การจะให้ทุกคนคิดเหมือนกันหมดนั้นคงยาก ผมคิดถูกหรือเปล่า

          ผมชอบฟังเพลงครับ  เพลงบางครั้งหลายภาษาฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับแต่อาศัยฟังจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน เพลงเร็วเพลงช้าก็ต่างกัน เพลงเร็วของฝรั่ง  ของอินเดีย ของไทย ก็ต่างกัน      เหมือนที่คุณชิ  สุวิชา กล่าวไว้เหมือนต่างคนต่างความคิด  เหมือนการทำความดีวัดกันไม่ได้หรอกครับว่าใครทำดีมากกว่ากันแต่รู้ว่าทุกคนทำความดีไว้ก็พอครับ  ระหว่างนั่งรถที่ติดแน่นอยู่ในเมืองหลวง    ทำให้ผมคิดได้ว่าความแตกต่างมันห่างกันนิดเดียวเหมือนเรื่องความสุขสบาย  ผมเห็นคนรอบๆ ตัวที่อยู่ในแหล่งที่เจริญแล้วจะพูดว่า เราลำบาก  เราร้อน  เราวุ่นวาย  มันทำให้ผมมองย้อนกลับไปที่พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมถามกลับว่าลำบากกันเรื่องอะไร  เธอร้อนเรื่องอะไร  และเธอวุ่นวายกันเรื่องอะไร  พอได้ยินคำตอบจากกลุ่มคนที่รู้จักผู้เจริญ(ด้านวัตถุ)แล้วทั้งหลายผมก็สรุปได้คร่าวๆ ว่า

          1. เราลำบาก  ความลำบากในภาพรวมของหลายๆ ท่าน ในหลายๆ เรื่องรวมเข้าด้วยกันคือลำบากในวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน (การกิน การนอน การเดินทาง)  คือต้องตื่นแต่เช้ากว่าจะได้กลับบ้านหาครอบครัวก็ค่ำ  การกินก็ลำบากแย่งกันกิน ที่นอนคับแคบ  การเดินทางก็ลำบากรถติด แย่งกันขึ้นรถเมล์  โหแล้วพี่น้องภาคใต้หรือภาคอื่นๆ เขาก็ตื่นเช้าเหมือนกันนั่นแหละท่านทั้งหลาย ผมเห็นเมืองหลวงของกินมีขายแทบทุกย่างก้าว เรื่องที่นอนบางที่คับแคบแต่ก็นอนได้หลับสนิท  การเดินทางรถติดบ้างต้องเบียบกันขึ้นรถเมล์บ้างแต่ก็ยังมีเพื่อนร่วมเดินทาง  ในทางกลับกันพี่น้องภาคใต้การนอนก็ต้องระวังตัว  อาหารการกินก็ไม่ช่างหายากเสียนี่กระไร และไม่ค่อยกล้าออกมาซื้อที่ตลาด การเดินทางก็ไม่ค่อยกล้าเพราะกลัว.........

          2. เราร้อน ท่านทั้งหลายร้อนผมเห็นอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ  วัยรุ่นร้อนก็เดินเข้าห้างสรรพสินค้ามีแอร์ แต่ความร้อนของพี่น้องเรามันร้อนใจ ร้อนอากาศ พื้นที่ร้อนระอุ ต้องหาทางเอาต้วรอดด้วยตนเองไม่รู้จาหลบร้อนไปพึ่งเย็นที่ไหนดี ห้องแอร์ก็ไม่มีอยุ่ใต้ร่มไม้ในบ้านเย็นที่ที่สุด

          3.  เราวุ่นวาย  ในเรื่องครอบครัว  การเรียนของลูก  จราจรเปิดเทอม ก็เพราผู้คนอาศัยจำนวนมากมักจะเกิดความวุ่นวาย  แต่พี่น้องภาคใต้วุ่นวายในการเอาตัวรอดครอบครัวต้องอยู่กันเป็นกลุ่มเพื่อความปลอดภัย  การเรียนของลูกไม่ต้องนึกถึงเพราะโรงเรียนส่วนใหญ่ปิดการเรียนการสอน  การจราจรไม่ต้องพูดถึงไม่ค่อยกล้าขับรถออกจากบ้านกันหรอกกลัวโดน...........บนถนนคนก็ไม่เดินพลุกพล่านเหมือนกับในเมืองใหญ่ๆ  (เพราะอะไรคิดเองนะครับ) ทุกคนชอบที่จะอยู่กับบ้านเพื่อรักษาชีวิตให้รอดมากกว่า

                 ฉะนั้นถ้าคิดให้ดีผมว่าเราๆท่านๆ อย่าคิดถึงเรื่องความลำบาก  ความน้อยเนื้อต่ำใจกันอยู่เลย  ถ้าเรามองย้อนกลับไปถึงพี่น้องภาคใต้ 3 จังหวัด  ผมว่าพวกคนเมืองใหญ่ๆ  อยู่อย่างสบายใจกว่าพวกเขาไม่ร้อยกี่ร้อยกี่พันเท่า  แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องพึ่งทฤษฎีอะไรมาเปรียบเทียบให้วุ่นวาย ขึ้นต้นด้วยบทเพลง  และขอจบด้วยบทเพลงแล้วกัน "ถ้าเจ้าพอเพียง ถ้าเจ้ามั่งคง ถ้าเจ้าซื่อตรง ดาวเดือนดวงใดก็ไม่ไกลเกินไปสำหรับเรา"  ขอบคุณการใช้ศิลปะเพื่อสันติภาพของโลก สะพานควาย.