เค้าโครงการวิจัย
๑. ชื่อผู้วิจัย นายวิเชียร แง่พรหม
๒. ชื่อเรื่องวิจัย “การพัฒนาบุคลากรด้านทักษะ การใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อการจัดเก็บข้อมูล
สารสนเทศ โรงเรียนขนาดเล็ก”
๓. ความเป็นมา หรือความสำคัญของปัญหา
ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี.............การปฏิบัติงานในโรงเรียนขนาดเล็ก มักจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับงานธุรการที่มีความล่าช้าและเกิดความผิดพลาดบ่อยๆในด้านการจัดเก็บข้อมูล สารสนเทศที่ไม่ถูกต้องกับระบบงานบริหาร รวมถึงการขาดความเป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง ยากต่อการค้นหาข้อมูลเมื่อต้องการใช้อย่างเร่งด่วน สืบเนื่องมาจากความขาดแคลนบุคลากรในการปฏิบัติงาน และบุคลากรมีความรู้
ไม่เพียงพอ รวมถึงไม่เข้าใจ ขาดทักษะ วิธีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงควรมีการพัฒนาทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูล สารสนเทศในโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ถูกต้อง สืบค้นได้เร็ว สะดวก สบายต่อการค้นคว้างานโดยเฉพาะงานข้อมูลนักเรียน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนา ปรับปรุง ข้อมูลด้านผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
๔. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
๔.๑ เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูล สารสนเทศ โรงเรียนขนาดเล็ก
๔.๒ เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูล สารสนเทศของบุคลากรในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประสบการณ์ในการทำงานแตกต่างกันโดยรวม และรายด้าน
๕. ขอบเขตงานวิจัย
๕.๑ ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาครั้งนี้ได้จากบุคลากรในโรงเรียนทั้งหมด จำนวน 6 คน
๕.๒ ตัวแปรที่จะศึกษา
๕.๒.๑ ตัวแปรต้น/ตัวแปรอิสระ
๕.๒.๑.๑ ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล
สารสนเทศ
๕.๒.๑.๒ วิธีการใช้คอมพิวเตอร์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
๕.๒.๑.๓ หลักการ และข้อปฏิบัติของการจัดเก็บข้อมูลโดยเครื่อง
คอมพิวเตอร์
๕.๒.๒ ตัวแปรตาม
๕.๒.๒.๑ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จัดเก็บข้อมูล สารสนเทศได้รวดเร็วถูกต้อง และแม่นยำ
๕.๒.๒.๒ ข้อมูล สารสนเทศเป็นระบบง่ายต่อการสืบค้น
๕.๒.๒.๓ ประหยัดเวลาในการจัดเก็บข้อมูล
๕.๒.๒.๔ ใช้บุคลากรคุ้มค่า
๕.๒.๒.๕ บุคลากรมีทักษะ และความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูล สารสนเทศได้เป็นอย่างดี และสามารถใช้คอมพิวเตอร์คิดคำนวณผลสัมฤทธิ์ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ได้
๕.๓ เนื้อหา
๕.๓.๑ ความรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
๕.๓.๒ หลัก และวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่ถูกต้อง
๕.๔ ระยะเวลา ตั้งแต่ ภาคเรียนที่ 2/ 2550 ( ตลอดปีการศึกษา 2550 )
๖. นิยามศัพท์เฉพาะ
๖.๑ โรงเรียนขนาดเล็กหมายถึงโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่120 ลงมา(ต่ำกว่า121)
๖.๒ ระบบโปรแกรม หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์เฉพาะที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
สารสนเทศข้อมูล
๖.๓ สารสนเทศ หมายถึงข้อมูลต่างๆในโรงเรียนขนาดเล็ก เช่นข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน อาคารเรียน วัสดุอุปกรณ์ คะแนนดิบ ผลคะแนน สถิติอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการศึกษา ที่ผ่านการจัด
ระบบข้อมูล และยังไม่มีการจัดระบบข้อมูล
๖.๔การสืบค้นหมายถึง การหาเอกสารงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ เพื่อมาประกอบ หรืออ้างอิงงาน หรือใช้เป็นหลักฐานประกอบงานต่างๆที่เกี่ยวข้องการบริหารจัดการในสถานศึกษาขนาดเล็ก
๖.๕ ใช้บุคลากรคุ้มค่า หมายถึงบุคลากรมีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสามารถจัดเก็บข้อมูล สารสนเทศได้ทันรวดเร็วถูกต้องแม่นยำและประหยัดเวลา ประหยัดบุคลากร งานเป็นระบบตามหลักงานสารบรรณ
๗.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๗.๑ บุคลากรมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลสารสนเทศได้ถูกต้อง แม่นยำ ใช้เวลาน้อย ไม่เปลืองงบประมาณ รวมถึงการจัดเก็บงานสารบรรณมีระบบ และเป็นหมวดหมู่ สะดวกต่อการใช้ข้อมูล
๗.๒ โรงเรียนมีข้อมูลเพื่อการสืบค้นในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดี มีผลส่งต่อระบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีข้อมูลเพียงพอที่จะใช้ฐานเพื่อศึกษา วิเคราะห์ ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาในปีการศึกษาต่อไป
๗.๓ โรงเรียนประหยัดงบประมาณ ด้านการจัดซื้อวัสดุ-อุปกรณ์เพื่อมาใช้ในงานข้อมูลโรงเรียน หรืองานสารบรรณ
๗.๔ โรงเรียนบริหารจัดการระบบงานสารบรรณด้านเอกสารได้รวดเร็ว สะดวก สบาย
มีความคล่องตัว ในการบริหารจัดการ
๘. วิธีการวิจัย
๘.๑ ขั้นตอนการสร้างสื่อ / นวัตกรรม
๘.๑.๑ ศึกษาโปรแกรมการใช้งานข้อมูลการจัดเก็บสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์
๘.๑.๒ จัดทำคู่มือการใช้โปรแกรม การใช้แผ่นโปรแกรม หรือสื่อจะนำมาให้ความรู้
๘.๑.๓ จัดทำสื่อ หรือโปรแกรมที่จะมาใช้ในงานจัดเก็บข้อมูล สารสนเทศในโรงเรียนขนาดเล็ก พัฒนาปรับปรุง โปรแกรมให้เหมาะสมกับการใช้งาน อย่างมีสมรรถนะ
การปรับประยุกต์ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพได้จะต้องศึกษาจากเอกสางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากหลาหลายงานวิจัยอย่างน้อย 10 ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องหรือ ใกล้เคียง เพื่อทราบข้อแตกต่าง และการอ้างอิงส่วนที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดจะต้องดูดที่บทคัดย่อ เช่นเรื่อง ต่อไปนี้
วิเชียร แง่พรหม . 2550 รายงานการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องศูนย์สื่อ เครือข่าย โรงเรียนบ้านสร้างนางขาว. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 2 อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
บทคัดย่อ
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องศูนย์สื่อเครือข่ายปฏิบัติกิจกรรมพิเศษเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อพัฒนาห้องศูนย์สื่อเครือข่ายให้มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (2) เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องศูนย์สื่อเครือข่ายให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด
(3) เพื่อพัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ดี (4) เพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และส่งเสริมบุคลิกภาพของนักเรียนให้เป็นบุคคลที่มีระเบียบวินัย มารยาทที่ดี เป็นบุคคลที่ดีของสังคมต่อไปในอนาคต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินการพัฒนา คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมรับผิดชอบ และปฏิบัติงานตามโครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องศูนย์สื่อเครือข่ายปฏิบัติกิจกรรมพิเศษของโรงเรียนบ้านสร้างนางขาว เขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 2 อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้างานวิชาการ ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ครูประจำห้องศูนย์สื่อเครือข่าย และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 42 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินการพัฒนา เป็นแบบสอบถามความคิดเห็น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการประเมินการพัฒนา
1. การปฏิบัติงานของครูที่ดำเนินงานตามโครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องศูนย์สื่อเครือข่ายปฏิบัติกิจกรรมพิเศษ โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับ“มาก” เมื่อจำแนกเป็นรายโครงการ มีโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมโดยใช้ห้องสมาธิกัมมัฏฐานและโครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องสมุดมีการปฏิบัติอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ส่วนโครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ โครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องปฏิบัติการทางภาษา และโครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องปฏิบัติการ วิทยาศาสตร์มีการปฏิบัติอยู่ในระดับ “มาก” ทุกโครงการ
2. พฤติกรรมการปฏิบัติในการเรียนรู้ของนักเรียนที่ดำเนินงานตามโครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องศูนย์สื่อเครือข่ายปฏิบัติกิจกรรมพิเศษ โดยภาพรวมมีระดับพฤติกรรมการปฏิบัติอยู่ในระดับ “มากที่สุด” เมื่อจำแนกเป็นรายโครงการมีระดับพฤติกรรมการปฏิบัติอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ทุกโครงการ โครงการที่มีระดับพฤติกรรมการปฏิบัติอยู่ในอันดับแรก เท่ากัน 2 โครงการ คือโครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมโดยใช้ห้องสมาธิกัมมัฏฐาน และ โครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องสมุด
3. ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์ของคู่มือการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องศูนย์สื่อเครือข่ายปฏิบัติกิจกรรม(พิเศษ) ซึ่งประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญมีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์ทั้งโดยภาพรวม และรายเนื้อหา
4. ความคิดเห็นของครู ที่มีต่อการใช้คู่มือการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องศูนย์สื่อเครือข่ายปฏิบัติกิจกรรม(พิเศษ) โดยภาพรวมมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับ “มาก” เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน มีเพียงด้านการจัดขนาดรูปเล่ม และการจัดองค์ความรู้ที่ให้แนวทางนำไปสู่การปฏิบัติที่มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ส่วนด้านอื่น ๆ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ “มาก”
ต้องการทราบรายละเอียด หรือเนื้อหาที่เป็นรายละเอียดของงานวิจัยนี้
ผู้กำลังทำงานวิจัยแบบสุ่ม
ฟ้าทะลายโจร เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับเป็นสมุนไพรไทยมานาน ปัจจุบันมีการนำฟ้าทะลายโจรมาทำเป็นยาลูกกลอน หรือ ใส่แคปซูลเพื่อความสะดวกในการกิน มีผู้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยถึงสรรพคุณยา และได้พบสารเคมีในส่วนต่าง ๆ ของพืชอยู่หลายชนิด รวมทั้งสาร แอนโดกราฟโฟลิด(Andrographolide) ที่เป็นตัวยาสำคัญที่มีอยู่ในทุกส่วนคือ ราก ต้น ใบ และได้ทำการศึกษาทดลองเพื่อจำแนกโรคที่รักษาได้ดีให้ชัดเจน ซึ่งพบว่าฟ้าทะลายโจรรักษาโรคได้หลายโรค อาทิ แก้ติดเชื้อทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย บิด และแก้กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบ แก้อาการไอ เจ็บคอ หรือคออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ แก้ไข้ทั่วไป เป็นยาขมเจริญอาหาร เป็นต้น
ฟ้าทะลายโจร ได้รับการรับรองจากองค์ การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วย บรรเทาอาการหวัด และเสริมภูมิต้านทานดีกว่าการใช้ ยาปฏิชีวนะในคนที่เป็นหวัดบ่อย ๆ ร้อนในบ่อย ๆ เนื่องจากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิต้านทาน อ่อนลง การรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่เป็นหวัดง่าย ร้อน ในจะหายไป และสมุนไพรฟ้าทะลายโจรดีกว่ายาปฏิชีวนะ ตรงที่ไม่เกิดการง่วงนอน ไม่เกิดการดื้อยา และยังป้องกันตับจากสารพิษหลายชนิด เช่น จากยา แก้ไข้พาราเซตามอล หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นส่วนผสม
ฟ้าทะลายโจร เป็นไม้ล้มลุกสูง 1-2 ศอก ลำต้นสี่เหลี่ยมตั้งตรง แตก กิ่งก้านสาขามากมาย ใบเรียวกว้างประมาณ 1 ซม. ดอกออกเป็นช่อเล็ก ๆ สีขาว มีรอบประสีม่วงแดง กลีบดอกด้านบนมี 3 หยัก ด้านล่างมี 2 หยัก ผลเป็นฝักคล้ายฝักต้อยติ่ง เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน ต้นและใบมีรสขมมาก ส่วนที่ใช้เป็นยาคือรากใบทั้งต้น
การปลูกใช้เมล็ดโรยลงดิน กลบดินไม่ต้องลึกแล้วรดน้ำให้ชุ่ม มักนิยมปลูกตอนต้นฤดูฝน ไม่ชอบแดดจัดมาก หากอยู่ในที่แจ้งต้นจะเตี้ยใบเล็กหนา ในที่ร่มต้นจะสูง ใบใหญ่แต่บาง ควรปลูกในที่ไม่ร่มและไม่แจ้งนัก ในฤดูฝนไม่จำเป็นต้องรดน้ำ แต่ ในฤดูแล้งควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ ถ้าปลูกขึ้นได้หนึ่งต้นจนมีฝักแก่ เมล็ดจะกระจายออกไปขึ้นทั่วจนต้องถอนทิ้งบ้าง
ประโยชน์ด้านสมุนไพรไทยใช้รักษาอาการ เจ็บคอใช้แก้อาการท้องเสีย และโรคอุจจาระร่วงเฉียบ พลันบรรเทาอาการหวัดและเสริมภูมิต้านทาน ทำ ให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นหายจากหวัด ภูมิแพ้ที่มักเป็นบ่อย ๆ ให้หายเร็วขึ้นใช้เป็นยาภายนอกเป็นยาพอกฝีรักษาแผลที่เป็นหนอง
วิธีการนำไปใช้ในรูปยาต้ม โดยใช้ใบและกิ่งสดล้างสะอาด สับเป็นท่อนสั้น ๆ ประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 10-15 นาที ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง แก้เจ็บคอ ใช้แก้ท้องเสีย แก้บิด ใช้ 2-3 กำมือ ใช้ในรูปยาลูกกลอน โดยนำใบและกิ่งมาล้างให้สะอาดผึ่งลมให้แห้ง บดให้เป็นผง ปั้นผสมกับ น้ำผึ้งเป็นเม็ดขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ผึ่งให้แห้ง รับประทานครั้งละ 3-6 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน ใช้ในรูปยาแคปซูล โดยใช้ผงใบและลำต้นบรรจุลงในแคปซูล ใช้รับประทานก่อนอาหารและก่อนนอน เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีรสขมมาก จึงนิยมใช้ในรูปยาลูกกลอนและรูปยาแคปซูล ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรจำหน่ายในรูปยาแคปซูล ใช้ในรูปยาดองเหล้า นำใบฟ้าทะลายโจรแห้งขยำให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ในขวดแก้ว แช่ด้วยเหล้าโรงพอท่วมยา ปิดฝาให้แน่น เขย่าขวดหรือคนยาวันละครั้ง เมื่อครบ 7 วัน กรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ในขวดที่มิดชิดและสะอาด รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้งก่อนอาหาร ใช้ใบค่อนข้างแก่ประมาณ 1 กำมือ ตำผสมเกลือเล็กน้อย เติมเหล้าครึ่งถ้วยยา น้ำครึ่งช้อนชา คนให้เข้ากันดีริน เอาน้ำดื่มกากที่เหลือใช้พอกแผล-ฝีแล้วใช้ผ้าสะอาดพันไว้
สำหรับข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่สำคัญคือ ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่มีความดันต่ำ และมีอาการท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย บางคนเมื่อกินยาฟ้าทะลายโจรแล้วมีอาการปวดท้อง ท้องเสีย เวียนหัว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ซึ่งควรหยุดยาทันที ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกิน ไป เนื่องจากฟ้าทะลายโจรจะทำลายจุลินทรีย์ที่อยู่ในกระเพาะอาหารมากเกินไป.