ฮอร์โมนธัยรอยด์ ออกฤทธิ์ในการเพิ่มการดูดเกลือแร่ออกจากกระดูกมากขึ้น ซึ่งเพศหญิง มีความเสี่ยงเกิดภาวะกระดูกพรุน โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือน...

 

ฮอร์โมน "มหัศจรรย์" 2

          Blog 1 เราทำความรู้จักกับ ต่อมธัยรอยด์หล่ะ เรามารู้จักให้มากขึ้นอีกนิด กลุ่มเสี่ยงคือเพศหญิง เป็นโรคนี้มากกว่าชาย สาเหตุหลายทิศทาง ไม่สามารถระบุแน่นอน อาจต้องกลืนแร่ (คุณหมอบอกมาอีกที) ซึ่งเคยมีข่าว ชายผู้หนึ่งพึ่งกลืนแร่ รักษาธัยรอยด์ หลังจากนั้นเดินทางออกต่างประเทศ ขณะผ่านเครื่องตรวจ เกิดเสียงดังลั่น กว่าจะรู้สาเหตุจากแร่ที่พึ่งกลืนได้ไม่กี่วัน แผ่รังสีออกมา ก็วุ่นวายไปทั่ว

         ต่อมธัยรอยด์ รูปร่างคล้ายผีเสื้อเล็กๆ  อยู่บริเวณคอด้านหน้าเหนือหลอดลม มีหน้าที่

  1. รับผิดชอบกระบวนการ Metabolism ของร่างกาย
  2. หลั่งฮอร์โมนธัยรอยด์ ควบคุม Metabolism อุณหภูมิ และอัตราการเต้นของหัวใจ

        แค่ 2 หน้าที่ ก็ภาระหนัก สำหรับคุณธัยรอยด์ ทีเดียว

         อายุมากขึ้น ปริมาณฮอร์โมนธัยรอยด์จะหลั่งออกมาน้อยลง อาจเกิดภาวะขาดฮอร์โมน เรียกว่า ไฮโปธัยรอยด์ หรือภาวะ ฮอร์โมนธัยรอยด์ต่ำกว่าปกติ มีอาการ

  • เหนื่อยเพลีย ไม่มีแรง รู้สึกเหมือนไม่มีแรงเลย เคลื่อนไหวช้า
  • อ่อนแรง
  • เป็นหวัด ติดเชื้อ และมีอาการเจ็บป่วยของระบบทางเดินหายใจได้ง่าย
  • หายใจลำบาก
  • ตะคริว
  • ปวดเอวตลอดเวลา
  • ฟกช้ำง่าย
  • ความจำไม่ดี ความคิดเชื่องช้า
  • ปวดศีรษะ
  • อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวลง่าย
  • มือเท้าเย็น
  • ผิวแห้ง หยาบ ซีด
  • ผมหยาบ ร่วง
  • เล็บแตกหักง่าย
  • ไม่อยากอาหาร
  • ข้ออักเสบเล็กน้อย
  • อารมณ์เพศลดลง
  • เส้นเลือดตีบ
  • หัวใจหดตัวลดลง ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ทั่วถึง ไม่เพียงพอ
  • ฮอร์โมนธัยรอยด์ ออกฤทธิ์ในการเพิ่มการดูดเกลือแร่ออกจากกระดูกมากขึ้น ซึ่งเพศหญิง มีความเสี่ยงเกิดภาวะกระดูกพรุน โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือน 

ข้อมูล จาก นายแพทย์ เชื่อถือได้ (สมยศ กิตติมั่นคง,2550)       

         รู้อย่างนี้แล้ว มองเห็นความสำคัญของ ต่อมธัยรอยด์ เล็กๆ นี้ หรือยังครับสมัยเรียนไม่เห็นบอกอย่างนี้เลย เข้าใจว่า ไม่สำคัญเท่ากับหัวใจ ที่ไหนได้ กลายเป็นนายหัวใจซะงั้น และที่สำคัญ เป็นตัวการทำลายความงาม ความหนุ่ม สาว ของ ผู้ที่เป็นโรคนี้

         ผู้ที่เป็นส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกหนักหนาอะไร ไม่คิดว่าตนมีอาการเครียดง่าย ไม่รู้ตัวในเรื่องอารมณ์ที่แปรปรวนง่าย ขี้หงุดหงิด ดังนั้น เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ผู้ใกล้ชิดทั้งหลาย หากรักกันจริง ก็ต้องรับสภาพและช่วยเป็นกระจก หรือพูด/ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เขาใจเย็นลง คลายความเครียดที่มี เรียกสติของผู้ป่วยกลับคืน ก่อนที่จะกลายเป็นนิสัย เป็นภาพลักษณ์ด้านลบติดตัวเขาตลอด ตัวผู้ป่วยเองก็ต้อง พยายามสงบ หากมีอะไรเข้ามากระทบใจ ต้องพยายามนิ่ง สวดมนต์ในใจก็ได้ ให้จิตสงบ ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ ตัวเองกลายเป็นนางร้าย วีนไปทั่ว...

         ทางรักษาก็มีทางเดียว พบหมอตามนัด เพื่อปรับขนาด ปริมาณยา ตลอด ไม่ให้มากเกินหรือน้อยเกิน ทานยาตรงเวลาทุกครั้ง ตลอด อย่าหยุดยาเอง เพราะโรคนี้ ต้อง อาศัยยาควบคุมอาการจนกว่าหมอจะสั่งหยุด

         การดูแลตนเอง ต้องรู้ศักยภาพของตน ยอมรับในสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเรา แต่อย่าถอย เป็นโรคนี้ไม่ตาย แต่จะตายเพราะโรคอื่นแทรก (คุณหมอใจดี ท่านหนึ่ง จากจุฬา พูดติดตลกให้ฟัง)

        สวดมนต์ พักผ่อนให้พอด้วยคุณภาพ (ยากแต่ต้องพยามยาม เนื่องจากฮอร์โมนธัยรอยด์มีส่วนในการกระตุ้นต่อมใต้สมอง จึงยากต่อการนอนหลับ ฟังเพลง สวดมนต์ ไปเรื่อยๆ ทำสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ อยู่ใกล้คนใจเย็น ใจดี เข้าใจสิ่งที่เราเป็น อธิบายหรือ ให้คนใกล้ชิด อ่านเรื่องนี้ก็ได้ จะได้เข้าใจเรามากขึ้น ยอมรับและช่วยกันปรับ

        อารมณ์ที่แปรปรวนหากรู้สึกตัวก่อนสื่อให้ผู้อื่น ก็จะได้ควบคุมอารมณ์หงุดหงิด โมโหร้ายนั้นได้ ก่อนเกิดปัญหา

        ใครเหมือนเราก็คุยกันนะ

                                                                     morisawa