่างหนักเป็นดอกไม้ของชีวิต" เป็นคำขวัญที่ผมจำมาจากสารคดีครูใหญ่นักพัฒนา ที่ได้ชมจากการเข้าร่วมเรียนรู้เชิงปฏิบัติงานวิจัยเมื่อปีก่อนโน้น คำนั้น ยังคงติดในความคิดของผมอยู่ตลอด

   วันนี้ดอกไม้ของชีวิตอันหนึ่งโผล่ชูดอกแรกแย้มท่ามกลางหญ้าเซลสมอง แต่เมื่อสำรวจตัวเอง ยังรู้สึกว่าทำงานไม่หนักเหมือนกับคำขวัญที่บอก หากทำงานหนักจริง น่าจะเจอดอกไม้เต็มท้องทุ่งสมองแน่ๆ

   ที่ผ่านมาในห้องเรียนของ มรภ. จะพบผู้เรียนตั้งแต่อายุเกือบยี่สิบ ไปจนหกสิบ น่าแปลกใจว่า คนอายุหกสิบแล้ว ทำไมถึงมานั่งเรียนกับเขาด้วย คำตอบที่ถูกถามไปคือ "เห็นว่าว่าง ก็เลยมานั่งเรียน...เรียนให้ลูกได้ชื่นชม...เรียนเป็นกำลังใจให้ลูก" นี่คือจำนวนหนึ่งในคำตอบที่หลากหลาย

   อย่างไรก็ตาม ๕ ปีที่ผ่านมากับงานที่ได้คลุกคลีในระดับนี้ พบว่า

 

๑) การให้เรียนวิชาการสำหรับผู้สูง ไม่ใช่คำตอบที่ดี แต่การถ่ายทอดประสบการณ์ (โดยเฉพาะประสบการณ์ชีวิต) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในกรอบที่ร่วมกันตั้งไว้ จะเหมาะสมกว่า

๒) การเรียนวิชาการน่าจะเหมาะสมกับเยาวชน หรือคนวัยเรียน (หนุ่มสาว) เพื่อนำผลนั้นไปใช้ในอนาคต แต่ถ้าใช้ไม่ได้ อย่างน้อย ก็ได้พัฒนา จัดการระบบการคิด ระหว่างเรียนไปโดยไม่รู้ตัว

๓) ผู้อยู่ในวัยทำงาน น่าจะเหมาะกับการเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย (L-D) หรือ ทำงานไปด้วย เรียนรู้ไปด้วย

 

พอจะเขียนเป็นแผนโครงสร้างได้ดังนี้

วงเล็บ ๑ เท่ากับ ถ่ายทอด -------> จัดระบบ -------> ตั้งฐานข้อมูล

วงเล็บ ๒ เท่ากับ ศึกษาเรียนรู้จากผล/ฐานข้อมูล -------> แจงรายละเอียด -------> สรุปผล

วงเล็บ ๓ เท่ากับ ตั้งคำถาม / ค้นหาความจริงที่เป็นประโยชน์ -------> ปฏิบัติการ x เรียนรู้ -------> ศึกษาผลการปฏิบัติ ------->ตั้งคำถาม / ค้นหาความจริงที่เป็นประโยชน์ -------> ปฏิบัติการ x เรียนรู้ -------> ศึกษาผลการปฏิบัติ O->

  

    ข้อค้นพบที่ยังไม่ผ่านการวิจัยที่เป็นระบบในกรอบของวิทยาศาสตร์ในวันนี้ ต้องขอขอบคุณกลุ่มผู้สูงอายุที่ออกมาอ่านเนื้อหาวิชาการซึ่งได้สรุปมานั้นให้ฟัง "อาจช้ำใจแต่ก็ได้ผลบางประการ"