สวนโมกข์

คงเป็นเรื่องหนึ่งในชีวิต ที่คงไม่ลืมเลย(1)

เป็นอยู่อย่างตำ  มุ่งกระทำอย่างสูง

 

หลายต่อหลายครั้งที่มีความตั้งใจจะปฏิบัติธรรม อาจเป็นเพราะสนิทกับความทุกข์มากขึ้น จนเริ่มมีความรู้สึกว่า หากปล่อยไว้อาจทำให้ชีวิตที่เหลือกลายเป็นสีเทาไปได้ ก็เลยพยายามหาเวลาอ่านหนังสือธรรมะบ้าง ฟังธรรมบ้าง รวมถึงหาช่องทางที่จะเข้ารับการอบรมธรรมะ และคงจะโชคดีอยู่บ้าง ที่เดี๋ยวนี้หนังสือธรรมดีๆหลายต่อหลายเล่มใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย อ่านมาหลายต่อหลายเล่ม แต่เจ้าความทุกข์ที่เป็นเพื่อนสนิทก็ยังคงแวะเวียนมาทักทายไม่ขาดสายประหนึ่งเพื่อนรักที่ทำตัวสมำเสมอยอมรับว่า เหนื่อย เหลือเกิน อยากไปหาที่สงบจิตใจบ้างโอกาสก็ไม่เอื้อเสียที  นานเกือบ 2 ปี หลังจากได้อ่านหนังสือแล้วนำมาปรับใช้ เจ้าเพื่อนรักก็แวะมาเยี่ยมน้อยลง แต่ก็ไม่ถึงกับหายหน้าหายตาไป ตัวเราเองเริ่มเห็นทางดับทุกข์อยู่รำไร  ที่ทำงานได้มีการจัดให้บุคคลากรเข้ารับการอบรมธรรมะเพื่อพัฒนาจิต

และแล้ว ก็ได้มีโอกาสรู้จักกับสวนโมกข์......... เมื่อวันนั้น

นานเกือบ 5 ชั่วโมง รถตู้พาเรา 7ชีวิต มาถึงสวนโมกข์นานาชาติ ความสงบเงียบบริเวณโรงอาหารที่เราต้องลงทะเบียนทำให้เสียงของเราแผ่วลงได้บ้าง

 ลมพัดใบไม้แกว่งไกวทักทายจนอดนึกถามตัวเองไม่ได้ว่า ความสงบเงียบแบบนี้หรือที่จะขัดเกลาใจเราให้เรียบเย็นขึ้นได้

สายตาที่มองไปรอบๆ ยังคงให้คำตอบอะไรไม่ได้มากนัก ขณะนั่งรอ ลองหลับตาลงแล้วสัมผัสสถานที่แห่งนี้ด้วยใจ กลับพบว่ารู้จักที่แห่งนี้ได้ดีกว่าสายตาที่มองเห็นเสียอีก ความสงบเย็นของอาณาบริเวณ เสียงใบไม้ที่พัดตามแรงลมทำให้สุขใจอย่างประหลาด

ใช้ความรู้สึกจากใจสัมผัส  มันได้ผลจริงๆนะ

หลังจากรอไม่นานนักเจ้าหน้าที่มาต้อนรับพร้อมทั้งสอบถามถึงวัตถุประสงค์การมาปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ หลายคนที่มาด้วยกันบอกว่า ที่ทำงานให้มา  แต่ตัวเราเองกลับตอบอยู่ในใจว่า อยากให้ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ได้มีโอกาสสัมผัสสิ่งดีๆๆ ที่ชนรุ่นก่อนได้สร้างไว้ให้ อยากรู้ว่าความสงบจะเป็นเพื่อนสนิทแทนเจ้าความทุกข์ได้รึเปล่า..........