ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อจากจากไปของ"ครู"ผู้เป็นน้องชายและ "พ่อ"ของเด็กนักเรียน
ชุดออกค้นหา ผู้สูญหาย จากกรณีที่เกิดเหตุเรือยนต์พลิกคว่ำกลางลำน้ำสาละวินพบศพผู้สูญหายแล้วทั้งสองศพ
ชุดออกค้นหา ผู้สูญหาย จากกรณีที่เกิดเหตุเรือยนต์พลิกคว่ำกลางลำน้ำสาละวินพบศพผู้สูญหายแล้วทั้งสองศพ ห่างจากเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร
เช้าวานนี้(30 มี.ค. 51)เวลา 08.30 น. ทาง ร้อยตำรวจโทธีรพัฒน์ มอยคำตือ ทำหน้าที่ร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมญาติผู้สูญหาย ได้ เดินทางไปรับศพนายนิคม ฝั้นเมา นักการโรงเรียนยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ผู้สูญหายอีกหนึ่งคน จากกรณีที่เกิดเหตุเรือยนต์พลิกคว่ำกลางลำน้ำสาละวินเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 51ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ชุดออกค้นหา ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 36 และ เจ้าหน้าที่ อส 7 สบเมย ได้ออกค้นหามาหลายชั่วโมง จุดที่พบศพผู้ตาย ห่างจากเกิดเหตุประมาณ 100 เมตรและห่างจากบ้านแม่สามแลบ 10 กิโลเมตรซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการกู้ศพขึ้นมาไว้บนหาดทรายติดแม่น้ำสาละวินตั้งแต่เมื่อคืน ทางเจ้าหน้าที่ ได้นำศพขึ้นเรือของทหารพราน นำมายังท่าเรือบ้านแม่สามแลบเพื่อ นำศพผู้ตายส่งให้แพทย์โรงพยาบาลแม่สะเรียง ทำการชันสูตร ก่อนที่ญาติจะรับกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด การค้นหาผู้สูญหายได้พบศพทั้งสองคนแล้ว โดยนาย นิสิต ภักดีเกษม ครูโรงเรียนบ้าน ยางเปาผู้สูญหายอีกคนได้พบก่อนหน้านี้
สำหรับเหตุการณ์เรือยนต์พลิกคว่ำกลางน้ำสาละวินที่เกิดขึ้นจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต นั้น ส่งผลให้หลายคนหวั่นวิตกว่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัยจากการนั่งเรือเที่ยวชมธรรมชาติสองฝั่งลำน้ำสาละวิน ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องออกมาแก้ไขและปรับปรุง จัดระเบียบและจัดหาอุปกรณ์หรือเสื้อชูชีพให้กับกลุ่มเรือยนต์รับจ้างเพื่อเป็นการป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
วันนี้ได้ทราบข่าวที่ทำให้ช๊อคไปในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อ "พี่จิ" จากโรงเรียนบ้านยางเปา หมู่ 2 ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้กดโทรศัพท์เข้ามือถือ หลังจากที่ทักทาย พี่จิถามว่า "สบายดีมั้ย" แต่คนทางโน้นไม่สบายเท่าไหร่ทำให้หลายคนแทบจะเอาชีวิตไม่รอดแต่บางคน....สูญเสีย "พี่จิ"นิ่งและหยุดไปนำเสียงดูเศร้า ๆและสั่นๆ "พี่ไม่รู้จะเริ่มยังไง สองสามวันมานี้ได้ยินข่าวที่ดังระดับชาติมั้ย""พี่จิ"ยื่นโทรศัพท์ให้ "พี่อร"คุยต่อ "พี่อร"เริ่มเล่าด้วยเสียงสั่น ๆ "วันก่อนคณะครูโรงเรียนยางเปาไปเที่ยวและดูงานที่สบเมย แต่ประสบอุบัติเหตุเรือชนหินกลางน้ำแล้วคว่ำ" แล้ว "พี่อร"ก็เงียบไปอีก "พวกพี่เกือบเอาชีวิตไม่รอด" เสียงของพี่สั่นๆ และแปลกไปก่อนที่จะเว้นช่วงและเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "เอ้ กับพ่อคมช่วยตัวเองไม่ได้ ศพเอ้เสียไปเมื่อวาน ส่วนพ่อคมจะเสียวันพฤฯ" เพียงแค่นั้นมันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้ ถึงตอนนี้ยังจำไม่ได้ว่าคุยอะไรต่อกับ "พี่อร" แต่ที่จำได้ก็เป็นประโยคสุดท้ายที่ผมบอกกับพี่อรว่า "ครับ...แล้วเจอกันที่งานศพ"
ขอไว้อาลัยต่อ"ครูเอ้" ครูนิสิต ภักดีเกษม น้องชายอันเป็นที่รักของคนรอบข้าง สามีที่รักของภรรยา และพ่อที่แสนดีของลูกน้อย และ "พ่อคม" นายนิคม ฝั้นเมา ผู้เปี่ยมล้นด้วย "ใจ"ที่ทำงานด้วยความเสียสละเป็นทั้งพ่อของลูก พ่อของครู พ่อของเด็กนักเรียน ขอให้ทั้งสองคน "หลับให้สบาย"คนที่อยู่ข้างหลังจะเป็นผู้สานต่อและก่องานของบุคคลอันเป็นที่รัก "ทั้งสองท่าน"

สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครู
ขอให้ดวงวิญญาณของครูเอ้และพ่อคม ไปสู่สวรรค์ด้วยเถิด เสียใจด้วยค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
ขอแสดงความเสียใจ .... เป็นกำลังใจให้...ทุกคนเข้มแข็ง
ไม่มีใคร...อยู่กับเรา...ได้ตลอดชีวิต ...
ร่วมไว้อาลัยต่อผู้จากไปด้วยค่ะ เป็นความสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่านะคะ
พ่อจ๊าขอให้พ่อหลับสบายนะ ไม่ต้องห่วง นู๋จะทำให้ดีที่สุด รักพ่อมากๆนะ
ขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้ทุกคนเข้มแข็งในการดำรงชีวิตต่อไป
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคับ
ขอให้เข้มแข็งและสู้ต่อไปด้วย2ขา2มือคับ
จาก......ศิษย์เก่า