เพื่อเป็นการสะดวกต่อผู้ไม่คุ้นเคยในวิชาจริยศาสตร์ ผู้เขียนจะนำโครงสร้างของวิชาจริยศาสตร์มาตั้งไว้ก่อนเป็นอันดับแรก
จริยศาสตร์ (Ethics) คือ ปรัชญาแขนงหนึ่งที่ศึกษาเรื่องหลักการดำเนินชีวิต คุณค่าของการกระทำ และการตัดสินดีชั่วผิดถูกในการกระทำ เป็นต้น โดยในปัจจุบันจำแนกออกได้ ๒ แขนง กล่าวคือ
จริยศาสตร์เชิงปทัฎฐาน (Normative Ethics) ศึกษาเรื่องเกณฑ์ตัดสินการกระทำทางศีลธรรม มี ๒ แขนง กล่าวคือ
- จริยศาสตร์ปทัฎฐานทั่วไป (General Normative Ethics) ศึกษาทฤษฎีทั่วไปที่ว่าด้วยเกณฑ์ตัดสิน เช่น ลัทธิคานต์ ประโยชน์นิยม อัตนิยม ฯลฯ และความขัดแ้ย้งของแต่ละแนวคิด เป็นต้น
-
จริยศาสตร์ประยุกต์ (Applied Ethics) นำแนวคิดทั่วไปมาศึกษาเฉพาะเรื่อง เช่น จริยศาาสตร์ตามวิชาชีพเรียกว่าจรรยาบรรณ ซึ่งอาจแยกวิชาีชีพไปเป็นของหมอหรือครูเป็นต้น... ตลอดถึงข้อถกเถียงในการทำแท้งหรือสิทธิในการตายเป็นต้น
จริยศาสตร์เชิงอปทัฎฐาน (Nonnormative Ethics) มิได้เน้นการศึกษาเพื่อวางเกณฑ์การตัดสินการกระทำดังเช่นจริยศาสตร์เชิงปทัฎฐานข้างต้น มี ๒ แขนง กล่าวคือ
- จริยศาสตร์เชิงบรรยาย (Descriptive Ethics) ศึ่กษาปรากฎการณ์ทางศีลธรรมตามคำบอกเล่าในสังคม ตามช่วงเวลา หรือเฉพาะศาสนาเป็นต้น เช่น ชนเผ่าสปาตาร์โบราณของพวกกรีกยกย่องการลักขโมยว่าเป็นสิ่งที่ดี หรือชนชาวธิเบตนิยมครอบครัวแบบเมียเดียวหลายผัว เป็นต้น
- อภิจริยศาสตร์ (Metaethics) ศึกษาถึงความหมายของคำศัพท์ทางจริยะ เช่น ดี ชั่ว ผิด ถูก เป็นต้น
แม้จะแยกประเด็นออกไปก็จริง แต่ในการนำเสนอแต่ละอย่างก็มักมีการเชื่อมโยงถึงกันเสมอ เช่น เมื่อศึกษาถึงหลักศีลธรรมของชาวเยอรมันก็จัดเป็นจริยศาสตร์เชิงบรรยาย ด้วยเหตุที่คานต์เป็นชาวเยอรมัน ก็อาจศึกษาว่าลัทธิคานต์เข้าไปมีอิทธิพลอย่างไรบ้าง....
หรือแม้จะศึกษาเฉพาะหลักศีลธรรมของพระพุทธศาสนา แต่เมื่อพิจารณาความดีในแง่พระพุทธศาสนา ก็อาจต้องมีประเด็นอภิจริยศาสตร์เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นต้น
.............
อนึ่ง เฉพาะอภิจริยศาสตร์ซึ่งเป็นเรื่องราวในบันทึกชุดนี้ ในปัจจุบันอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มความคิดเห็นได้ดังต่อไปนี้..
- ปชานนิยม (Cognitivism) คือ แนวคิดที่เชื่อว่า คำศัพท์ทางจริยะนั้นเป็นสิ่งที่สามารถบ่งชี้้ความหมายได้ หรือเป็นไปได้ที่เราจะรู้ความหมาย... แนวคิดนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สัจนิยม (Realism) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อว่า ความหมายของคำทางจริยะนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง
- อปชานนิยม (Noncognitivism) คือ แนวคิดที่เชื่อว่า คำศัพท์ทางจริยะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบ่งชี้ความหมายได้ หรือเป็นไปไม่ได้ที่เราจะรู้ความหมาย.... แนวคิดนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คัดค้านสัจนิยม (Antirealism) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อว่า ความหมายของคำทางจริยะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง
และแต่ละกลุ่มก็มีแนวคิดแยกแย่อยออกไปอีกหลายกลุ่ม...
เข้ามาจะขอแจม เหมือนโดนดีดออกไปเลยหลวงพี่...เหอ! <ชาติมันยากจังหู นิครับ>
ชายขอบ
แสดงว่าอาจารย์ฉลาด (.......) เพราะคำว่า เหมือนโดนดีดออก เป็นคำเปรียบเทียบในการประเมินค่าตนเอง ซึ่งผู้ที่สามารถประเมินค่าตนเองได้ กล่าวกันว่าเป็นผุ้ฉลาด (..............)
อนึ่ง อาจารย์ปรัชญาผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า บรรดาปรัชญาทั้งหมด แขนงอื่นๆ ตัน แล้ว จึงไม่ค่อยสนุก ส่วน จริยศาสตร ์ไม่ตันเพราะขึ้นอยู่กับคนในสังคม...
กล่าวคือ เมื่อคนยังอยู่ คำถามว่า " จะทำอย่างไร ?" ก็ยังคงอยู่ เช่น
เมื่อจำเป็นต้องตอบคำถามเหล่านี้ จริยศาสตร์ย่อมเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ...
บางคนจึงบอกว่า ในบรรดาวิชาปรัชญานั้น จริงๆ แล้ว จริยศาสตร์นี้แหละ คือสุดยอดของวิชาปรัชญา (แต่พวกแรกเรียนปรัชญา หรือคนทั่วไปมักมองข้าม)
เจริญพร
หลวงพี่ครับ จริยศาสตร์ เป็นเครื่องมือประเมินคุณค่าของพฤติกรรมคนในสังคม ใช่ไหมครับ โดยมี Keywords ตามที่เน้นไว้
ชายขอบ
อาจารย์ท่านหนึ่งเคยเปรียบเทียบระหว่างจิตวิทยากับจริยศาสตร์ว่าต่างก็ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่คนแสดงออกมาที่เรียกว่า การกระทำ หรือ พฤติกรรม แต่ประเด็นที่ศึกษาแตกต่างกันกล่าวคือ...
จากประเด็นนี้ จะเห็นได้ว่าจริยศาสตร์จะโยงไปถึงการประเมินค่าพฤติกรรมของคนโดยตรง...
เจริญพร
นมัสการพระอาจารย์ครับ
มาช้านิดนึงนะขอรับ เพิ่งโพสโคลงเกี่ยวกับ รวยจนโง่ฉลาดเลวดี เสร็จครับกระผม
กวินทรากร
เจริญพร