ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเฮฮาศาสตร์๔

          เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ ผมย้ายกลับมารับราชการที่ภูเก็ตอีกครั้ง เพื่อนฝูงเฮฮากันใหญ่ เขาว่าผมเส้นใหญ่ เพราะตามหลักการ จะอยู่ได้ไม่เกินสี่ปี และเมื่อย้ายไปแล้วต้องไปอยู่อย่างน้อยสองปี แต่ผมย้ายไปทุกครั้งก็ไม่เกินหนึ่ง ๑ ปีแล้วกลับภูเก็ต ที่กลับมาได้ไม่ใช่เพราะเส้นใหญ่ แต่เป็นเพราะในแต่ละช่วงจังหวะมันมีเหตุบังเอิญ เช่นเมื่อย้ายครั้งแรกผมกำลังเรียนปริญญาโท ผมจึงขอกลับมาเพราะต้องการกลับมาเรียน ผู้ใหญ่ก็เลยยอมให้มา ครั้งที่สองย้ายไปได้หกเดือน แต่ขณะนั้นที่ภูเก็ตไม่มีมือรับแขกให้ท่านอัยการจังหวัดเลย และในยุคนั้นก็ต้องมีผมเป็นหนึ่งในทีมรับแขกผู้ใหญ่ แขกต่างประเทศ และกำลังมีแขกที่จะต้องต้อนรับกับมีคดีสำคัญซึ่งเป็นสำนวนคดีของผมซึ่งมีความหนามาก ใครที่ไม่เคยทำคดีเหล่านี้มาก่อนจะมึนตึ๊บ ท่านอัยการจังหวัดขณะนั้นจึงขอตัวผมไปช่วยราชการแล้วก็เลยได้อยู่ต่อจนจบกระบวนการการเป็นอัยการจังหวัดที่ภูเก็ต

          พอไปอยู่ที่จังหวัดพังงาในตำแหน่งอัยการศาลสูงจังหวัดพังงา ก็ให้มีเหตุบังเอิญที่มีการมอบหมายงานคดีแพ่งให้อยู่ในอำนาจของอธิบดีอัยการฝ่ายคดีแรงงานเขต ๘ ซึ่งมีที่ทำงานที่ภูเก็ต และมีตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญคดีแพ่งแต่ตำแหน่งนี้ยังว่างอยู่ ท่านอธิบดีก็ต้องการคนมาช่วยและทาบทามผมให้มาร่วมงาน มีหรือที่ผมจะขัดทั้งยังรู้สึกขอบคุณท่านอธิบดีเป็นอย่างยิ่งด้วยครับเพราะไม่ต้องขับรถไปไกลๆ

วันนี้ก็เลยเอาภาพสำนักงานมาอวดกันครับ

หน้าสำนักงานผมมีต้นมะขามป้อมดกมากและลูกโตมาก ตอนนี้มันยังอ่อนอยู่ อีกหน่อยมันจะโตกว่านี้เกือบสองเท่า  อาคารหลังนี้เดิมเป็นบ้านพักอัยการมณฑลภูเก็ต ต่อมาก็เป็นบ้านพักอัยการจังหวัดภูเก็ต แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต แล้วก็เปลี่ยนอีกครั้งเป็นสำนักงานคดีแรงงานเขต ๘ ซึ่งผมทำงานที่ตึกนี้ชั้นล่างขวามือที่เห็นนี่แหละครับ มองจากหน้าต่างเห็นกล้วยไม้ดินด้วย สำนักงานแห่งนี้สร้างในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี(คอซิมบี้ ณ ระนอง) ท่านนี้แหละครับ

ท่านเป็นบุคคลที่มีความคิดก้าวหน้า แต่ท่านอ่านหนังสือไทยไม่ออก ท่านจะมีเสมียนคอยอ่านหนังสือราชการให้ฟังและเมื่อท่านจะตอบก็จะบอกให้เสมียนจด ท่านจะลงลายมือชื่อได้อย่างเดียว แต่ผลงานบริหารยอดเยี่ยมมาก ท่านให้ชาวต่างชาติที่มาขอสัมปทานทำเหมืองแร่สร้างศาลากลางจังหวัดแทนการเรียกเงินค่าตอบแทนส่วนตัว ศาลากลางจังหวัดจะมีแต่บานประตู ๙๙ ช่อง ไม่มีหน้าต่าง

พูดถึงบ้านเรือนภูเก็ตในสมัยก่อน ช่างที่มาก่อสร้างเป็นช่างที่มาจากเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ดังนั้นลักษณะบ้านเรือนจึงไม่ผิดเพี้ยนจากบ้านในเมืองปีนังไม่เคยไปปีนังก็มาดูบ้านที่ภูเก็ตก็จะเหมือนกับเดินอยู่ในเมืองปีนังเลยทีเดียว

บ้านห้องแถวในภูเก็ตก็จะบ่งบอกว่าคนภูเก็ต เป็นคนที่มีน้ำใจโอบอ้อมอารี จะเห็นได้จาก "หง่อคาขี่" หรือ "อาเขต" ซึ่งในสมัยโบราณสามารถเดินผ่านบ้านแต่ละหลังได้ แม้ฝนตกก็ไม่เปียกเพราะแต่ละบ้านมีช่องทางเดินทะลุถึงกันได้แต่ปัจจุบันมีการกั้นอาณาเขตผ่านไปผ่านมาไม่ค่อยได้ แต่ปัจจุบันกำลังมีการรณรงค์ในถนนถลางเพื่อให้คนที่ปิดช่องทางเดินหรือ อาเขต หรือ หง่อคาขี่ ให้เปิดให้เหมือนเดิมซึ่งก็มีหลายบ้านได้ทำกันบ้างแล้ว

วันที่ไปภูเก็ตผมจะพาไปดูหง่อคาขี่ และให้เวลาถ่ายภาพกันครับ และมีเรื่องจำเป็นที่จะต้องเรียนให้ทราบว่าจำเป็นจะต้องตัดโปรแกรมไปชมจุดสึนามิที่ตะกั่วป่า เพราะไม่มีเวลาและติดต่อเรือลำใหญ่ไปเกาะเฮเรียบร้อยแล้ว แถมเขาจะเลี้ยงข้าวอีกด้วย เด็กๆสนุกแน่หากเตรียมขนมปังไปให้ปลากิน

ทุกอย่างลงตัวเกือบครบ ๑๐๐ เปอร์เซนต์แล้ว เหลือต้องไปจัดการเรื่องเสื้อบาติก ที่จะเขียนลายพิเศษเฉพาะพวกเราชาว G2K ยังอุบรูปแบบไว้ก่อน ใครต้องการไซส์อะไรรีบแจ้งด่วนครับ อ้อ พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยตอบรับมาแล้ว เจ้าของจะไม่ไปกทม.แต่จะอยู่บรรยายให้พวกเราฟังเอง สวนพฤกษศาสตร์สตรีภูเก็ตก็เตรียมพร้อมอยู่ แถมจะจัดห้องประชุมให้พวกเราได้พูดคุยกันอยู่ที่พ่อครูบาจะเอาเรื่องอะไรไปคุยกันในคราวนี้ และถ้าเกี่ยวกับการศึกษาท่าน ผอ.อยากพาผู้บริหารเข้าร่วมฟังด้วยครับ แต่ที่เกรงใจก็คือพอติดต่อไปจุดไหนเขาก็อยากรับแขกให้ผมทั้งน้าน....แล้วผมจะทำยังไงดี อิอิ