"โลกวิทยาศาสตร์ โลกแห่งการเรียนรู้ และการค้นพบ" เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นในค่ายวิทยาศาสตร์เยาวชนครั้งที่ 7 โดยอาจารย์ประสาน แสงไพบูลย์ หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ร่วมกับอาจารย์ และนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ช่วยกันตระเตรียมงานด้วยความมุ่งมั่นประมาณ 2 เดือน
การจัดค่ายวิทยาศาสตร์เมื่อครั้งก่อนที่ผ่านมาจัดให้กับนักเรียนระดับมัธยมต้น แต่ในปีนี้อาจารย์ประสานทดลองจัดค่ายสำหรับมัธยมปลายเพิ่มขึ้นอีก 1 รุ่น ระหว่างวันที่ 24 - 27 มีนาคม 2551
ค่ายนี้มีนักเรียนระดับมัธยมปลายจากหลายโรงเรียนในภาคตะวันออก จำนวน 50 คน เข้าร่วมโครงการ การเรียนรู้ในค่ายจัดกิจกรรมการศึกษาตั้งแต่ห้วงอวกาศ...จนถึงใต้ทะเลเลยค่ะ ....
วันแรก...เป็นกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โลกวิทยาศาสตร์ โลกแห่งการเรียนรู้และการค้นพบ ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับดาราศาสตร์ พอบ่ายแก่ ๆ (15.30) ร่วมกันทำกิจกรรมธรรมชาติศึกษา ในป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ช่วงเย็นได้มีโอกาสเข้าไปแวะเยี่ยมบริเวณที่ทำกิจกรรม ตั้งแคมป์นอนกันบนลานกว้างที่ปรับไว้สำหรับเป็นห้องเรียนรู้ธรรมชาติโดยเฉพาะ มีลำคลองเล็ก ๆ คดเคี้ยวในป่านี้ พวกพี่ ๆ พาพวกเด็กสวมชูชีพ แล้วก็พากันพายเรือ เรียนรู้ธรรมชาติที่หลากหลาย เด็กกลุ่มที่ยังไม่ได้ลงเรือ ก็ทำกิจกรรมความรู้ด้านอื่น....บรรยากาศในค่ายช่วงนี้ เหมือนกับอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ที่ทุกคนกำลังทำสิ่งที่ตนเองชื่นชอบและมีความสุข...
อาจารย์ประสานบอกว่า มีกลุ่มหนึ่งมาจากกรุงเทพฯ เป็นผู้ปกครอง 2 คน เด็กนักเรียนชั้น ป.5 สองคน ขอมาเข้าค่ายครั้งนี้ด้วย เพราะไปเปิดเจอข่าวนี้ในเว็บไซต์ตั้งแต่ค่ายปีก่อน และสนใจอยากจะมาบ้าง เลยขอมาปีนี้ อาจารย์ก็เลยให้เข้าร่วมด้วยความยินดี....
ตอนกลางคืนเด็ก ๆ ได้ส่องกล้องโทรทรรศน์ดูดาวบนท้องฟ้า กิจกรรมนี้เคยเข้าร่วมครั้งหนึ่ง คณะวิทย์ฯ ใจดีจัดให้เด็ก ๆ และอาจารย์ได้ดู เมื่อครั้งมีปรากฎการณ์การเปลี่ยนแปลงของดวงดาว (ไม่ใช่ดาวพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก) ตื่นเต้นดีนะ ดาวบางดวงเรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ใส่แว่นแล้วก็ไม่เห็น...พอดูกับกล้องแล้วเอออ...เห็นแฮะ ถึงแม้ว่าภาพที่เห็นไม่ใช่ภาพที่ชัดจนเห็นฝุ่นละอองบนดวงดาวก็ตามเถอะ..สนุกและได้ความรู้...
หลังจากมีความสุข สนุก กับกิจกรรมตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ก็พากันสวดมนต์เข้านอน...หลับอย่างมีความสุขและปลอดภัยกับธรรมชาติรอบ ๆ ตัว
วันที่สอง "อรุณเบิกฟ้า ทัศนาพระตำหนักเทา วังสวนบ้านแก้ว" เด็ก ๆ จะได้เยี่ยมชม พระตำหนักเทา ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 หลังจากนั้นเป็นกิจกรรม "สนุกกับฟิสิกส์" "เคมีกับธรรมชาติ" และออกเดินทางไปชมโรงงานต่าง ๆ ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ช่วงเย็น เข้าพักที่ศูนย์กิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ เตรียมฝึกการใช้อุปกรณ์ดำน้ำเบื้องต้น
วันที่สาม "ชมธรรมชาติยามเช้า ที่แสมสาร" ศึกษาความหลากหลายสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง ปลูกปะการังด้วยท่อพีวีซีคืนสู่ท้องทะเลไทย กิจกรรมเคมีกับท้องทะเล ศึกษาแพลงก์ตอนและสาหร่ายทะเล ผู้ผลิตที่ยิ่งใหญ่แห่งท้องทะเล ศึกษาตัวอย่างสัตว์จากเรืออวนปู ช่วงบ่ายของวันนี้มีกิจกรรมให้สนุกไม่รู้ลืมกับกิจกรรมกลุ่มศึกษาเพื่อการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ เด็ก ๆ ร่วมกันเขียนข้อสรุปและนำเสนอผลงานของกลุ่ม
วันสุดท้าย "พิธีปิดค่าย มอบวุฒิบัตร" ชมฟาร์มเพาะพันธุ์นีโม...ปลาการ์ตูนน่ะค่ะ ชมโครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลของกองทัพเรือ ชมเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร....หลังจากนั้นเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ...
การไปเข้าค่าย..คนไม่ไปคงไม่รู้ว่าสนุกและได้รับความรู้เพียงใด...เมื่อปีที่แล้วลูกชายได้มีโอกาสไปเข้าค่ายนี้ด้วย...ก่อนไปลูกชาย (ม.1) ยอมไปด้วยความไม่เต็มใจเพราะถูกแม่รบเร้า...หลังจากกลับมาแล้ว...เดินมาบอกว่า "ปีหน้าหนูขอไปค่ายนี้อีกนะแม่"...........