การเมืองท้องถิ่นจากมุมมองของคนในท้องถิ่น

การเมืองท้องถิ่นใครว่าเป็นเรื่องไกลตัว

          แต่เดียวนี้คนในชุมชนสนใจเป็นอย่างมาก มีการพัฒนาการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือพิมพ์ จากโทรทัศน์ หรืวิทยุ ทำให้ประชาชนตื่นตัวมาก จากการได้สนทนากับผู้บริหารท้องถิ่นท่านนี้ ไม่ขอเอ่ยชื่อทำให้ได้มุมมองหลากลาย การบริหารเขาเป็นท้องถิ่นหรือตำบลซึ่งเป็นสถานที่เล็ก ๆ แต่การบริหารเขามีจุดน่าสนใจมาก ในฐานะผู้นำของห้วยปูลิง เขาได้ผสมผสานวิถีชีวิตชาวปกาเก่อญอมาใช้ในการทำงานอยู่ตลอดเวลา   แนวทางที่ใช้ในการบริหารในท้องถิ่นนั้น      คือการให้ความสำคัญ และสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอย่างน้อยสามฝ่ายคือ ผู้นำชุมชนแบบเดิม ผู้นำหมู่บ้านคือ   กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  และ ฝ่าย อบต. ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานใหม่ที่มีงบประมาณ และอำนาจในการบริหารจัดการ

          อีกด้านหนึ่งก็ตระหนักว่า อบต. เป็นองค์กรทางการเมืองสมัยใหม่ที่มีสมาชิกในชุมชนร่วมทั้งเป็นทีมต่างๆ ที่มาจากการเลือกตั้งของคนในชุมชน เขาตระหนักดีว่าต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน และสร้างความรู้คตวามเข้าใจกับคนในชุมชน โดยเน้นการเข้าถึง โดยพยายามทำให้ชาวบ้านเข้าใจการทำงานของหน่วยงานดังกล่าว ชาวบ้านส่วนมากจะคิดว่ามีปัญหาอะไรข้าราชการช่วยอะไรไม่ได้ หรือนักการเมืองท้องถิ่นช่วยอะไรเขาไม่ได้ ต้องทำให้เขาปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองก่อนและมากยิ่งขึ้น และคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถมาทำงานตรงนี้ และมีการจัดทำวิจัยกับชุมชน โดยขอความช่วยเหลือ จากกองทุนการสนับสนุน (สกว.)  การวิจัยท่านกล่าวว่า ทำให้ทราบว่าประชาชนในพื้นที่ต้องการอะไรการวิจัยมีส่วนช่วยให้ชุมชนเข็มแข็งมากขึ้น  เช่นกลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน กลุ่มเครือข่ายทรัพยากร กลุ่มเครือข่ายการป้องกันยาเสพติด

           อย่างไรก็ตามการรวมกลุ่มขององค์กรในชุมชนห้วยปูลิง ถือว่าสำคัญที่สุด นับตั้งแต่การประสานงานในชุมชนและนอกชุมชนเพื่อให้เป็นเครือข่ายที่เข็มแข็งในระดับองค์กรประชาชนด้วยกัน  รวมทั้งผู้นำชุมชนที่ถูกนำเข้ามาร่วมคิดร่วมทำ ก่อให้เกิดการบริหารที่รวดเร็ว เข้าถึงประชาชน และชุมชนในตำบลได้เป็นอย่างดี ผู้นำได้พิสูจน์ตนเองโดยการลงมือทำกับชาวบ้านโดยไม่คิดว่าตนเองอยุ่ในตำแหน่งอะไรจึงทำให้การบริหารได้รับการยอมรับมากขึ้น