ได้อะไรจากแม่ก็ตั้งเยอะ แต่ไม่เคยจะประยุกต์หรือนำมาใช้

นอกจากชีวิตงานแม่บ้านของแม่ แม่ยังทำงานราชการ และงานนอกราชการที่แม่บอกว่าแม่ไม่ได้ไปควบคุมพ่อหรอกนะ แต่เพราะหมอยุคนั้นชอบคู่กันกับพยาบาล แล้วพอดีแม่เป็นพยาบาลด้วยก็เลยทำงานคู่กันนอกเวลาที่หลวงให้เสียเลย ถ้าเป็นสมัยนี้หรือ...หมอต้องคู่กับหมอมากกว่า เพราะคงต้องช่วยกันทำมาหากินเท่าเทียมกัน...ชีวิตงานตำแหน่งแม่บ้าน สมัยนี้เรียก คุณผู้หญิง คุณนาย แต่แม่ให้เด็กในบ้านเรียกแค่ "คุณ" เฉยๆ ก็เป็นตำแหน่งงานหนักหนาไม่ใช่เล่น โดยเฉพาะการคิดเมนูอาหารให้ได้ตามหลักโภชนาการ แต่ละมื้อ การแจกแจงรายการวัตถุดิบใช้ประกอบอาหารที่ส่งต่อลูกจ้าง สมัยนี้ต้องเรียกแม่บ้าน เรียกอย่างอื่นมีหวังต้องง้อกันด้วยเงินเดือนสูงขึ้น

เมนูอาหารของแม่พิเศษมาก แม่จะพยายามไม่จัดรายการอาหารให้ซ้ำกันบ่อย ๆ ภายใน 1 เดือน เราเจออาหารซ้ำเวียนมาซัก สองสามรายการ แต่โดยรวมแล้ว สมมุติว่า ถ้าผัดถั่วลันเตาใส่หมูน้ำมันหอยเจอกับต้มข่าไก่ เวียนมาอีกรอบ ผัดถั่วจะได้เจอสตูลิ้น ต้มข่าอาจจะไปเจอถั่วผักพริกขิง เป็นต้น ที่จะรีเทินน์กลับมารักกันใหม่ในเดือนเดียวกันค่อนข้างจะยาก

แม่โชคดีระดับไหน ตั้งแต่รู้จักพ่อ แม่ก็มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการทำอาหารตามแบบฉบับคนครัวในรั้ววัง ตำราอาหารของแม่มีตั้งแต่ที่เก่าแก่ โบราณเป็นเมนูอาหารเจ้านาย ตำราอาหารจากสำนักพิมพ์นิตยสารแม่บ้านตั้งแต่เล่มแรกเรื่อยมานับได้ประมาณยี่สิบปี ถึงเลิกสั่งรับ คงพอดีกับยุคอาหารถุง อาหารปิ่นโตเริ่มเข้ามาขอแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาด ประกอบกับลูกจ้างห่างหาย สมัยนั้นเงินค่าจ้างไม่ต้องมากนัก จ้างเด็กมาทำงานบ้านแม่จะจ้างเป็นระบบครอบครัว แม่มีลูกกี่คน พี่เลี้ยงลูกก็จะมี 1 ต่อ 1 ลูกจ้างของแม่ได้เรียนการทำอาหารอร่อยไปหลายรุ่น ส่วนลูก ๆ ไม่ค่อยจะได้รับอะไรๆ เพราะไม่ยอมกอบโกยกันเอง น่าเสียดายนัก

นอกจากอาหารทุกมื้อมีความพิถีพิถัน แม่จะสอดแทรกความรู้เรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารให้ลูกๆ ด้วย ทั้งเรื่องอุปกรณ์ ช้อน ส้อม มีด ตะเกียบ การรับประทานอาหารไทย จีน ฝรั่ง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามัน แปลกประหลาดตรงไหน จนเป็นวัยรุ่นมีโอกาสออกเดทหวานมัน ในมื้ออาหารฝรั่งมากพิธีรีตรอง ได้ฟังว่า "ผมไม่ค่อยจะเห็นวิธีบิขนมปังป้ายเนยกินทีละคำแบบคุณ เห็นแต่จับ(ยัด) ใส่ปากเลยเป็นก้อน" (ก็เลยคิด อีตานี่เจ้าชู้แน่ๆ จบกัน)

เมนูอาหารที่แม่คิดมีทุกวัน เท่าที่จำได้ แต่แปลกแม่ชอบจดใส่เศษกระดาษ ใช้เสร็จแม่ไม่ได้เก็บไว้ แม่จะคิดใหม่ทุกสามวันสี่วัน ให้ลูกจ้างไปตลาดอาทิตย์ละสองวัน จนลูกจ้างได้แต่งงานกับคนขับรถสองแถว ออกไปตั้งตัวเปิดร้านอาหารได้ดีไปเลย เทคนิควิธีคิดเมนูอาหารคงช่วยให้แม่ฝึกใช้สมองอย่างดี เพราะวันนี้ ความจำของแม่ยังใช้ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนแม่หลายคน

อาหารมื้อที่พิเศษจะอยู่ในวันอาทิตย์ วันที่พ่อกับแม่ไม่เร่งรีบไปทำงานต่อ เราจะทำอาหารด้วยกัน แต่ส่วนมากแม่จะให้ลูกจ้างเตรียมวัตถุดิบ เครื่องเคียงต่างๆให้เสร็จ ที่คิดถึงเห็นบ่อย ๆ จะเป็น ก๋วยเตี๋ยวหลอด ก๋วยเตี๋ยวผัดต่างๆ ขนมจีนซาวน้ำ ข้าวมันส้มตำ ข้าวคลุกกะปิ ข้าวแช่ สเต็กหมู บาบีคิว ..เขียนถึงแม่แล้วคิดถึงบรรยากาศเหล่านั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวแช่ รับประทานที่ไหนไม่อร่อย ต้องสูตรชาววังที่แม่ได้รับการถ่ายทอดมา แต่กว่าจะเป็นข้าวแช่ อาหารโปรดของทุกคนในบ้าน ลูกทุกคนได้ร่วมลงแรงโดยเท่าเทียม ตั้งแต่การปั้นกะปิทอดของรักของหวงของแม่ที่แม่ครัวจากเมืองกรุงจะส่งมาให้เราเก็บตุนไว้ก่อนฤดูร้อนจะมาเยือน พริกหยวกที่แม่จะสอนให้เอาหมูยัดใส่เป็นไส้แล้วหย่อนลงกระทะผัดยีกับไข่ ปลายี่สกหวาน หัวไชโป๊หวานๆ หรือเนื้อฉีกเป็นฝอย ๆ ย่อยยิบ จิกเล็บเจ็บนิ้ว บรรดาผัก อย่างแตงกวา ขมิ้นขาว มะม่วง หั่นจัดสวยงามจนไม่กล้ากิน ข้าวสุกที่ถูกขัดขาว เม็ดยาวสวยงาม แต่ที่แย่งกันทำเพราะงานง่ายสบายๆ คือ เก็บดอกมะลิมาลอยน้ำเย็น กับเอาน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆมาทุบ เตรียมใส่เหยือก คิดถึงแล้วเห็นภาพความชุลมุนของพวกเราที่วิ่งเข้าวิ่งออกครัวของแม่ (บ้านเราต้องมีพื้นที่สองครัว ครัวสวยงามดูดีของแม่ กับครัวอีเขละที่แม่แอบบ่นทุกครั้งลับหลังลูกจ้างตอนพวกเขาลากลับบ้าน แล้วก็ตกเป็นภาระหนักของพวกเราที่จะต้องสังคยานาครัวอีเขละ)

ไม่เฉพาะอาหารมื้อหลักหนักท้อง ที่ความจริงแล้ว เข้าใจว่าใครที่ได้รับเชิญมารับประทานอาหารที่บ้าน(ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆ ที่ลูกรักจริงหวังแต่ง) คงเอาคำบ่น(ในใจ) กลับไปด้วย เพราะบ้านแม่รับประทานอาหารเหมือนแมวดม เรื่องขนมเป็นของว่างรับประทานกับน้ำชา กาแฟมื้อบ่าย เป็นเรื่องสำคัญสำหรับบ้านเรา แม่บอกว่าพ่อติดอาหารว่างมื้อบ่ายมาตั้งแต่เด็ก เหมือนจะเป็นธรรมเนียมต้องปฏิบัติ ขนมแต่ละมื้อจะมีแปลก ๆ ไทยๆ ให้รู้จัก แต่ขนมไทยไม่ประทับใจพวกเราเท่าขนมฝรั่งที่โปรดปรายของเราคือ คุกกี้ กับโดนัทกล้วยหอม

ทุกคนจะมีส่วนร่วมในการเตรียมส่วนประกอบของขนม ตั้งแต่การบดตำน้ำตาลทรายให้ละเอียด (สมัยนั้นแม่ให้ใช้ครกตำ) บี้กล้วยหอมให้เละ(โดนัท) หั่นเชอรี่สีเขียว แดง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลูกเกด (คุ๊กกี้) เรื่อยไปจนถึงการร่อนแป้ง น้ำตาลทราย ร่อนแล้วร่อนอีก ส่วนโดนัท พวกเราจะชอบแย่งกดเป็นวงกัน ยกเว้นเรื่องอยู่หน้าเตา เพราะมันร้อน และชอบเผลอทำโดนัทเกรียม

บรรยากาศการลงไม้ลงมือทำอาหารและขนมยังปรากฏลอยวนตรงหน้า เป็นความทรงจำอย่างเหลือเชื่อที่จำได้ ดูๆ ไป ได้อะไรจากแม่ก็ตั้งเยอะ แต่ไม่เคยจะประยุกต์หรือนำมาใช้ พอเริ่มคิด ก็เริ่มติด คิดได้ก็ลุกมาเขียน เป็นติดคิดติดเขียนจนนอนไม่หลับ แต่คราวนี้คิดถึงแม่นี่แหละค่ะ

แล้วก็รู้สึกด้วยว่า ทำอะไรทำได้ไม่ถึงครึ่งที่แม่ทำเอาซะเลย