เราเลือกจะเป็นได้....ด้วยตัวของเราเอง

จาก "อาจารย์สาวปริญญาโท สวย และร่ำรวย กระโดดตึกฆ่าตัวตาย" , "น้ำ เดอะสตาร์ " จนถึง "อดีต นักศึกษา อัจฉริยะ อ็อกซ์ฟอร์ดขายตัว" คุณอยากให้ลูกศิษย์และลูกหลานเป็นแบบไหน???

กรณีศึกษาเพื่อกลยุทธ์ในการดำเนินชีวิตมีให้เห็นทั่วไป  ครั้งเมื่ออ่านข่าวอาจารย์สาวสวย การศึกษาดี จบจากมหาวิทยาลัยดัง  กระโดดตึกฆ่าตัวตาย ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหตุผล  ได้แต่ถกกันไปถกกันมากับพวกเพื่อน  คาดเดากันไป เพราะเราไม่ใช่เขา...แต่...เสียดายค่ะ  การเรียนรู้ทั้งในโรงเรียนและในสังคมมาหลายสิบปี  โจทย์นี้แก้ไขปัญหาด้วยวิธีอื่นไม่ได้เลยเหรอ??? 

"น้ำ เดอะสตาร์"  เป็นตัวอย่างของการสู้ชีวิต  ด้วยความมุ่งมั่น  ไม่ย่อท้อ ทั้งที่มีอุปสรรค  ปัญหามากมาย  แต่เธอก็ยังยืนหยัดสู้ด้วยกำลังใจเกินร้อย

"อัจฉริยะ อ็อกซ์ฟอร์ด"  นางซูฟิอาร์ ยูโซฟ (Sufiah Yusof) วัย 23 ปี อดีตนักศึกษาอัจฉริยะ ที่สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ได้ตั้งแต่อายุ 13 ปี  เรียนจบนะ  แต่เป็นข่าวดังมากตอนนี้เพราะเธอประกาศขายตัวในอินเทอร์เน็ตด้วยราคา 130 ปอนด์

ในปัจจุบันการเรียนในโรงเรียน หรือสถานศึกษา ดูจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของพ่อแม่ผู้ปกครอง  เด็กจะต้องเรียนให้เก่งที่มาก ๆ  เรียนพิเศษเยอะ ๆ  จนบางครั้งสงสัยว่า "ที่เด็กเรียนได้เกรดดี ๆ น่ะ เป็นเพราะเรียนในโรงเรียน หรือเรียนพิเศษ??"  ผู้ปกครองมักจะฝากเรื่องการเรียนการศึกษาไว้ที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียว  บางครั้งบางคนอาจลืมไปว่า การศึกษานอกจากด้านวิชาการแล้ว  ยังมีการศึกษาด้านอื่นที่ผู้ปกครองต้องเอาใจดูแล  เพื่อให้บุตรหลานของตนเองสามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  ตลอดรอดฝั่ง  เพราะความสำเร็จของคน  ไม่ได้อยู่แค่เพียงเรียนจบโรงเรียนดี ๆ  เรียนได้สูง ๆ  หรือได้รับปริญญาเท่านั้น  ...แต่อยู่ที่ว่าเขาจะสามารถเป็นบุคคลของสังคมที่ดีได้อย่างไร????

คนหนึ่งคน ซึมซับสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ  ตัว  ทุกช่วงเวลาที่เขายังมีลมหายใจอยู่   เราไม่รู้หรอกว่า เมื่อเด็กออกไปนอกบ้าน เขาไปทำอะไรบ้าง  คุยอะไรกับเพื่อนบ้าง  เราอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้พฤติกรรมที่แสดงออก  แต่ยังมีบางส่วนที่เราไม่อาจมองเห็น  แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจรับรู้ได้   กิจกรรมความสุข ความบันเทิงเป็นส่วนตัวของสังคมครอบครัวปัจจุบัน ทำให้ระยะห่างระหว่างความเข้าใจกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น 

เราเคยเวียนถามไถ่เรื่องส่วนตัวของลูก  คำตอบที่ได้คือ "เรื่องของเด็ก ๆ  แม่"  "ขอหนูไม่บอกเรื่องนี้แม่สักเรื่อง"  อื้อ ฮื้ออออ...เจ้าคนนี้นี่  มีกติกาเรื่อง สิทธิส่วนบุคคล ด้วย...ในฐานะเป็นแม่ ก็ได้รับสิทธิ์นี้ทันที

บ้านใครที่ติดอินเทอร์เน็ต  ลูกใช้อินเทอร์เน็ต  พ่อแม่ต้องใช้บ้าง  ใช้ไม่เป็นก็ให้ลูกสอนนั่นแหละ....แต่ไม่ใช่แย่งลูกใช้  หรือไป chat กับสาวจนเสียคนไปล่ะ...ถ้าลูกใช้ hi5 เราจะมี hi5 ด้วยก็ไม่แปลก  ...จะได้รู้ว่าลูกมีเพื่อนอะไรที่ไหน ยังไง...  แต่อย่าเข้าไปดุด่า ลูก หรือเพื่อนลูก จนถึง hi5 ล่ะ  ... เพราะแน่นอนว่า ...การใช้ภาษา หรืออะไรต่าง ๆ ของพวกกลุ่มลูกน่ะ ไม่เหมือนกับกลุ่มพ่อแม่แน่นอน...

ลูกศิษย์ก็เหมือนกัน  บางครั้งเขาตั้งชื่อเขานะ  เป็นภาษาอังกฤษ  เช่น Fucker..ไม่รู้แปลว่าอะไร  ทำเป็นเก่งภาษาอังกฤษ  วันนั้นแปลคำว่า "worm" เป็น "อบอุ่น" ทีแล้ว เจ้าคนนี้...

ในฐานะอาจารย์ (สอนการตลาด)...จะแสวงหาเกร็ดชีวิตเหล่านี้มาเล่าให้นักศึกษาฟัง  ให้เขาแสดงความคิดเห็น  ซึ่งหากแสดงออกด้วยถ้อยคำรุนแรง เช่น "มันโง่  มันบ้า ฯ"  ก็ต้องสอนกัน ให้หัดคิดในเชิงบวก  อย่าไปด่าคนอื่น  เพราะเราไม่ใช่เขา... คนเราต่างกัน...ต้องหัดมอง คิด  แสดงออก  อย่างเหมาะสม...ไม่ด่วนสรุป หรือลงโทษ...ควรจะหาสาเหตุ  และวิธีการแก้ปัญหาดีกว่า  ให้ศึกษาหลายมุมของชีวิต  ให้โอกาสคน เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคต เราจะเผชิญกับอะไรบ้าง  เราอาจจะเป็นอย่างเขาก็ได้...